บทนำ

2006 Words
โรงเรียนอนุบาลบ้านหมีสีชมพู สนามหญ้าหลังโรงเรียนยามเย็น ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่กำลังวิ่งเล่น ระหว่างรอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน แต่ทว่าตรงมุมหนึ่งของสนาม กลับมีเสียงสะอื้นแผ่วเบาของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในชุดกระโปรงสีแดง ตามแบบยูนิฟอร์มของโรงเรียนดังอยู่ เด็กผู้หญิงตัวเล็กผมสีดำยาวสลวย ถูกถักเป็นเปียยาวทั้งสองข้าง แล้วติดโบสีน้ำเงินน่ารัก แต่บนใบหน้ากลับเปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตา มือเรียวเล็กกำสร้อยรูปดาวที่ขาดครึ่งแนบอกไว้แน่นด้วยความรู้สึกเสียใจ “ฮ่า ๆ ๆ เห็นมั้ย มันก็แค่ของเล่นเอง!” เด็กผู้ชายตัวโต ร่างท้วมกว่าหัวเราะเสียงดังลั่น พร้อมกับยกเศษสร้อยที่ขาดอีกครึ่งในมือ ขึ้นแกว่งไปมาอย่างเย้ยหยัน ราวกับว่าการที่ได้ทำให้อีกฝ่ายร้องไห้เป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา “ไม่ใช่นะ! นี่มันสร้อยของหนู แม่บอกว่ามันคือดาวของแสงเหนือ!” เด็กหญิงร้องปฏิเสธดังลั่น ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นมันคือสร้อยของเธอ มันคือของสำคัญและมันก็ไม่ใช่ของเล่นเหมือนอย่างที่อีกฝ่ายกำลังพูดออกมา ดวงตากลมโตพยายามรวบรวมความกล้า มองอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง ทั้งที่ความจริงเธอกำลังหวาดกลัว จนแทบจะกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้ไม่อยู่ ก่อนจะพยายามยื้อแย่งสร้อยที่มีจี้ดาวกลับคืนมา แต่ก็ทำไม่สำเร็จ “สร้อยของเธอแล้วไง ก็ฉันอยากได้ ยัยเตี้ยขี้แย!” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอีกครั้ง มือเล็กอ้วนพีออกแรงกระชากสร้อยอีกครึ่งจากมือเธอแทบขาด ก่อนที่ทั้งสองจะพยายามออกแรงยื้อแย่งกันไปมา ทว่าทันใดนั้น เสียงตะโกนกึกก้องจากด้านหลังก็ดังขึ้น “หยุดนะไอ้อ้วน! จะทำอะไร!” เดย์วิ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าขึงขังเกินวัย เขาไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาที มือข้างหนึ่งของเขาผลักหน้าอกเด็กผู้ชายคนนั้นเต็มแรง จนร่างอ้วนท้วมเซถอยหลังเสียหลัก ก่อนที่เดย์จะง้างหมัดและชกสวนเข้าไปที่ใบหน้านั้นอย่างจัง หมัดเล็ก ๆ กระแทกเข้าที่แก้มอีกฝ่ายดัง ปึ้ก! ทำเอาเสียงหัวเราะที่ดังก่อนหน้าเงียบหายไป “โอ๊ย! ไอ้บ้า!” เด็กอ้วนร้องลั่น ก่อนจะพุ่งตัวกลับมาผลักเดย์อย่างเต็มแรงเพื่อเอาคืน จนทั้งสองคนล้มกลิ้งไปบนสนามหญ้า มือเล็ก ๆ ทั้งสองฝ่ายสลับกัน ฟาดฟันกำปั้นใส่กันไปมาไม่ยั้ง เสียงร้องปนเสียงหอบดังระงมไปรอบ ๆ สนาม “มันเจ็บนะเว้ย” “คนที่ชอบรังแกคนอื่นมันต้องโดนแบบนี้” ไนท์ที่ยืนมองเงียบ ๆ มาตลอดก็เดินก้าวเข้ามาช้า ๆ ดวงตาคมสีดำสนิทจับจ้องสถานการณ์นิ่ง ๆ ขณะที่ฝาแฝดของเขากำลังชกต่อยอีกฝ่ายบนพื้นหญ้าจนดูเหมือนเหตุการณ์จะเริ่มวุ่นวายมากขึ้นทุกที แต่ดูเหมือนว่าเขาจะปล่อยให้เดย์จัดการเพียงลำพังต่อไปไม่ได้ เพราะถ้ายังยืดเยื้อแบบนี้ครูประจำชั้นคงเข้ามาเห็นก่อนพอดี เขาไม่พูดพร่ำ มือเล็กเดินตรงไปคว้าคอเสื้อเด็กอ้วนแล้วกระชากออกเต็มแรง จนร่างท้วมเซล้มไปด้านข้าง ก่อนหมัดเล็กของไนท์จะฟาดลงไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายหนึ่งที แล้วแย่งสร้อยที่อยู่ในมือนั้นมา เขาไม่เหมือนเดย์ที่ชอบทำทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก แค่รีบเอาสร้อยคืนมาให้มันจบไปก็พอ ไม่เห็นต้องเอาตัวเองลงไปคลุกฝุ่นคลุกดินเลยสักนิด “เอาของยัยเปี๊ยกคืนมา” น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ดังชัดเจนบอกอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ดวงตานิ่งจ้องมองอย่างไม่เกรงกลัว จนเด็กอ้วนชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเจอสายตาคู่นั้น ร่างท้วมสั่นเฮือก แล้วรีบวิ่งหนีไปทั้งน้ำตาเพราะรู้ว่าคงสู้สองฝาแฝดนี้ไม่ได้ สนามหญ้าที่เคยวุ่นวายกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบแรง ๆ ของเดย์ที่ยังนั่งพยุงตัวอยู่กับพื้น ด้วยเสื้อผ้าเลอะเปรอะเปื้อนมันเต็มไปด้วยเศษหญ้าและดิน เดย์ก้มมองดูข้อมือของตัวเองที่แดงและถลอกจากแรงยื้อ ในขณะที่ไนท์ก้มลงเก็บเศษสร้อยอีกชิ้นขึ้นมาในมือ แล้วหันมายื่นให้เด็กผู้หญิงที่ยังสะอึกสะอื้นไม่หยุด “นี่…ของเธอยัยเปี๊ยก” เสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยความอ่อนโยนดังขึ้น แสงเหนือค่อย ๆ ยื่นมือออกไปรับ ดวงตาที่เปียกชื้นยังสั่นระริก ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ก่อนคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ขอบคุณนะ…ทั้งสองคนเลย” ไนท์พยักหน้ารับนิ่ง ๆ ต่างกับเดย์ที่หันมายิ้มกว้างให้กับคนตัวเล็ก อย่างภาคภูมิใจ แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยช้ำเล็ก ๆ ก็ตาม ก่อนจะเริ่มปัดเนื้อปัดตัวให้เรียบร้อยแล้วเดินตรงเข้าไปหาเธอ “ไม่ต้องกลัวนะ ต่อไปถ้าใครแกล้งอีก พวกพี่จะช่วยเอง” “…” เดย์บอกกับคนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน พร้อมกับใช้ปลายนิ้วปาดซับน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบา ต่างกับไนท์ที่ไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงยกมือเล็กขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ เท่านั้น แต่แววตาที่เคยดูเย็นชากลับอบอุ่นขึ้นมาชั่วขณะ “แล้วทำไมทั้งสองคนหน้าเหมือนกันจังค่ะ” “เพราะเราเป็นฝาแฝดไง พี่ชื่อเดย์” “พี่เหรอคะ” ดวงตากลมโต เอียงคอมอง พลางคิดสงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้ว่าตัวเองเป็นพี่ หรืออาจจะเป็นเพราะส่วนสูงของพวกเขาที่มากกว่าเธอ พวกเขาเลยได้เป็นพี่ใช่ไหม “ใช่ ถ้าดูจากดาวบนปกเสื้อ พวกเราโตกว่าหนึ่งปี” ทว่าทุกการสนทนายังคงเป็นเดย์ที่ค่อยตอบทุกความสงสัยให้กับเธอ พร้อมกับเผยรอยยิ้มกว้างมองดูเด็กผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดู ก่อนจะเริ่มอธิบายสิ่งที่เธอสงสัยอย่างใจเย็น “อ้อค่ะ หนูชื่อแสงเหนือ” เด็กหญิงตัวเล็กยกมือขึ้นปาดซับน้ำตาอย่างลวก ๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างไร้เดียงสา หลังจากที่เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นพี่ของเธอ แสงเหนือที่ได้รู้ชื่อของเดย์รีบหันไปมองอีกคนที่เธอยังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร “แล้วพี่ชื่อเดย์เหมือนกันหรือเปล่าคะ” “ไนท์” เสียงเรียบนิ่งของไนท์ เอ่ยออกมาอย่างเงียบ ๆ เป็นการแนะนำตัวเองในแบบที่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร เขารู้เพียงแค่ว่าหากเขาไม่พูดอะไรออกไป ใบหน้าจิ้มลิ้มนี้อาจจะมีน้ำตาอีกครั้งหากถูกขัดใจ เพราะเด็กผู้หญิงมักจะอ่อนแอและร้องไห้เก่งที่สุด “พี่เดย์ กับ พี่ไนท์” “…” “อ๊ะ! มือพวกพี่แดงหมดเลย เจ็บไหมคะ” แสงเหนือมองรอยถลอกตามข้อมือของทั้งสองคน แล้วรีบวิ่งไปเปิดกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่ไม่ไกล ก่อนจะควานหากล่องดินสอที่อยู่ในนั้น แล้วหยิบปลาสเตอร์ลายการ์ตูนที่พกติดตัวเอาไว้ตลอดมาติดให้ทั้งคู่ด้วยมือสั่นเทา แต่ก็พยายามตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่ “พี่เป็นฝาแฝดที่หน้าคล้ายกันมากเลยค่ะ แต่...ก็ไม่เหมือนกัน” “นี่! ยัยตัวเล็กเป็นแฝดก็ต้องเหมือนกันสิ จะไม่เหมือนได้ไง” ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมองตามเสียงของเดย์อีกครั้ง ก่อนจะไล่สายตามองพวกเขาทีละคนอย่างตั้งใจ ดวงตากลมโตจ้องมองพวกเขาอย่างพิจารณา พร้อมกับใช้เรียวนิ้วบางเคาะที่ปลายคางตัวเอง ในขณะที่เอียงคอไปมาเพื่อสำรวจทั้งสองคนตรงหน้าอย่างตั้งใจ “ใบหน้าเหมือน แต่ดวงตากับความรู้สึกไม่เหมือนกันค่ะ” “เธอนี้เก่ง สมกับเป็นยัยตัวเล็กของฉันจริง ๆ” “หึ นี่มันยัยเปี๊ยกของฉันต่างหาก” ทว่าระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังถกเถียงกัน น้ำตาของคนตัวเล็กก็เอ่อคลอขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันเป็นความเสียใจที่สร้อยเส้นโปรดของเธอขาดออกจากกัน “เป็นอะไรอีกยัยตัวเล็ก” “ฮึก ๆ สร้อยของแสงเหนือขาดหมดเลยค่ะ แม่ต้องดุแสงเหนือแน่ ๆ ที่ไม่รักษาของ” เดย์กับไนท์หันมองหน้ากัน หลังได้ยินคำอธิบายของร่างเล็กตรงหน้า ก่อนจะรีบถอดสร้อยเส้นเล็ก ๆ ของตัวเองออกมา ทั้งที่สร้อยยังมีจี้รูปพระอาทิตย์และจี้พระจันทร์เสี้ยว ห้อยแกว่งบนมือเล็ก ๆ สร้อยเส้นเล็กของทั้งสองคนถูกถอดออก พร้อมกับยื่นมาตรงหน้าพร้อมกัน เพื่อมอบให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังสะอื้นตัวโยน “ไม่ต้องร้องนะยัยตัวเล็ก เอาสร้อยของพี่ไปแทนก็ได้” เดย์พูดพลางยิ้มกว้าง อย่างใจเย็นก่อนจะเอื้อมมือเล็ก ๆ ของตัวเองไปปาดซับน้ำตาบนใบหน้าของแสงเหนือ “ใช่ อย่าร้อง หนูเอาสร้อยของพี่ไปรวมกับของหนูก็ได้ มันจะได้กลายเป็นสร้อยเส้นใหม่ที่มีทั้งจี้ดวงดาว พระอาทิตย์และพระจันทร์ไงยัยเปี๊ยก” ไนท์เอ่ยเสียงนิ่ง มั่นคง แสงเหนือก้มมองสร้อยสองเส้นในมือ น้ำตาใสหยดลงมาไม่ขาดสาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วเผยรอยยิ้มกว้างออกมาทั้งที่สะอื้นไม่หยุด “หนูทำแบบนั้นได้ใช่ไหมคะ ถ้ามีสร้อยแม่ก็จะไม่ดุเหนือ” “อือ/อืม” “แต่หนูไม่มีอะไรให้พี่ ๆนะ” “มีสิ คำสัญญาไง งั้นเรามาทำสัญญากัน ต่อไปนี้พี่สองคนจัดการคนที่มารังแกเธอเอง ส่วนเธอก็มีหน้าที่ตอบแทนพวกพี่ด้วยการคอยทำแผลให้พวกพี่แบบวันนี้ไง” “ค่ะ...งั้นต่อไปหนูจะทำแผลให้พี่เดย์กับพี่ไนท์เอง แล้วพอหนูโตขึ้น หนูจะไปเป็นคุณหมอที่เก่งที่สุด แล้วจะเป็นคนดูแลพี่สองคน ค่อยดูนะโตขึ้นหนูต้องทำแผลเก่งกว่านี้แน่นอน” เดย์หัวเราะเบา ๆ ส่ายหน้าให้กับความไร้เดียงสาของแสงเหนือ ไม่ต่างกับไนท์ที่ยกยิ้มขึ้นตรงมุมปากเล็กน้อยด้วยท่าทีนิ่งสงบ และมองคนตัวเล็กที่ยังคงพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ก่อนเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำกว่าทุกครั้ง “เป็นแค่ยัยเปี๊ยกไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก แค่สัญญาว่าจะเป็นแสงเหนือของพวกพี่สองคนตลอดไปก็พอ” “ใช่ แค่เป็นแสงเหนือที่ส่องแสงสวย ๆ ของเราก็พอ” เด็กหญิงชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมึนงงและไม่เข้าใจ ว่าเธอเป็นคนจะส่องแสงออกมาได้ยังไง ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างไร้เดียงสา แล้วพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น หลังจากที่คิดได้ว่า เธออาจจะส่องแสงได้แบบที่ทั้งสองคนบอกจริง ๆ ก็ได้หากเธอโตขึ้น “ได้ค่ะ หนูสัญญา หนูจะเป็นแสงเหนือที่ส่องแสงสวย ๆ ของพี่สองคนเอง” ปลายนิ้วก้อยเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของแสงเหนือถูกยื่นไปตรงหน้าของทั้งสองคน ก่อนจะเกี่ยวก้อยกันไว้ภายใต้ท้องฟ้ายามเย็น เป็นสายสัมพันธ์และคำสัญญาจากนิ้วเรียวเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงพวกเขาเอาไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันเลือนหาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD