“แล้วทำไมริตาต้องฟังคำสั่งของพี่ด้วยค่ะ...”
น้ำเสียงสั่นเครือดังลอดผ่านลมหายใจที่ขาดห้วง
น้ำตาเอ่อคลอจนมองเห็นภาพตรงหน้าเลือนราง
เธอพยายามฝืนยืนนิ่ง ทั้งที่หัวใจแทบแหลกเป็นผง
เขามองเธอด้วยแววตาเจ็บปวด แววตาที่มีทั้งความโกรธ ความเสียใจ และบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกจนเธอมองไม่ออก
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังพยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบนิ่ง
“เพราะริตาคือ... เมียพี่ไง”
เสียงของเขาต่ำและหนักแน่นจนเหมือนคมมีดกรีดกลางหัวใจ
“เมียเหรอ...”
เธอหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะสั้น ๆ ปนสะอื้น
“น่าตลกสิ้นดี... หึ อยากจะ—”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ร่างของเธอก็ถูกยกขึ้นจากพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
เขาอุ้มเธอแน่น แขนแข็งแรงกระชากร่างเธอไปยังรถหรูสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล
“มีอะไรก็ไปคุยกันที่คอนโด ที่นี่มันวัด!”
เขาเอ่ยเสียงเข้ม
ริตาดิ้นพล่านทั้งน้ำตา แต่สุดท้ายก็หมดแรง
เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาอีกต่อไป
เพราะแค่ได้ยินเสียงของเขา... ใจของเธอก็ปวดร้าวเกินทน
ตั้งแต่คืนเข้าหอ คืนที่เขาหายไปโดยไม่เอ่ยคำลา
เธอไม่เคยถาม ไม่เคยร้องขอคำอธิบาย
เพราะกลัวคำตอบนั้น... จะทำลายหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี และวันนี้...เมื่อแม่จากไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง ไม่มีใครต้องปกป้องอีกต่อไป
แม้ชีวิตคู่จะพังทลาย...เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริง ด้วยหัวใจที่แตกสลายนี้เอง
รถหรูสีดำคันนั้นจอดสนิทหน้าคอนโดกลางเมือง
เสียงเบรกแผ่วเบา แต่ความเจ็บปวดของหัวใจของริตาไม่ได้ลดลงเลย
คนขับรีบลงมาเปิดประตูให้เจ้านาย
ปรินทร์ไม่พูดแม้แต่คำเดียว เขาเพียงอุ้มร่างบางที่ยังสะอื้นเงียบ ๆ ลงจากรถอย่างเบามือ
“ปล่อยริตานะ...”
เธอเอ่ยเสียงสั่น มือทั้งสองข้างดันอกเขาไว้ แต่แรงนั้นเบาเกินกว่าจะผลักเขาออกได้
“อย่าดื้อ” เขาพูดสั้น ๆ
แววตาคมเข้มมองลึกเข้ามาในดวงตาเปียกชื้นของเธอ ก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟต์โดยมีเธออยู่ในอ้อมแขน
ระหว่างที่ลิฟต์ค่อย ๆ ขึ้นสู่ชั้นบน ไม่มีใครพูดอะไรเลย มีเพียงเสียงหอบเบา ๆ ของเธอกับหัวใจที่เต้นแรงของเขา
เมื่อถึงห้อง เขาเปิดประตูแล้ววางร่างของเธอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา
ห้องหรูเงียบงัน มีเพียงแสงไฟสีอุ่นจากมุมหนึ่งที่สะท้อนใบหน้าทั้งคู่—ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยน้ำตาและความอัดอั้น
ริตาเช็ดน้ำตา ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น
“ริตาไม่ได้อยากมาคอนโดพี่... ริตาอยากไปอยู่ในที่ของริตา”
เขายืนนิ่งอยู่ปลายเตียง มองเธอนานจนแทบจับความรู้สึกไม่ได้ ก่อนตอบเสียงเรียบ เย็นชาเหมือนเคย
“แล้วไง... แต่งงานกันแล้ว จะทำอะไรตามใจเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว”
ริตาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ทั้งน้ำตา
“บอกตัวเองก่อนเถอะ... ก่อนจะมาบอกคนอื่น”
น้ำเสียงนั้นสั่นเครือ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บที่อัดแน่นอยู่ภายใน
เขาไม่พูดอะไรต่อ เพียงเบือนหน้าไปอีกทาง
“ริตาคงเหนื่อยมาก... พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”
“พี่จะไปไหนก็ไปเถอะ”
เธอตอบทันควัน
“ริตาจะพักผ่อน เสร็จงานของแม่แล้วเราค่อยมาคุยกัน—ถ้ามันยังจำเป็นต้องคุย”
เธอสบตาเขาตรง ๆ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นอีกครั้ง
มือเล็ก ๆ ของเธอยกขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวก ๆ แล้วดันอกเขาให้ถอยออกไปจากห้อง
เขาไม่ขัดขืน เพียงก้าวถอยไปช้า ๆ ก่อนประตูจะปิดลงตรงหน้า
ปรินทร์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หลับตาแน่น
ทุกคำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่ค่อย ๆ กรีดกลางอก—ลึกลงทุกถ้อยคำ
เขาเกลียดความรู้สึกนี้เหลือเกิน
เกลียดที่หัวใจยังเจ็บเมื่อเห็นเธอร้องไห้
และเกลียดที่สุด... ที่รู้ว่าความแค้นของเขาที่มีต่อ
“ครอบครัวของเธอ”
ถ้าเธอไม่ใช่ลูกของคนนั้น... ถ้าเธอเกิดเป็นใครอีกคน เขาคงมีความสุขเหลือเกิน...
เขาสูดลมหายใจลึก หันหลังให้ประตู แล้วเดินไปหยิบขวดแอลกอฮอล์จากชั้นวาง
เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังแผ่ว ๆ ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนโซฟา
จิบมันช้า ๆอย่างคนที่ไม่รู้จะหลบหนีจากความคิดของตัวเองยังไง
ขณะเดียวกัน ภายในห้องนอน...
ริตาทรุดตัวลงกับพื้น พิงหัวเตียง น้ำตาไหลไม่หยุด
เสียงสะอื้นดังแผ่ว ๆ คล้ายเสียงของคนที่หัวใจแตกสลาย
“แม่ค่ะ... ริตาเหนื่อยเหลือเกิน”
เธอพึมพำเบา ๆ พลางกำมือแน่นบนอกตัวเอง
“แม่เคยบอกให้ริตาเป็นคนเข้มแข็ง แต่ริตาไม่รู้เลยว่าต้องเข้มแข็งแค่ไหน ถึงจะไม่เจ็บอีก...”
เธอร้องไห้จนหมดแรง เสียงลมหายใจสะอื้นกลืนหายไปกับความเงียบของกลางคืน
มีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่คอยย้ำเตือนว่า ทั้งคู่ยังอยู่ในที่เดียวกัน
แต่หัวใจกลับไกลกันเหลือเกิน
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง
กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ลอยคลุ้งในอากาศ
เสียงนาฬิกาแขวนบนผนังเดินติ๊ก...ติ๊ก... อย่างเชื่องช้า
ริตาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากการหลับทั้งน้ำตา
ดวงตาบวมแดงยังคงบอกถึงความปวดร้าวที่ไม่จางหาย
เธอขยับตัวลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง ก่อนเดินไปเปิดประตูห้องนอน
ภาพแรกที่เห็นทำให้เธอชะงัก
ปรินทร์นั่งพิงพนักโซฟา หลับตาอยู่ในท่าที่ไม่สบายเลย
ข้างกายมีขวดเหล้าที่ดื่มไปเกือบหมด แก้วในมือยังค้างอยู่ เหมือนเขาหลับไปทั้งอย่างนั้น
เธอจ้องเขาอยู่เงียบ ๆ ในแสงแดดยามเช้า ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เธอเห็น
ไม่มีรอยแข็งกระด้าง ไม่มีแววเย็นชา มีเพียงความอ่อนล้า
ราวกับเขาเองก็ต้องต่อสู้กับบางสิ่งในใจมาตลอดคืน
ริตาเดินเข้าไปช้า ๆ หยิบผ้าห่มผืนบางจากโซฟาข้าง ๆ แล้วคลี่คลุมให้เขาอย่างแผ่วเบา
ปลายนิ้วเธอสั่นเมื่อสัมผัสถึงไหล่ของเขา ความอบอุ่นจากร่างนั้นยังคงเดิม
แค่ได้แตะเบา ๆ ... หัวใจที่พยายามเข้มแข็งทั้งคืนกลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
“ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้...”
เธอกระซิบเบา ๆ น้ำเสียงสั่นไหว
“ริตาอยากเกลียดพี่... แต่ทำไมถึงยังทำไม่ได้...”
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนหลังมือของเขา
เขาขยับตัวเล็กน้อย เหมือนจะรู้สึก แต่ยังไม่ตื่นเต็มตา
เธอรีบถอยออกมา แล้วเปิดประตูออกจากห้องไปทันที
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ เมื่อประตูปิดสนิท
“ทำไม่ความรักของเราต้องเป็นแบบนี้ พี่ขอโทษแต่ใจพี่มันเจ็บเกินกว่าจะเยียวยาได้”