ขอโทษที่ทำให้ลำบาก

1333 Words
แสงแดดยามเช้าสาดผ่านม่านลูกไม้บาง ๆ เข้ามาในห้องอาหาร กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ และกับข้าวฝีมือแม่บ้านลอยอวลอยู่ในอากาศ ริตาค่อย ๆ เดินลงมาจากบันไดด้วยสีหน้าซีดเซียว แม้พยายามฝืนให้ดูปกติ แต่แววตายังอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด “ริตา มา ๆ ลูก มาทานมือเช้ากันสิ” อิงอรเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนหันไปบอกลูกชายคนเล็ก “ปุณณ์ ตักข้าวให้พี่สะใภ้เร็วสิลูก” “ไม่เป็นไรค่ะแม่ ไม่เป็นไรจ้ะปุณณ์ ทานเลย เดี๋ยวพี่จัดการเอง” ริตายิ้มบาง ๆ พลางเดินมานั่งตรงเก้าอี้ว่างข้างแม่สามี อิงอรพยักหน้ายิ้ม ก่อนถามขึ้น “แล้วพี่ปรินทร์ล่ะลูก ตื่นหรือยัง” “ตื่นแล้วค่ะ พี่เขากำลังอาบน้ำอยู่” ริตาตอบพร้อมหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม เสียงน้ำแข็งในแก้วกระทบกันเบา ๆ บรรยากาศเงียบสงบ ริตามองไปรอบโต๊ะ แสงแดดที่ลอดผ่านเข้ามาเริ่มพร่ามัวในสายตาเธอ โลกทั้งใบเหมือนหมุนช้า ๆ รอบตัว เธอพยายามก้าวเท้าไปเติมน้ำในเหยือก แต่ยังไม่ทันถึง— “เพล้ง!” เสียงแก้วหล่นแตกกระจายดังสนั่นไปทั่วห้อง อิงอรสะดุ้งสุดตัว “ริตา!” ในจังหวะเดียวกัน ปรินทร์ที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดเห็นเหตุการณ์พอดี เขารีบพุ่งเข้าไปรับร่างของเธอที่ล้มฟุบลงกับพื้นก่อนหัวจะกระแทก “ริตา!” เขาตะโกนลั่น เสียงเต็มไปด้วยความตกใจและห่วงใย อิงอรรีบลุกจากโต๊ะ น้ำเสียงสั่น “ปรินทร์ ช่วยน้องเร็วลูก ทำไมจู่ ๆ น้องถึงสลบไปแบบนั้น” ปรินทร์อุ้มร่างเธอขึ้นแนบอก ไปวางบนโซฟา เขาตรวจชีพจรอย่างเร็ว “ริตาน่าจะพักผ่อนน้อยเกินไปครับแม่ ทั้งความเครียด ทั้งความเหนื่อยล้า... ร่างกายเลยรับไม่ไหว” เขาเงยหน้าขึ้นมองแม่ สีหน้าแน่วแน่ “ผมจะพาไปโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือดีกว่าครับ” “ไปสิลูก ไปเลย” อิงอรพูดทั้งน้ำตาคลอ “สามีเป็นหมอแท้ ๆ แต่ปล่อยให้ภรรยาเหนื่อยจนสลบแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะ ต่อไปต้องดูแลน้องให้มากกว่านี้ เข้าใจไหมปรินทร์” ปรินทร์ไม่พูดอะไร เพียงพยักหน้ารับก่อนรีบอุ้มริตาออกจากบ้าน เสียงประตูรถปิดเบา ๆ ขณะที่คนขับรถสตาร์ตเครื่องเตรียมออกไป อิงอรยืนมองตามด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ เธอพึมพำกับลูกชายอีกคน “แม่เป็นห่วงพี่ริตาจังเลยปุณณ์...” ปุณณ์ยิ้มบาง ๆ “ไม่ต้องห่วงหรอกครับแม่ พี่ปรินทร์เป็นหมอ ถ้าพี่บอกว่าไม่เป็นอะไรก็คงไม่เป็นอะไรหรอก” แล้วรีบพูดกลบความตึงเครียด “มาเถอะครับแม่ ทานข้าวก่อน เดี๋ยวรอฟังข่าวจากพี่ปรินทร์อีกที” อิงอรพยักหน้าอย่างจำใจ “ก็ได้ลูก... มากินข้าวกันเถอะ” บรรยากาศอบอุ่นของโต๊ะอาหารที่เคยมีเสียงหัวเราะ กลับเงียบงัน เหลือเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ และความกังวลที่ยังลอยอวลอยู่ทั่วบ้าน... โรงพยาบาล ห้องพักผู้ป่วยVIP ในห้องสว่างด้วยแสงสีขาวนวล เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะเบา ๆ ริตานอนนิ่งอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งมีสายน้ำเกลือหยดช้า ๆ ลงสู่เส้นเลือด ปรินทร์นั่งอยู่ข้างเตียง สายตาไม่ละไปจากใบหน้าของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขามองใบหน้าซีดเซียวของริตา แววตาเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้เจ้าตัวเองก็อธิบายไม่ได้ ไม่นานนัก เปลือกตาของริตาค่อย ๆ ขยับ เธอลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง สายตาพร่ามัวจนมองไม่ชัดในตอนแรก แต่เมื่อภาพเริ่มชัดเจน... สิ่งแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าของเขา “พี่ปรินทร์...” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “อย่าพึ่งพูด...” เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นเบา ๆ แต่ชัดเจนพอให้หัวใจเธอสั่นสะเทือน น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาจนริตาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ริตาเพิ่งฟื้น... พักก่อนนะ เดี๋ยวจะหน้ามืดเป็นลมไปอีก” เขาก้มหน้ามองหญิงสาวที่นอนซบหมอน ใบหน้าซีดเซียวของเธอทำให้ใจเขาเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก ริตากะพริบตาถี่ ๆ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เธอมองเขาอยู่นาน ก่อนจะพูดเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ “ขอโทษค่ะ... ที่ทำให้พี่ต้องลำบากอีกแล้ว” เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วตอบเรียบ ๆ “ก็ไม่เท่าไหร่... เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อน มีอะไรก็เรียกพยาบาลนะ” เธอพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แต่ภายในกลับรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น เขายังพูดด้วยน้ำเสียงเดิม สุภาพแต่ห่างเหิน ไม่ใช่แบบที่สามีควรพูดกับภรรยาที่พึ่งแต่งงานใหม่เลยแม้แต่น้อย “เธอจะคาดหวังอะไรกับเขาอีกล่ะริตา... เธอเองไม่ใช่หรือที่ยอมทุกอย่าง เพราะรักเขาหมดหัวใจ แล้วดูตอนนี้สิ... แม้แต่จะมองหน้าเธอ เขายังไม่อยากทำเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตารื้นจนต้องหันหน้าหนีข้างหมอน เขาเห็น... เห็นชัดทุกหยดน้ำตาที่ไหลลงข้างแก้ม แต่กลับเลือกที่จะทำเหมือนไม่เห็น ประตูห้องพักผู้ป่วยปิดลงอย่างเงียบงัน ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวใจของหญิงสาวที่เต้นแผ่วเบาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ “ครืด ครืด...” บนหน้าจอขึ้นชื่อ ‘แม่อิงอร’ ริตารีบปาดน้ำตาแล้วกดรับสาย “ฮัลโหล... ค่ะแม่” เสียงเธอสั่นเล็กน้อยแต่พยายามทำให้ปกติที่สุด “ริตาเป็นยังไงบ้างลูก หมอว่าอะไรหรือเปล่า แม่ใจไม่ดีเลย” “หนูอ่อนเพลียค่ะ พักผ่อนน้อยไปหน่อย ได้ให้น้ำเกลือแล้วดีขึ้นเยอะเลยค่ะ แม่อย่าห่วงนะคะ” “ค่อยยังชั่ว... แม่ใจหายหมด แล้วพี่ปรินทร์ไปไหน แม่โทรหาหลายครั้งไม่ยอมรับสาย” “พี่ปรินทร์ขึ้นไปทำงานค่ะ” ริตาตอบพลางยิ้มบาง ๆ ทั้งที่หัวใจปวดหนึบ “ตายจริง... ปล่อยหนูไว้คนเดียวแบบนี้ได้ยังไงกัน” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ มีพยาบาลดูแลอยู่ตลอด ริตาไม่เป็นอะไรจริง ๆ” “เฮ้อ... หนูนี่ปกป้องสามีตลอดเลยนะ รู้ไหมปรินทร์โชคดีแค่ไหนที่ได้หนูมาเป็นภรรยา” ริตานิ่งไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกจุกแน่นขึ้นมาในอก น้ำเสียงแผ่วสั่นของเธอหลุดออกมาช้า ๆ “บางที... เขาอาจจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับริตาก็ได้ค่ะ แม่” ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงอิงอรจะตอบกลับมาอย่างอ่อนโยน “อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นเลยลูก พี่ปรินทร์อาจแสดงออกไม่เก่ง แต่ในใจเขารักและห่วงหนูมากนะ...” ริตายิ้มจาง ๆ ทั้งน้ำตา “แม่ว่าเดี๋ยวแม่ไปเยี่ยมหนูดีกว่า หนูจะได้มีเพื่อนไม่เหงาดีไหมลูก” “แม่ค่ะแม่ก็สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หนูอยากให้แม่พักนะคะ แม่ไม่ต้องห่วงหนูนะ ถ้าแม่ฝืนมาแล้วแม่ป่วยหนูจะเสียใจมากนะคะ” “โธ่ริตา หนูนี่น่ารักจริง ๆ งั้นพักผ่อนนะลูก” “ขอบคุณค่ะแม่ สวัสดีค่ะ” เธอวางสายลงช้า ๆ มองเพดานสีขาวพร่า น้ำตาไหลซึมลงบนหมอนอีกครั้ง หัวใจของเธอเจ็บปวด แต่ก็ยังเต้นเพื่อใครบางคนที่อาจไม่เคยรู้เลยว่ามันรักเขามากแค่ไหน... “ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ ริตาจะจบทุกอย่างก่อนที่เรื่องของเราจะถลำลึกไปมากกว่านี้” ริตากลืนก้อนสะอื้นลงคอก่อนหลับตาลงช้า ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD