เขาหายไปในวันเข้าหอ

1281 Words
ริตายังคงเพลิดเพลินอยู่กับการอาบน้ำ ไม่นานเสียงน้ำหยุดไหล ความอบอุ่นจากไอน้ำค่อย ๆ จางหาย ริตาใช้ผ้าเช็ดตัวพันกาย เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรง ด้วยความเขิน... เพราะคืนนั้นคือคืนแรกหลังแต่งงาน “พี่ปรินทร์...” เสียงเรียกของเธอแผ่วเบาในความเงียบไม่มีคำตอบไม่มีแม้แต่เสียงขยับของใครในห้อง ริตาหยุดชะงัก ดวงตากวาดมองไปรอบห้อง บนเตียงมีเพียงกลีบดอกกุหลาบที่ถูกโปรยไว้ตั้งแต่ตอนบ่าย แสงไฟสีส้มจากโคมข้างหัวเตียงยังคงเปิดอยู่ แต่... ไม่มีเงาของเขาเลย กระเป๋าเสื้อสูทของเขาหายไป โทรศัพท์มือถือไม่อยู่ แม้แต่กลิ่นน้ำหอมที่เคยลอยอยู่ในห้อง ก็จางหายราวกับไม่เคยมีใครอยู่ตรงนี้ “พี่ปรินทร์?” เธอเรียกอีกครั้ง เสียงเริ่มสั่น หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบแน่นในอก มือบางคว้าโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดโทรหาเขา สัญญาณดังเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะถูกตัด “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” เสียงนั้นก้องในหัว... และในวินาทีนั้นเอง เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ริมฝีปากที่เคยยิ้มในงานเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนตอนนี้สั่นระริก “พี่ปรินทร์... อยู่ไหนคะ” เธอนั่งลงบนปลายเตียง ดวงตาเริ่มพร่า น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ทุกสิ่งรอบตัวสวยงามเกินไป จนยิ่งตอกย้ำว่าในความสวยงามนั้น... ไม่มี “เขา” อยู่เลย เธอหยิบโทรศัพท์อีกครั้ง กดดูรายชื่อแชตล่าสุด ชื่อของเขาขึ้นอยู่บนสุด แต่ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งหามีเพียงคำว่า “คืนนี้... พักผ่อนให้เต็มที่” ไม่มีอิโมจิ ไม่มีคำหวาน ไม่มีคำว่า รัก เหมือนทุกครั้ง เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ หัวใจปวดร้าวจนแทบขาด คืนนี้... ห้องหอที่ควรเต็มไปด้วยความรักกลับเหลือเพียงเสียงร้องไห้ของเจ้าสาวที่ถูกทิ้งไว้ เพียงลำพัง “ริตารู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา เมื่อวานพี่ยังดียังรักริตา แต่ทำไมวันแต่งงาน พี่ปรินทร์เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทำไมค่ะ” ริตาพึมพำคนเดียว เธอทุกข์ใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน เธอนั่งพิงหัวเตียง มองกลีบดอกกุหลาบที่ช้ำเหี่ยวอยู่บนผ้าปูเตียง ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาแห้งติดแก้ม ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนชั่วโมงที่แสนยาวนาน ด้านปรินทร์ เขาขับรถออกมาจากโรงแรมตรงไปยังบาร์ชื่อดังในเมือง แสงไฟนีออนสลัวสะท้อนเข้าตาแต่เขาไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น แก้วเหล้าถูกยกขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สาวๆ หลายคนเข้ามาคลอเคลียแต่เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง “วันนี้คืนเข้าหอของมึงนะปรินทร์ มึงเป็นบ้าอะไรถึงไม่อยู่กับเจ้าสาว?” เสียงวุฒิ เพื่อนสนิทดังขึ้นพลางตบบ่าเขาแรงๆ ปรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทั้งเย็นชาและเจ็บปวด “กูเบื่อ กูเซ็ง อยากมาดื่ม มันผิดนักเหรอ?” “มึงจะเบื่อจะเซ็งก็เรื่องของมึง แต่ไม่ใช่คืนเข้าหอแบบนี้ว่ะ กูไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามึงคิดอะไรอยู่” “ก็เพราะมันสะใจกูไง” วุฒิขมวดคิ้วแน่น “สะใจบ้าบออะไรของมึง? เมื่อก่อนมึงรักริตาจะตาย ใครเข้าใกล้มึงแทบจะฆ่าทิ้ง” ปรินทร์หัวเราะหยัน “หึ... กูไม่เคยรักเลย กูแค่อยากเห็นเธอทรมาน แค่นั้น” “มึงพูดบ้าอะไรของมึงวะ! เมื่อก่อนมึงทำทุกทางเพื่อให้ได้เธอมา แต่พอแต่งงานแล้วกลับทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวแบบนี้ มึงยังกล้าเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายไหม ไอ้ปรินทร์!” วุฒิพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เต็มไปด้วยความผิดหวัง ปรินทร์เม้มปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ “มึงไม่รู้หรอกว่านานแค่ไหนที่กูต้องทน... ต้องกล้ำกลืนอยู่กับความเจ็บที่ไม่มีใครเข้าใจ” วุฒิส่ายหน้า “พอเหอะ มึงเมาแล้ว กูจะให้ลูกน้องมึงพากลับไปที่โรงแรม” “อย่ามายุ่งกับกู!” ปรินทร์ตะโกนเสียงดังลั่นบาร์ “กูจะอยู่นี่! ใครอยากมายุ่ง ก็เข้ามาเลยสิ!” เสียงของเขาทำให้ทั้งร้านเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้... เหลือเพียงเขานั่งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายที่ค่อยๆ จางหาย เหมือนหัวใจของเขาที่ว่างเปล่าไม่ต่างกัน “กูขอร้อง มึงอย่าทำกับริตาแบบนี้เลยนะ... กูทนดูไม่ได้จริง ๆ” วุฒิยังคงเสียงสั่น พยายามจับมือเพื่อนให้มีสติ คิดทบทวนในสิ่งที่เขาพูด ปรินทร์มองหน้าเพื่อนอย่างเย็นชา “มึงทนดูไม่ได้ ก็ไปเข้าหอแทนกูสิ ไปเลย” “ไอ้ปรินทร์! มึงพูดแบบนี้ได้ยังไงวะ ไอ้ระยำ!” วุฒิตะโกน ตาแดงไปด้วยความโกรธและผิดหวัง “กูไม่น่ามีเพื่อนอย่างมึงเลย มึงเป็นอะไร โกรธอะไรเธอนักหนาถึงได้ทำแบบนี้” ปรินทร์ยิ้มขม ๆ ยกแก้วดื่มจนหมดแล้ววางเสียงหนัก “มึงอยากรู้ใช่ไหม... หึ หึ ได้ กูจะเล่าให้ฟัง” คำพูดไหลออกมาพร้อมควันที่ลอยจากปากแก้ว ความทรงจำเก่าพลุ่งขึ้นจนเสียงของเขาสั่น “พ่อกูต้องจบชีวิตตัวเอง เพื่อจะเรียกร้องความยุติธรรมเพราะไอ้ทรงวิทย์ พ่อของริตา… พ่อของเธอนั่นแหละ มันอยากได้ท่าเรือ มันโกง แล้วมันยังจัดฉาก เอาเด็กสาวมานอนกับพ่อกู พวกมันเป็นมาเฟีย ครอบครัวกูสู้ไม่ได้... กูไม่มีทางสู้กับมัน พ่อกูจนมุมทุกอย่างจึงตัดสินใจทำแบบนั้น” คำพูดสะดุดเมื่อปรินทร์ลูบตา ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเจ็บปวด วุฒิครางออกมาเบา ๆ “มันชั่วจริง ๆ ไอ้ทรงวิทย์... ชั่วจนไร้ความเป็นมนุษย์” “ริตารู้เรื่องนี้ไหม?” วุฒิถามเสียงเบา ดวงตาเต็มไปด้วยห่วงใย ปรินทร์ส่ายหัวช้า ๆ “กูไม่รู้... กูรู้แค่เธอเป็นลูกสาวศัตรูของครอบครัวกูเท่านั้นเอง กูไม่เคยมีความสุขตั้งแต่ต้น ฉะนั้นเธอก็ไม่ควรมีความสุขด้วย นั่นแหละเหตุผล” “มึงต้องคุยกับเธอก่อน ถ้าเธอไม่รู้ความจริง คนที่เลวกว่าไอ้ทรงวิทย์ไม่ใช่ใครอื่น มันเป็นมึงนะเว้ย” น้ำเสียงวุฒิเต็มไปด้วยความท้าทายและความเป็นห่วงเพื่อน ปรินทร์มองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ “ใครจะพูดยังไงกูไม่สน กูสนแค่ความสะใจของกูพอ แก้แค้นให้พ่อกูให้ได้ แค่นั้นก็พอ” “แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับริตาเลยนะ” วุฒิพูดเตือนสติ “มึงอย่ามายุ่งกับเรื่องของกู” ปรินทร์ตอบอย่างเย็นชา และเสียงนั้นเย็นลงอีกเมื่อเขาพูดต่อ “กูจะเคลียร์เอง” วุฒิถอนหายใจ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหมดหวัง “กูหวังว่าสุดท้ายคนที่เสียใจที่สุดและไม่มีใครเหลือคงไม่ใช่มึงนะ ไอ้ปรินทร์” ปรินทร์ยิ้มมุมปาก มองไปยังโทรศัพท์ที่ปิดเงียบอยู่บนโต๊ะ “มันต้องไม่ใช่กูแน่...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ลึกลงไปในใจ เขากลับรู้สึกเจ็บหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก ความว่างเปล่ากัดกินเขาเงียบ ๆ โดยไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความสุขอย่างที่ปากพูดออกไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD