บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าในยามสายอบอวลไปด้วยความตึงเครียดเล็กน้อย อคินน์ในชุดสูทเนี๊ยบกริบนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดมองนาฬิกาข้อมือด้วยความหงุดหงิดระคนรอคอย วันนี้คือวันที่คุณเลขาสาว ที่คุณพ่อบังคับยัดเยียดให้จะต้องเดินทางมารายงานตัวเป็นวันแรก หลังจากที่เมื่อวานเจ้าตัวเล่นตัวขอเลื่อนการเดินทางจนเขาต้องหงุดหงิดเก้อ
ชายหนุ่มเตรียมคำพูดเชือดเฉือนและมาตรการสุดโหดไว้ต้อนรับคุณหนูไฮโซเอาแต่ใจคนนี้ไว้สารพัดวิธีแล้ว เพื่อหวังจะให้เธอทนไม่ไหวและขอลาออกไปเองภายในสัปดาห์แรก
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานหรูจะถูกผลักเปิดออกช้า ๆ
อคินน์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร เตรียมจะพ่นวาจาเย็นชาใส่ผู้มาใหม่ทันที แต่ทว่สำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อร่างบางในชุดเดรสสีครีมคลุมเข่าสวมทับด้วยสูทเบลเซอร์สีเดียวกัน เรือนผมยาวสลวยจัดทรงเรียบร้อยและใบหน้าหวานแต่งแต้มบางเบาปรากฏสู่สายตา
ดวงตากลมโตที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังกะพริบปริบ ๆ ด้วยความประหลาดใจระคนตกตะลึง เมื่อกวาดสายตาเข้ามาในห้องแล้วพบว่าท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นเจ้าของบริษัทกลับไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น พี่อคินน์หนุ่มหล่อห้องตรงข้ามผู้ใจดีที่เพิ่งพาเธอไปกินหม่าล่าและซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สปอร์ตด้วยกันเมื่อคืนนี้เอง
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!!
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ สมองของทั้งสองฝ่ายประมวลผลเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเร็วสูง
อคินน์ผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก ปริศนาทุกอย่างที่ค้างคาใจเมื่อคืนกระจ่างชัดขึ้นในเสี้ยววินาทีผู้หญิงที่ย้ายมาอยู่ห้องตรงข้ามห้องน้องสาวเขา ที่แท้ก็คือลูกสาวเพื่อนพ่อคนที่ถูกส่งมาเป็นเลขาฯ ของเขานี่เอง และที่สำคัญ ยัยเด็กจอมจุ้นที่เขาแอบหวั่นไหวและเลี้ยงข้าวเมื่อคืน กลับกลายเป็นพนักงานใต้บังคับบัญชาที่เขาตั้งใจจะกลั่นแกล้งให้ร้องไห้ออกไปซะนี่
ส่วนทางด้านน้ำรินหัวใจดวงน้อยหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ขาทั้งสองข้างแทบจะก้าวถอยหลังหนีเมื่อตระหนักได้ว่า ผู้ชายมาดนิ่ง อบอุ่น เป็นกันเอง และเผลอเรียกไปว่าพี่อคินน์อย่างสนิทสนมเมื่อคืน แท้จริงแล้วคือ ท่านประธานจอมโหดเจ้าของฉายาน้ำแข็งขั้วโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุและไร้ความปรานีที่ใคร ๆ ต่างพากันหวาดกลัว
"คุณ... " น้ำรินหลุดอุทานเสียงแผ่ว เบิกตากว้างจนแทบถล่น มือบางเผลอกำสายสะพายกระเป๋าแน่นด้วยความทำตัวไม่ถูก
อคินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ชายหนุ่มทรุดตัวลงพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววระยิบระยับด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกขันในความบังคับของโชคชะตา
ร่างสูงก้าวเดินช้า ๆ ออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน เดินตรงเข้าไปใกล้หญิงสาวที่ยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตูทีละก้าว ๆ จนน้ำรินต้องเผลอก้าวถอยหลังหนีด้วยความประหม่า
"ไงครับ... เลขาฯ คนใหม่ของผม"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำลึกซึ้งและแฝงความเย้าแหย่ที่หาดูได้ยาก "เมื่อคืนสนุกมากเลยสินะ ที่ได้หลอกให้ท่านประธานคนนี้พาไปเลี้ยงหม่าล่าแถมยังซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเมืองอีก คุณน้ำริน"
น้ำรินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความอับอายและทำตัวไม่ถูก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่โชคชะตาขุดเอาไว้ให้อย่างจัง และดูท่าทางแล้วชีวิตการเป็นเลขาฯ ของเธอในบริษัทนี้ คงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน
ดวงตากลมโตของน้ำรินเบิกกว้างขึ้นไปอีกขั้นเมื่อสมองประมวลผลเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันคุณลุงคชาเพื่อนสนิทของคุณพ่อนนท์ก็คือพ่อของอคินน์
ผู้ชายมาดนิ่งแต่ใจดีที่เธอเพิ่งไปนั่งกินหม่าล่า ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ และเผลอหยอกล้อเรียกเขาว่า
"พี่อคินน์" อย่างสนิทสนมเมื่อคืน แท้จริงแล้วคือท่านประธานจอมโหดผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและดุที่สุดในบริษัทแห่งนี้
หญิงสาวอ้าปากค้างเล็กน้อย ใบหน้าหวานถอดสีสลับกับแดงก่ำด้วยความตกใจและอับอายสุดขีด ก่อนจะหลุดอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
"พี่ .. เอ่อพี่คือลูกชายคุณลุงคชา จริง ๆ เหรอคะ"
อคินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นอย่างนึกสนุก ชายหนุ่มก้าวเท้าขยับเข้าไปใกล้ร่างบางที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินทีละก้าว พร้อมกับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเย้าแหย่
"ใช่..." อคินน์ลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี
"พ่อฉันก็คือเพื่อนสนิทของคุณอานนท์ที่ภูเก็ต และตัวฉันเองนี่แหละ คือท่านประธานจอมโหดที่เธอตั้งใจจะมาเป็นเลขาฯ ตั้งแต่วันแรก"
น้ำรินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ขาทั้งสองข้างแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น นึกย้อนไปถึงวีรกรรมเมื่อคืนที่เธอทั้งชวนเขาไปกินหม่าล่า แถมยังบังอาจแซวว่าหน้าตาโกงอายุจนเกือบจะเรียกเขาว่าลุงอีกให้ตายเถอะนี่เธอเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหนไปเล่นหัวท่านประธานผู้ทรงอิทธิพลคนนี้เนี่ย
"มะ... ไม่จริงใช่ไหมคะ..."
น้ำรินเสียงสั่นระรัว พยายามก้าวถอยหลังหนี แต่พื้นที่ด้านหลังกลับชนเข้ากับบานประตูห้องทำงานจนมุมอับ
อคินน์ใช้มือแกร่งข้างหนึ่งค้ำยันกรอบประตูไว้ ก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่น ๆ รดรินอยู่ข้างแก้มนวล แววตาคมกริบเป็นประกายวิบวับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่หาดูได้ยาก
"จะปฏิเสธตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะคุณเลขาฯ คนใหม่" อคินน์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเล็ก
"ในเมื่อเมื่อคืนเธอใช้งานผมซะคุ้มเลย งั้นต่อจากนี้ ถึงตาผมบ้างแล้วล่ะ ที่จะได้ใช้งาน เลขาฯ ป้ายแดงคนนี้ให้คุ้มค่ากับตำแหน่งในบริษัทเสียหน่อย"