เบลอ

2050 Words
บ้านธิติเมธาภัทร แสงเหนือเดินลงจากรถพร้อมกับมุ่งตรงไปยังด้านในของบ้านทันทีด้วยความคุ้นเคย เพราะเธอมาที่บ้านหลังนี้แทบจะทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ตั้งแต่ย้ายเข้ามาเรียนมหาลัยช่วงแรก ๆ ส่วนแม่ของเธอนั้นก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดทันที ที่เธอเรียนจบมัธยมปลายทำให้เธอมาที่นี่บ่อย จนกลายเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเธอ “ป๊าขา ม๊าขา เหนือมาแล้ว” ห้องอาหารในบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมือง สว่างไสวไปด้วยแสงโคมไฟเหนือโต๊ะยาว พร้อมด้วยกลิ่นอาหารฝีมือนายหญิงของบ้าน ลอยอบอวลส่งกลิ่นยั่วยวนน้ำลายไปทั่ว จนแสงเหนืออดกลืนน้ำลายเบา ๆ ไม่ได้ “เหนือ มานั่งตรงนี้ลูก” เสียงอบอุ่นของคุณหญิงภริตาหญิงวัยกลางคนดังขึ้น พลางตักกับข้าวใส่จานให้เธอด้วยความเอ็นดูราวกับเธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของบ้าน โดยมีเดย์และไนท์เดินตามเฝ้ามาไม่ห่าง พร้อมกับ กระเป๋าและของใช้ส่วนตัวของแสงเหนือที่สองหนุ่มถือเข้ามาให้เหมือนเช่นเคย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น เหมือนเช่นเคย เสียงพูดคุย หัวเราะยังดังเป็นระยะ ๆ ไม่ขาดสาย “เหนือเป็นไงบ้างลูกช่วงนี้” คุณหญิงภริตาเอ่ยถามเด็กสาวหน้าตาน่ารักตรงหน้า ด้วยความรู้สึกเอ็นดู จนนึกอยากได้เด็กคนนี้มาเป็นลูกสาวอีกคน หากไม่ติดที่เจ้าสองแฝดลูกชายของเธอคงไม่มีทางยอม เธอคงไปขอแสงเหนือกับแม่ของเธอมาเป็นลูกบุญธรรมไปแล้ว “เหนือสบายดีค่ะม๊า แต่จะดีกว่านี้ถ้าลูกชายทั้งสองคนของม๊า ไม่ดื้อกับเหนือ” “จริงเหรอ… สองคนนี้นี่นะดื้อกับหนู?” คำฟ้องจากหญิงสาวตัวเล็กเรียกเสียงหัวเราะจากคุณหญิงภริตาได้ทันที ก่อนที่ท่านจะปรายตามองลูกชายทั้งสองอย่างรู้ทัน “ม๊าขา พี่เดย์กับพี่ไนท์ชอบแกล้งเหนือทุกทีเลยนะคะ ไหนจะชอบดื้อแอบไปมีเรื่อง ไม่ฟังที่เหนือบอกอีก” “จริงเหรอพี่เดย์ พี่ไนท์ ที่ชอบแกล้งน้อง” คนเป็นแม่แกล้งเอ่ยถามลูกชายของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่ลูกชายของเธอจะกล้าขัดใจแสงเหนือ ในบ้านหลังนี้มีใครไม่รู้บ้าง ว่าลูกชายเธอคิดและรู้สึกยังไงกับเด็กสาวตรงหน้า จะติดก็เพียงแต่เจ้าตัวที่ไม่รู้ว่าคิดยังไงกับลูกชายของเขาทั้งสองคนเสียมากกว่า แต่หากจะให้มองอยากคนที่ผ่านโลกมาก่อน ก็คงไม่แคล้วที่หญิงสาวเองก็คงจะรู้สึกไม่ต่างกันกับลูกชายของตัวเอง เพียงแต่อาจจะต้องรอเวลาให้เธอได้เข้าใจตัวเองมากขึ้นกว่านี้ซะก่อน “ไม่มีใครแกล้งหรอกครับ แต่เด็กแถวนี้เอาแต่ใจมากกว่า” “หึ เด็กเลี้ยงแกะ” คำตอบของเดย์ที่ว่าเธอเอาแต่ใจและคำตอบจากไนท์ที่บอกว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงแกะทำเอาแสงเหนือทำปากยู่ใส่ทั้งสองคน ทำให้ทั้งบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนคุณหญิงภริตาจะเอื้อมมือมาตักกับข้าวใส่จานเธออีกครั้งอย่างเอ็นดู พลางพูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องไปงอนพี่เขาหรอกลูก สองคนนี้ก็แบบนี้แหละ ชอบทำเป็นดุ แต่จริง ๆ ก็ห่วงและตามใจเหนือที่สุดแล้ว” เดย์กับไนท์สบตากันแวบหนึ่ง ต่างคนต่างไม่ปฏิเสธ แต่ก็เลือกทำเป็นก้มหน้ากินข้าวต่อแทน แต่ในทางกลับกันคำพูดของคุณหญิงภริตาก็ทำเอาแสงเหนือเผลอหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว จนกระทั่งมื้ออาหารผ่านไป “คืนนี้เหนือพักห้องพี่ไนท์ไปก่อนนะลูก ห้องรับแขกม๊าให้ช่างเข้าทำสีใหม่” “ค่ะ ม๊าจิน” คุณหญิงภริตาพูดกับหญิงสาวพลางยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน แสงเหนือพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะเดินตามร่างสูงทั้งสองคนขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน โดยที่พวกเขายังตามมาส่งเธอถึงห้อง “ถ้าเหงาจะเข้ามาเล่นห้องพี่ก่อนก็ได้นะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเดย์เอ่ยบอกกับแสงเหนือด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ก่อนจะพยักหน้าไปทางห้องนอนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้เธอรู้ว่านั้นคือห้องของเขา ต่างกับอีกคนที่ยังมองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “ห้องพี่ไม่มีแมว แต่มีงูนะ” “พี่เล่นไปคนเดียวเลย เหนือจะไปนอน” “หึ เล่นคนเดียวมันจะไปสนุกตรงไหนละ มันต้องเล่นด้วยกันหลาย ๆคนสิ” เดย์บอกร่างบางอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหยอกล้อและท่าทางยียวนที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชอบใจ แต่แสงเหนือกลับยกมือปิดหูทำเป็นไม่อยากฟังก่อนจะรีบหมุนตัวเข้าห้องแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็ว แสงเหนือเดินเข้ามาในห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของใครบางคนที่เธอคุ้นเคยมันเป็นอย่างดี ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องนอนสีน้ำเงิน เทา แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ในห้องยังถูกตกแต่งด้วยสีโทนเข้มช้า ๆ นี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้ามานอนในพื้นที่ส่วนตัวของเขา คนตัวเล็กทิ้งตัวนั่งลงบนปลายเตียง เธอสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อข่มความรู้สึกและหัวใจของเธอที่ยังเต้นแรงไม่หยุด พลางคิดถึงเจ้าของห้องที่มักจะมีสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตาที่มองมามักอ่อนโยนกับเธอเสมอ แม้กระทั่งตอนนี้ กลิ่นกายของเขาที่อบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ยังทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกปกป้องและมีเขาคอยอยู่ใกล้ ๆ แม้เจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ด้วยก็ตาม แสงเหนือถอดแว่นวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างระมัดระวัง โลกตรงหน้าของเธอพร่าเลือนทันที จนทุกอย่างเบลอราวกับละลายเข้าหากัน เพราะเธอสายตาสั้นเกือบแปดร้อยทำให้หากไม่มีมัน โลกใบนี้สำหรับเธอก็ไม่ต่างจากบรรยากาศที่มีม่านหมอกหนาทึบปกคุลมตลอดเวลา ร่างบางคว้าผ้าขนหนูแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานเสียงน้ำก็ไหลกระทบผิวกายอย่างต่อเนื่อง เธอปล่อยให้สายน้ำชำระล้างทั้งร่างกายและความเหนื่อยล้าที่แบกรับมาตลอดทั้งวัน ทุกสัมผัสของสายน้ำชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ทว่าหัวใจกลับไม่สงบเลยสักนิด ภาพรอยยิ้มกวน ๆ ของเดย์และดวงตานิ่งลึกของไนท์ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดอย่างไม่รู้จบ ไม่รู้ว่าทำไมช่วงหลัง ๆ มาเธอมักจะรู้สึกใจสั่นที่อยู่ใกล้พวกเขาสองคน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยสักครั้ง คนตัวเล็กใช้เวลาในห้องน้ำไม่นาน เธอก็ก้าวออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวสีครีมที่พันรอบตัวเธอ หยดน้ำเกาะพราวบนลาดไหล่เล็ก ทว่าหลังจากเดินออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าว คนตัวเล็กกลับต้องหยุดชะงักไป ดวงตากลมโตเพ่งสายตามองเงาของร่างสูงที่ปรากฏอยู่ไม่ไกล ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าของเงาร่างนั้นเป็นอย่างดี แม้สายตาจะพร่ามัวจนไม่อาจมองทุกอย่างได้ชัด แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องใส่แว่นก็รู้ดีว่าเป็นเงาของใคร “พี่…ไนท์?” “…” “ทำไม…พี่ถึงอยู่มาในห้องค่ะ” แสงเหนือเอ่ยถามเสียงเบา ขณะยกมือกำชายผ้าเช็ดตัวแน่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นแรงระส่ำจนแทบคุมไม่อยู่ เพราะการแต่งกายของเธออยู่ในสภาพค่อนข้างที่จะล่อแหลมมากเกินไป ร่างสูงไม่ได้ตอบรับกลับมาทันที เขาทำเพียงขยับกายเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ อย่างใจเย็น “พี่เข้ามาเอาเสื้อผ้า” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบช้า ๆ พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้หญิงสาวท่ามกลางบรรยากาศที่มืดสลัวมีเพียงแสงไฟจากบนหัวเตียงเท่านั้นที่ส่องสว่างอยู่ “รู้ด้วยเหรอว่าเป็นพี่” “หนูจำกลิ่นน้ำหอมพี่ได้” เสียงหวานตอบรับอย่างตรงไปตรงมาด้วยท่าทางใสซื่อ แต่กลับเรียกรอยยิ้มให้กับคนตัวโตได้เป็นอย่างดี จนอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ที่เธอสามารถจดจำเขาได้แม้กระทั่งกลิ่นกาย “แว่นไปไหน ไฟก็ไม่เปิด” คนตัวโตเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะไนท์รู้ดีว่าคนตัวเล็กสายตาสั้น มักจะมองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด ยิ่งในห้องที่เกือบจะมืดสนิทแบบนี้ไม่มีทางที่เธอจะมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน “อยู่บนโต๊ะที่หัวเตียงค่ะ” สองมือเรียวบางควานหาทิศทางไปบนอากาศ ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปตามภาพเลือนรางที่เธอมองเห็น เพื่อจะเดินกลับไปยังหัวเตียงที่มีแว่นของเธอวางอยู่ แต่นอกจากเธอจะไม่สามารถควานหาแว่นของเธอเจอแล้ว แสงเหนือยังไขว่คว้าไปสัมผัสเข้าบางสิ่งแทน ผิวกายร้อนที่เต็มไปด้วยความแข็งแรงและมวลกล้ามเนื้อของคนตัวโตที่เข้ามายืนขว้างอยู่ตรงหน้าเธอ “เอ่อ...คือ...” คนตัวเล็กที่กำลังจะดึงมือออกด้วยความตกใจ แต่กลับถูกมือหนาดึงรั้งเอาไว้ ไม่ยอมให้เธอผละมือออกจากร่างแกร่ง “จำกลิ่นพี่ได้ ลองจำสัมผัสจากพี่ดูไหมครับ” “พี่ไนท์” แสงเหนือเม้มริมฝีปากบางเข้าหากันแน่น ด้วยความประหม่า เธอไม่รู้ว่าคนตัวโตตอนนี้มีสีหน้าแบบไหน เธอรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เขาอยู่ใกล้เธอมากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่กำลังเป่ารดผิวกายของเธอ “เดียวพี่สอนครับ สอนให้หนูเริ่มจดจำสัมผัสของพี่" ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะตอบตกลง ริมฝีปากหนาก็ทาบประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามากวาดตอนความหวานในโพรงปากช้า ๆ อย่างใจเย็น ในจังหวะที่คนตัวเล็กยังตั้งหลักไม่ทัน มือบางยังค้างอยู่ตรงอกเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง ริมฝีปากของเธอก็ถูกคนร่างสูงโน้มลงมาปิดทับอย่างแผ่วแนบแน่น ก่อนที่แรงดูดเม้มอุ่นร้อนจะค่อย ๆ ไล่เลีย กลีบปากบางอย่างจงใจ ทำเอาหัวใจเธอสะท้านเต้นไม่เป็นจังหวะ ทันทีที่เรียวลิ้นหนาของเขาแตะเกี่ยวลิ้นเล็กของเธอ ความคิดทุกอย่างก็ขาวโพลนราวกับถูกกำลังหลุดลอยไปในอากาศ มือหนาเลื่อนไปประคองท้ายทอยร่างบางให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส แนบแน่นจากเขาที่กำลังก่อตัวลุกโซนขึ้นทุกที ลมหายใจอุ่นร้อนผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกันจนไม่อาจรู้ว่าเป็นของใคร ร่างบางปิดเปลือกตาลง ปล่อยให้ตัวเองลอยเคลิ้มอยู่ในห้วงจูบที่หวานละมุนเกินกว่าจะดิ้นรนหลบหนี เหมือนเวลาบนโลกกำลังจะหยุดหมุน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงระรัว และความรู้สึกหวามไหวจากชายหนุ่มที่ตั้งใจสอนเธอ “จำสัมผัสนี้ จากพี่ไว้ให้ดี” ริมฝีปากหนาผละออกมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเดินไปหยิบแว่นของคนตัวเล็กที่โต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมา แล้วประคองขาแว่นสวมใส่บนใบหน้าของเธอ โลกที่พร่าเลือนพลันชัดเจนขึ้นทันตา และสิ่งแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าคมเข้มในระยะประชิด ดวงตาสีดำสนิทของเขามองเธอด้วยแววตาเรียบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป ต่างกับหัวใจของเธอ ที่ยังสั่นสะท้านไม่หยุดเพราะจูบของเขา สัมผัสร้อนชื้นจากริมฝีปากและเรียวลิ้นร้อนของเขายังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD