ทุกอย่างยังคงปกติ จนเลิกงานอคินน์ชวนน้ำรินกลับด้วยกันอีกครั้งเขาต้องการขอโทษเธอเป็นส่วนตัว ซึ่งน้ำรินก็ตกลง
เย็นวันนั้นภายในห้องโดยสารรถยนต์คันหรูเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ เคล้าไปกับทัศนียภาพยามเย็นของเมืองกรุง
ชายหนุ่มเหลือบมองคนข้างกายที่นั่งนิ่งเงียบมาตั้งแต่ขึ้นรถ สีหน้าของเธอยังคงมีความขุ่นเคืองหลงเหลืออยู่เล็กน้อยจากเหตุการณ์ที่พนักงานในบริษัทของเขาแสดงกิริยาและพูดจาไม่เหมาะสมใส่เธอในวันก่อน
รถหรูเคลื่อนตัวมาจอดเทียบฟุตบาทริมถนน ก่อนที่เขาจะหันมาสบตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างจริงจัง
"เรื่องพนักงานที่พูดถึงเธอในทางไม่ดี"
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
"ผมต้องขอโทษคุณจริงๆ นะครับ ผมจัดการตักเตือนและคาดโทษเขาเรียบร้อยแล้ว หวังว่าคุณจะไม่เก็บคำพูดแย่ๆ พวกนั้นมาใส่ใจให้รกสมองเลยนะ"
หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ หันมามองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าประธานบริษัทใหญ่อย่างเขาจะใส่ใจความรู้สึกของเธอมากขนาดนี้ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ เขาก็พูดต่อด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
"แล้วก็เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้มื้ออาหารวันนั้นของคุณมันกร่อยเพราะคนอื่น วันนี้ผมยกให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวคุณก็เเล้วกัน"
มือหนาเคาะพวงมาลัยเบาๆ พลางผายมือเชื้อเชิญ
"อยากทานอะไร ร้านไหน บรรยากาศแบบไหน เลือกมาได้เลยครับ วันนี้ผมพร้อมที่จะตามใจคุณทุกอย่าง"
ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำประกาศิตแบบนั้น ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาบางเบา ความขุ่นเคืองในใจเมื่อวันก่อนพลันมลายหายไปเกือบหมดสิ้น
"พูดแล้วนะคะ" เธอยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ
"ถ้าฉันเลือกร้านที่แพงที่สุดในเมือง หรือร้านสตรีทฟู้ดริมทางเดินยากๆ คุณห้ามบ่นเด็ดขาดนะ"
เขายิ้มรับอย่างไม่นึกกลัว แววตาพราวระยับด้วยความเอ็นดู
"ต่อให้คุณอยากกินดาวบนฟ้า ผมก็ยังหาทางหามาเสิร์ฟให้คุณได้เลย เลือกร้านมาสิครับ ผมพร้อมพาไปทุกที่ที่คุณอยากไปแล้ว"
"ร้านกึ่งผับบรรยากาศชิล ๆ มีดนตรีสดฟังสบาย ๆ และอาหารอร่อย ๆ ค่ะ"
น้ำรินเอ่ยชื่อร้านอาหารสุดฮิตที่วัยรุ่นนิยมไปนั่งดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยแววตาสดใส
อคินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อร้าน แนวร้านชิล ๆ สไตล์นั้นคงไม่เหมาะกับชุดสูททำงานเนี๊ยบกริบของเขาและชุดกระโปรงทรงดินสอเป็นทางการของเธอแน่ ๆ ชายหนุ่มจึงเอ่ยข้อเสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบราบ
"ถ้าร้านนั้น งั้นเรากลับคอนโดไปเปลี่ยนชุดให้เข้ากับบรรยากาศกันก่อนดีกว่า แล้วค่อยออกไปตอนค่ำ ๆ จะได้แต่งตัวสบาย ๆ หน่อย"
น้ำรินพยักหน้ารับด้วยความเห็นด้วยอย่างยิ่ง
"ก็ดีเหมือนกันค่ะ ขืนฉันใส่ชุดนี้ไปนั่งร้านกึ่งผับคงดูแปลกพิลึก " งั้นตกลงตามนี้"
ช่วงเย็นวันนั้น ทั้งคู่เดินทางกลับคอนโดมิเนียมพร้อมกันในรถยนต์คันหรู บรรยากาศภายในรถผ่อนคลายและเป็นกันเองกว่าทุกวันที่ผ่านมา ความตึงเครียดจากเรื่องงานถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและการพูดคุยหยอกล้อกันเล็กน้อยระหว่างทาง
เมื่อรถแล่นมาจอดส่งที่ลานจอดรถใต้คอนโด ทั้งคู่ขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นบนสุดและเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักฝั่งตรงข้ามของตัวเอง
ก่อนที่อคินน์จะเปิดประตูเข้าห้องพัก ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย หันมามองหญิงสาวที่กำลังหยิบกุญแจเตรียมไขเข้าห้องฝั่งตรงข้าม แล้วเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเข้มตามสไตล์
"ให้เวลาแต่งตัวหนึ่งชั่วโมง"
อคินน์ลากเสียงยาวพรางปรายตามองนาฬิกาข้อมือ "ทุ่มตรงเจอกันที่ล็อบบี้ข้างล่างแต่งตัวสวย ๆ ให้ทันล่ะ อย่าให้ผมต้องยืนรอนานเด็ดขาดนะคุณเลขาฯ"
น้ำรินหันมาค้อนขวับใส่เขาเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
"รู้แล้วน่า คนยิ่งแต่งตัวช้า ๆ อยู่ด้วยห้ามบ่นก็แล้วกันค่ะท่านประธาน"