เเต่หลังจากกลับเข้าห้องตัวเองได้ไม่นาน อคินน์ก็ยังคงนั่งวนเวียนอยู่กับความรู้สึกแปลก ๆ ในอก ภาพที่เห็นเธอนวดคลึงข้อเท้าตัวเองด้วยความเจ็บปวดตอนอยู่ในรถยังคงติดตา ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างจำยอม ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบหลอดเจลทาแก้ปวดข้อและคลายกล้ามเนื้อติดมือมาด้วย แล้วตัดสินใจเดินออกจากห้องตรงข้ามไปเคาะประตูห้องของหญิงสาว
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้น้ำรินที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและกำลังเตรียมตัวจะลุกไปนอน ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกป่านนี้แล้วใครมาเคาะห้องกันนะ?
ร่างบางในชุดนอนผ้าบางเบาสีอ่อนเดินมาเปิดประตู โดยไม่ได้เอะใจเลยสักนิดว่าสภาพของตัวเองในตอนนี้จะสร้างความสะเทือนใจให้คนมองขนาดไหน เพราะความเป็นคนขี้ร้อนแถมยังคุ้นชินกับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวของทางภาคใต้ ทำให้ชุดนอนที่เธอเลือกใส่เป็นแบบสายเดี่ยวเนื้อผ้าบางเบาสุดเซ็กซี่ แนบเนื้อจนเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและมองทะลุเห็นชุดชั้นในด้านในเกือบหมด
แอด...
บานประตูเปิดออก พร้อมกับร่างบางที่ส่งยิ้มงัวเงียออกไป "ค่ะ? ใครคะ..."
อึก .. คำพูดทั้งหมดของน้ำรินต้องกลืนกลับลงคอไปทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าคนที่ยืนถือหลอดเจลอยู่หน้าห้องไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นท่านประธานหนุ่มหน้าขรึมคนเดิม
อคินน์ที่ตั้งใจจะมายื่นหลอดเจลให้ถึงกับ ชะงักค้างเติ่งไปสนิทดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติเมื่อแสงไฟจากในห้องสาดกระทบเข้ากับเรือนร่างบอบบางในชุดนอนสุดวาบหวิว ความบางเบาของเนื้อผ้าทำให้มองเห็นสัดส่วนและชุดชั้นในด้านในเกือบหมด สมองที่เคยฉลาดเฉลียวว่างเปล่าไปชั่วขณะ เลือดในกายของท่านประธานหนุ่มสูบฉีดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อรักษาทรง
ให้ตายสิ ยัยเด็กนี่คิดจะทรมานหัวใจเขาทางอ้อมหรือยังไง ถึงได้กล้าใส่ชุดนอนแบบนี้เปิดประตูรับผู้ชายตอนดึกดื่นหน้าตาเฉย
อคินน์รีบกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อดึงสติอันน้อยนิดกลับคืนมา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทเริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆ ด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ก่อนที่สัญชาตญาณความดุจะถูกงัดขึ้นมากลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองเธอด้วยความหมั่นไส้ระคนขัดหูขัดตา
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยเสียงดุลอดไรฟันออกมาทันที
"ถ้าใส่ชุดแบบนี้นอน เธอแก้ผ้านอนไปเลยดีกว่าไหม"
ดวงตากลมโตของน้ำรินก้มมองชุดนอนผ้าซิลค์บางเบาของตัวเองตามสัญชาตญาณ ก่อนที่ใบหน้าหวานจะแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความตกใจระคนอับอาย เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอยืนอยู่ในสภาพล่อแหลมและวาบหวิวแค่ไหนต่อหน้าผู้ชายตัวเป็น ๆ
หญิงสาวหวีดร้องเบา ๆ ในลำคอ รีบยกมือขึ้นกอดอกพัลวันพร้อมกับก้าวถอยหลังหนีเพื่อปิดบังเรือนร่าง
"นี่คุณ ใครใช้ให้มาวิจารณ์ชุดนอนคนอื่นเล่า ฉันจะใส่อะไรมันก็สิทธิ์ของฉันไหมคะ อีกอย่างฉันชินกับการใส่แบบนี้เพราะอากาศที่ใต้ร้อนจะตาย ทะลึ่งจริง ๆ เลย"
อคินน์รีบดึงสายตากลับมามองตรงด้วยสีหน้าบึ้งตึงเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่ตีรวนขึ้นมาในอก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วสวนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัดเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"ใครอยากจะมองสภาพยัยซุ่มซ่ามอย่างเธอพรรค์นั้นกันเล่า
ถ้าคิดจะเปิดประตูรับแขกด้วยชุดแบบนี้วันหลังติดป้ายประกาศไว้หน้าห้องเลยดีกว่าไหม"
อคินน์เอ็ดเบา ๆ พลางยื่นหลอดเจลในมือไปข้างหน้าโดยไม่ยอมมองหน้าเธอตรง ๆ
"เอ้า... รับไป"
น้ำรินรับหลอดเจลแก้ปวดและคลายกล้ามเนื้อมาถือไว้ด้วยความมึนงงปนประหลาดใจ เธอกะพริบตาปริบ ๆ มองวัตถุดิบในมือสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงขึ้นสีแดงจาง ๆ
"นี่คืออะไรคะ..?"
"เจลทาแก้ปวดข้อ..."
อคินน์ตอบเสียงห้วนตามฟอร์ม พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชา
"เห็นเธอนวดขาตัวเองตอนอยู่ในรถเมื่อเย็น กลัวว่าพรุ่งนี้ตื่นมาขาจะเดี้ยงจนเดินมาทำงานไม่ไหว แล้วจะมาเป็นภาระให้ฉันต้องเสียเวลามาคอยตามจิกอีก... ทาซะล่ะ"
พูดจบท่านประธานหนุ่มก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยปากขอบคุณหรือเถียงอะไรต่อ ชายหนุ่มสะบัดหน้าหนีแล้วหมุนตัวก้าวยาว ๆ กลับห้องฝั่งตรงข้ามของตัวเองทันทีด้วยความเร็วแสง
ปัง!!
ประตูห้องฝั่งตรงข้ามปิดลงสนิท ทิ้งให้น้ำรินยืนถือหลอดเจลอยู่ในมือด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งหมั่นไส้ความปากแข็งใจร้ายของเขา แต่ในขณะเดียวกัน... หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวแปลก ๆ กับความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยวาจาดุ ๆ นั้น
..ปากร้ายใจดีชะมัด ไหนคุณพ่อบอกเราากชายเพื่อนท่านเป็นคนเย็นชานี่นา เเต่ไม่เห็นจริงอย่างที่พูดเลย ...
หญิงสาวแอบบ่นพึมพำเบา ๆ ก่อนจะอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวแล้วปิดประตูห้องของตัวเองบ้าง คืนนี้ ดูท่าว่ายาแก้ปวดหลอดนี้คงจะได้ทำหน้าที่เยียวยาทั้งข้อเท้าและหัวใจที่กำลังสั่นไหวของเธอไปพร้อม ๆ กันเสียแล้ว