ขอโทษ

753 Words
ทุกอย่างยังคงปกติ จนเลิกงานอคินน์ชวนน้ำรินกลับด้วยกันอีกครั้งเขาต้องการขอโทษเธอเป็นส่วนตัว ซึ่งน้ำรินก็ตกลง เย็นวันนั้นภายในห้องโดยสารรถยนต์คันหรูเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ เคล้าไปกับทัศนียภาพยามเย็นของเมืองกรุง ชายหนุ่มเหลือบมองคนข้างกายที่นั่งนิ่งเงียบมาตั้งแต่ขึ้นรถ สีหน้าของเธอยังคงมีความขุ่นเคืองหลงเหลืออยู่เล็กน้อยจากเหตุการณ์ที่พนักงานในบริษัทของเขาแสดงกิริยาและพูดจาไม่เหมาะสมใส่เธอในวันก่อน รถหรูเคลื่อนตัวมาจอดเทียบฟุตบาทริมถนน ก่อนที่เขาจะหันมาสบตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างจริงจัง "เรื่องพนักงานที่พูดถึงเธอในทางไม่ดี" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ผมต้องขอโทษคุณจริงๆ นะครับ ผมจัดการตักเตือนและคาดโทษเขาเรียบร้อยแล้ว หวังว่าคุณจะไม่เก็บคำพูดแย่ๆ พวกนั้นมาใส่ใจให้รกสมองเลยนะ" หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ หันมามองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าประธานบริษัทใหญ่อย่างเขาจะใส่ใจความรู้สึกของเธอมากขนาดนี้ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ เขาก็พูดต่อด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "แล้วก็เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้มื้ออาหารวันนั้นของคุณมันกร่อยเพราะคนอื่น วันนี้ผมยกให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวคุณก็เเล้วกัน" มือหนาเคาะพวงมาลัยเบาๆ พลางผายมือเชื้อเชิญ "อยากทานอะไร ร้านไหน บรรยากาศแบบไหน เลือกมาได้เลยครับ วันนี้ผมพร้อมที่จะตามใจคุณทุกอย่าง" ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำประกาศิตแบบนั้น ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาบางเบา ความขุ่นเคืองในใจเมื่อวันก่อนพลันมลายหายไปเกือบหมดสิ้น "พูดแล้วนะคะ" เธอยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ "ถ้าฉันเลือกร้านที่แพงที่สุดในเมือง หรือร้านสตรีทฟู้ดริมทางเดินยากๆ คุณห้ามบ่นเด็ดขาดนะ" เขายิ้มรับอย่างไม่นึกกลัว แววตาพราวระยับด้วยความเอ็นดู "ต่อให้คุณอยากกินดาวบนฟ้า ผมก็ยังหาทางหามาเสิร์ฟให้คุณได้เลย เลือกร้านมาสิครับ ผมพร้อมพาไปทุกที่ที่คุณอยากไปแล้ว" "ร้านกึ่งผับบรรยากาศชิล ๆ มีดนตรีสดฟังสบาย ๆ และอาหารอร่อย ๆ ค่ะ" น้ำรินเอ่ยชื่อร้านอาหารสุดฮิตที่วัยรุ่นนิยมไปนั่งดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยแววตาสดใส อคินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อร้าน แนวร้านชิล ๆ สไตล์นั้นคงไม่เหมาะกับชุดสูททำงานเนี๊ยบกริบของเขาและชุดกระโปรงทรงดินสอเป็นทางการของเธอแน่ ๆ ชายหนุ่มจึงเอ่ยข้อเสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบราบ "ถ้าร้านนั้น งั้นเรากลับคอนโดไปเปลี่ยนชุดให้เข้ากับบรรยากาศกันก่อนดีกว่า แล้วค่อยออกไปตอนค่ำ ๆ จะได้แต่งตัวสบาย ๆ หน่อย" น้ำรินพยักหน้ารับด้วยความเห็นด้วยอย่างยิ่ง "ก็ดีเหมือนกันค่ะ ขืนฉันใส่ชุดนี้ไปนั่งร้านกึ่งผับคงดูแปลกพิลึก " งั้นตกลงตามนี้" ช่วงเย็นวันนั้น ทั้งคู่เดินทางกลับคอนโดมิเนียมพร้อมกันในรถยนต์คันหรู บรรยากาศภายในรถผ่อนคลายและเป็นกันเองกว่าทุกวันที่ผ่านมา ความตึงเครียดจากเรื่องงานถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและการพูดคุยหยอกล้อกันเล็กน้อยระหว่างทาง เมื่อรถแล่นมาจอดส่งที่ลานจอดรถใต้คอนโด ทั้งคู่ขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นบนสุดและเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักฝั่งตรงข้ามของตัวเอง ก่อนที่อคินน์จะเปิดประตูเข้าห้องพัก ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย หันมามองหญิงสาวที่กำลังหยิบกุญแจเตรียมไขเข้าห้องฝั่งตรงข้าม แล้วเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเข้มตามสไตล์ "ให้เวลาแต่งตัวหนึ่งชั่วโมง" อคินน์ลากเสียงยาวพรางปรายตามองนาฬิกาข้อมือ "ทุ่มตรงเจอกันที่ล็อบบี้ข้างล่างแต่งตัวสวย ๆ ให้ทันล่ะ อย่าให้ผมต้องยืนรอนานเด็ดขาดนะคุณเลขาฯ" น้ำรินหันมาค้อนขวับใส่เขาเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "รู้แล้วน่า คนยิ่งแต่งตัวช้า ๆ อยู่ด้วยห้ามบ่นก็แล้วกันค่ะท่านประธาน"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD