เราเลิกกันเถอะ

1540 Words
“ฮัลโหล... ทำไมไม่รับสายเจสซี่เลยค่ะปรินทร์” เสียงหวานปลายสายเต็มไปด้วยความน้อยใจที่ไม่จริงใจ เจสซี่ สาวลูกครึ่งไทย–อังกฤษ ผู้มีทั้งความมั่นใจและเสน่ห์เกินห้ามใจ เธอรู้จักกับเขาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ออสเตรเลีย ผ่านการแนะนำของนายมนูญ พ่อบุญธรรมของปรินทร์ ที่ครั้งนั้นพูดเพียงว่า “เจสซี่ ลองรู้จักปรินทร์ไว้สิ เขาเป็นคนดี และปรินทร์เองก็ไม่มีใครอยู่ ณ ตอนนั้น” “ช่วงนี้ผมยุ่งมาก เจส ทั้งบริหารโรงพยาบาล ทั้งต้องเข้าห้องผ่าตัดแทบทุกวัน” เสียงของเขาเรียบเย็นแต่แฝงความเหนื่อยล้า "คุณโทรมามีอะไรรึเปล่า ปกติไม่เคยจะโทรหาผม" “ไม่มีไรหรอกค่ะ เจสโทรมาแค่จะบอกว่า... สัปดาห์หน้าเจสจะกลับไทย อยากรบกวนคุณช่วยจัดหาที่พักให้เจสด้วยได้ไหมเอ่ย” “ได้ครับ เดี๋ยวผมจองโรงแรมไว้ให้” “เจสพักกับคุณได้ไหมคะ” คำถามนั้นหลุดออกมาพร้อมเสียงหัวใจเต้นแรง... เธอรู้คำตอบอาจไม่ใช่สิ่งที่อยากฟัง แต่ก็ยังอยากลอง “ผมจะแจ้งไว้ก่อนนะ เจส... ผมแต่งงานแล้ว” “อะไรนะคะ ปรินทร์?! คุณแต่งงานกับใคร ใครกล้ามาแย่งคุณไปจากเจสซี่!” เจสซี่พูดติดตลก เพราะเธอรู้มาตลอดว่าคนอย่างปรินทร์ไม่มีทางชอบเธอ “สาวไทยนี่แหละครับ ผมจัดงานเล็ก ๆ พอเป็นพิธี” “อย่าบอกนะ... ว่าผู้หญิงคนนั้นคือลูกของคนที่ทำให้พ่อคุณต้องจากไป?” “คุณรู้ได้ยังไง...” “ปรินทร์ค่ะ... พ่อของเจสกับลุงมนูญเป็นเพื่อนสนิทกันนะคะ เรื่องพวกนี้เจสรู้หมด” “งั้นก็ดีแล้วที่คุณรู้” “รู้แล้วก็แล้วไง คุณไม่ได้แต่งเพราะรักเสียหน่อย เจสยังมีสิทธิ์อยู่ไหมล่ะ” “เจสซี่... ผมเคยบอกคุณแล้ว เราเป็นเพื่อนกันได้แค่นั้น อีกอย่าง... คุณไม่ใช่สเปกผม” “แรงมากนะคะปรินทร์” “คุณไปคบกับหนุ่ม ๆ ของคุณเถอะ อยู่กับผมคุณไม่มีความสุขหรอก เชื่อผม” “ไม่รู้ล่ะ... เจสชอบคุณนี่” “คุณไม่ได้ชอบผมหรอกเจส คุณแค่อยากเอาชนะ” “ 555++ ก็แล้วแต่คุณจะคิด... แต่เจสจะกลับไทยสองอาทิตย์ คุณช่วยเทคแคร์ด้วยแล้วกัน” “ได้ครับ ผมจะหาเด็กไว้ให้คุณคลายเหงา” “เห็นไหมคะ... เพราะคุณรู้ใจแบบนี้แหละ เจสถึงได้ชอบคุณ” เขาเงียบ... มีเพียงเสียงลมหายใจเบา ๆ ทางสายโทรศัพท์ “โอเคเจสผมต้องเข้าประชุมแล้วแค่นี้ก่อนนะ” “โอเคค่ะปรินทร์ บายค่ะ” ห้องผู้ป่วย VIP กลิ่นยาผสมกับกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกลิลลี่ลอยอวลในอากาศ พยาบาลสาวเพิ่งเข็นชุดอาหารมื้อเย็นออกจากห้องผู้ป่วย ปรินทร์เดินสวนเข้ามาพอดีในเสื้อกาวน์สีขาวเรียบ แต่แววตาเหนื่อยล้าภายใต้กรอบแว่นกลับยังเฉียบคมเช่นเดิม “เดี๋ยวก่อนครับ พยาบาล” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้เธอชะงักหันกลับมาทันที “ค่ะ ท่านประธาน” เธอตอบด้วยท่าทีเคารพ “คุณผู้หญิง... ทานมื้อเย็นได้มากไหม” น้ำเสียงเขาแผ่วลงจนนุ่มจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นคำถามหรือความห่วงใย “ไม่เลยค่ะ มื้อสายกับมื้อเที่ยงก็แทบไม่แตะ เห็นบอกว่ากลืนไม่ลงค่ะ” แววตาของปรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยสั้น ๆ “ขอบใจมาก... เดี๋ยวผมดูแลเอง” “ค่ะ ท่านประธาน” พยาบาลโค้งศีรษะแล้วถอยออกไปเงียบ ๆ ประตูบานหนาเลื่อนปิดลงช้า ๆ ในห้องมีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กับร่างบางของหญิงสาวบนเตียงสีขาวสะอาด ปรินทร์เดินเข้าใกล้ เงาของเขาทาบลงบนร่างเธอที่นอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่ม เส้นผมยาวสลวยแนบแก้มซีดจนใจเขาเผลอเต้นแปลก ๆ “ทำไมถึงไม่ยอมทานอะไรเลยนะ...” เขาเอื้อมมือไปแตะแก้มเธอเบา ๆ “ถ้ายังดื้อแบบนี้ พี่คงต้องให้น้ำเกลือเองทุกวันแล้วล่ะ...อยู่ที่นี่สักอาทิตย์ดีไหม” เสียงเขาแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความห่วงที่ปิดไม่มิด หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาสั่นไหว น้ำตาเริ่มเอ่อคลอจนปลายขนตาเปียกชื้น ก่อนเสียงแผ่วเบาจะเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากซีดจาง “พี่จะมาอารมณ์ไหนอีก...” เธอถามเสียงเสียงเรียบ หัวใจของปรินทร์เหมือนสะดุดไปชั่ววินาที เขาไม่แน่ใจว่าควรพูดอะไรดีระหว่าง คำปลอบใจ กับ ความจริงที่ไม่อยากยอมรับ “ก็อยากให้ริตาหายไว ๆ ...จะได้กลับบ้านกัน” เขาตอบเสียงต่ำ แฝงความอ่อนโยนแต่ไม่แน่ใจว่าหญิงสาวจะรับรู้ได้ไหม “หรือคะ...” ริตาเอ่ยเบา ๆ ทั้งที่ยังไม่มองหน้าเขา น้ำเสียงเรียบแต่บาดลึกกว่าที่คิด เธอพลิกตัวหันหลังให้เขาทันที มือข้างหนึ่งกำผ้าห่มแน่น ราวกับต้องการซ่อนบางสิ่งไว้ใต้ความเงียบและความเจ็บที่ไม่อยากให้ใครเห็น ปรินทร์ยืนมองแผ่นหลังบอบบางนั้นอยู่เนิ่นนาน ความเงียบในห้องผู้ป่วยเหมือนกรีดลึกลงกลางอก “อยากทานอะไร พี่จะให้คนจัดมาให้” เสียงเขานุ่มแต่แฝงแรงอ้อนวอน “ริตาไม่ทาน...ไม่หิวพี่ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ” คำตอบของเธอแผ่วเบา ทว่าคมเหมือนมีดกรีดหัวใจ “ทำไมต้องดื้อกับพี่นัก” เขาพูดเบา ๆ แต่ความหงุดหงิดแฝงอยู่ในน้ำเสียงอย่างปิดไม่มิด ริตายังคงนิ่ง ไม่แม้แต่จะขยับหรือหันกลับมา “ริตา...” เขาเรียกชื่อเธออีกครั้ง เสียงเข้มขึ้นกว่าเดิม แต่หญิงสาวยังคงเงียบ ราวกับไม่ได้ยิน หรืออาจตั้งใจไม่อยากได้ยิน “ต้องทำยังไง... ถึงจะยอมทานข้าว อย่าทรมานตัวเองแบบนี้เลย พี่ไม่โอเค” เสียงของเขาเริ่มสั่น เธอได้ยินได้ชัด — ความอ่อนแรงในน้ำเสียงนั้น ทำให้หัวใจที่พยายามแข็งแกร่งของเธอแทบสั่นคลอน “ไม่โอเคอะไรคะ...” ริตาพูดทั้งที่ยังหันหลัง “ไม่ใช่พี่เองเหรอ ที่อยากให้ริตาเจ็บ... ทุกข์... ทรมานแบบนี้” คำพูดนั้นเหมือนแรงกระแทกใส่เขาโดยตรง ปรินทร์หลับตาแน่น สูดลมหายใจยาวเพื่อข่มทุกอารมณ์ที่ตีขึ้นในอก “พี่รู้... ริตายังโกรธพี่” เขาเอ่ยเสียงต่ำ “แต่เมื่อหายดีแล้ว ค่อยคุยกันได้ไหม ค่อยเคลียร์กันดี ๆ ก็ยังไม่สาย” ริตาค่อย ๆ หันกลับมา แววตาแดงก่ำราวกับกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป น้ำตาเอ่อคลอจนดูเหมือนหมดเรี่ยวแรง แต่ยังฝืนยิ้มบาง ๆ เหมือนจะบอกว่า “ฉันยังไหว” ทั้งที่ในใจแทบพังไปแล้ว ทั้งสองสบตากัน — สายตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย ส่วนของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลที่ไม่รู้จะเยียวยาอย่างไร ปรินทร์ยื่นมือออกไป จับบ่าทั้งสองข้างของเธอแน่น “พี่ขอร้อง... ทานสักหน่อยนะ จะได้กินยา” เธอมองเขาอย่างคนที่เคยเชื่อใจหมดหัวใจ แต่ตอนนี้เหลือเพียงเศษความรู้สึกที่กำลังร่วงหล่นทีละนิด ริมฝีปากสั่นบางขยับ ก่อนคำสั้น ๆ หลุดออกมาเบาเสียจนแทบกลืนไปกับเสียงเครื่องวัดชีพจร “เรา... เลิกกันเถอะ” เสียงแผ่วเบาของเธอเหมือนคมมีดเฉือนกลางอก เขาเงียบงันไปในชั่วอึดใจ ราวกับเวลารอบตัวหยุดหมุน “ริตาพูดอะไรนะ...” เสียงของปรินทร์สั่น แม้พยายามควบคุมแค่ไหนก็ยังปิดความสั่นไหวในใจไม่ได้ หญิงสาวไม่ตอบ เธอเพียงหลุบตาต่ำ พยายามซ่อนความสั่นเทาในแววตาไว้ใต้ขนตาเปียกน้ำตา เขารู้ดีว่าระหว่างเขากับเธอ... ไม่มีทางลงเอยอย่างในฝันได้อีกแล้ว เขาคือคนที่เลือกทำให้เธอเจ็บ เลือกทำร้าย เลือกผลักไสให้เธอเกลียด แต่พอได้ยินคำว่า “เราเลิกกันเถอะ” จากปากของเธอจริง ๆ หัวใจเขากลับร่วงลงราวแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี “ริตา...” เขาเรียกชื่อเธออีกครั้ง เสียงเบาจนแทบเป็นลมหายใจ “อย่าพูดแบบอีก...” “ทำไมจะพูดไม่ได้...” เธอตอบเสียงสั่น ก้อนสะอื้นจุกอยู่ในลำคอ “สิ่งที่พี่ทำ มันมากเกินกว่าคำขอโทษจะเยียวยาได้” ปรินทร์มองเธอ ดวงตาคมที่เคยแน่วแน่ตอนนี้กลับสั่นระริก ริมฝีปากเม้มแน่นจนซีด เขาอยากเอื้อมมือไปแตะมือเธออีกครั้ง แต่ก็รู้ว่า... สิ่งนั้นจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว “เรา... เลิก... กันเถอะ” เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ริมฝีปากสั่นระริก แต่ยังฝืนพูดให้จบจนได้ คำพูดนั้นหล่นกลางความเงียบของห้องผู้ป่วย เสียงเครื่องวัดชีพจรยังดัง ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก แต่หัวใจของปรินทร์กลับหยุดเต้นไปแล้วในนาทีเดียวกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD