เธอเป็นใครกันเเน่

1635 Words
ความเงียบงันยามดึกดื่นภายในห้องนอนกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีเข้มขรึมของอคินน์ ไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่กำลังปั่นป่วนของชายหนุ่มสงบลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่พลิกตัวไปมาบนเตียงนอนนุ่มอยู่หลายรอบ ดวงตาคมกริบกะพริบปริบ ๆ จ้องมองความมืดสลัวในห้องอย่างคนนอนไม่หลับ ภาพรอยยิ้มหวานหยด เสียงใส ๆ ที่เอ่ยเรียกชื่อเขาว่า "พี่อคินน์" รวมถึงสัมผัสอุ่นซ่านตอนที่เธอนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์แล้วใช้สองมือเรียวโอบกอดรอบเอวสอบของเขาไว้ทุกอิริยาบถของหญิงสาววนเวียนกลับมาฉายซ้ำในหัวสมองของเขาไม่ยอมหยุดหย่อน ราวกับแผ่นเสียงตกร่องที่บังคับให้เขาต้องนึกถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ให้ตายสิ..." อคินน์สบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย มือหนายกขึ้นขยี้เส้นผมสีเข้มของตัวเองด้วยความหงุดหงิดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาพยายามหลับตาข่มความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ลงไป พยายามบอกตัวเองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงแปลกหน้าที่บังเอิญผ่านมาเจอกันแค่วันเดียว ทำไมเขาถึงต้องเก็บเอาเรื่องไร้สาระพวกนี้มาเก็บตกคิดจนนอนไม่หลับด้วยวะเนี่ย "ไร้สาระ .. ทำไมเราต้องคิดถึงเด็กนั่นด้วย" ยิ่งพยายามข่มตาหลับ ภาพใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีดอกลีลาวดีทัดหูก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นมาในหัว จนกระทั่งความรำคาญใจเปลี่ยนทิศทางไปสู่ปริศนาอีกข้อที่คาใจตั้งแต่อย่วงแรกเรื่องห้องพัก สมองส่วนที่มีเหตุผลและผ่านการคำนวณมาอย่างดีแบบวิศวกรเริ่มทำงานขึ้นมาอีกครั้ง ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมแห่งนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีความเป็นส่วนตัวสูงสุด มีเพียงแค่ห้องชุดเพนต์เฮาส์ของเขา และห้องชุดฝั่งตรงข้ามที่เป็นกรรมสิทธิ์ของอัญชัน น้องสาวแท้ ๆ ของเขาเองเท่านั้น ซึ่งนาน ๆ ครั้งน้องสาวตัวแสบถึงจะแวะเวียนมานอนสักที แล้วอยู่ ๆ ทำไมวันนี้ถึงมีผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนั้นย้ายเข้ามาอยู่ห้องตรงข้ามได้อย่างไร?หรือว่ายัยอัญชันแอบปล่อยห้องให้คนอื่นเช่าลับหลังเขาจริง ๆ? ความคิดนั้นสะกิดต่อมความสงสัยจนอคินน์ทนเก็บงำไว้ไม่ไหว เมื่อนาฬิกาบอกเวลาตีสองกว่า ๆ แต่เขายังตาสว่างโร่ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจลุกขึ้นพรวดจากเตียง เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างหัวนอนขึ้นมา แล้วกดเบอร์โทรหาอัญชันน้องสาวตัวดีทันทีด้วยความฉุนเฉียว ตี๊ด... ตี๊ด... เสียงสัญญาณดังอยู่ไม่นานนักปลายสายก็กดรับด้วยน้ำเสียงงงัวเงียและติดจะหงุดหงิดไม่แพ้กัน เพราะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึก (ฮัลโหล... อะไรกันเนี่ยพี่อคินน์ ดึกดื่นป่านนี้โทรมามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไร ทำไมไม่หลับไม่นอนอีกคะ) เสียงงัวเงียของอัญชันแหวใส่พี่ชายทันที อคินน์ไม่สนใจเสียงบ่นของน้องสาว เขายิงคำถามใส่ทันทีด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและจริงจัง " อัญชัน แกตอบพี่มาตรง ๆ นะ ช่วงนี้แกแอบปล่อยห้องพักที่คอนโดให้คนอื่นเช่าลับหลังพี่หรือเปล่า" ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่เสียงง่วงนอนนั้นจะหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความงุนงงสุดขีด (ห๊ะ !! พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย ใครจะไปปล่อยห้องเช่า บ้าหรือเปล่า ห้องนั้นหนูซื้อไว้พักเวลาขี้เกียจขับรถกลับบ้านต่างหากเล่า แล้วอีกอย่างหนูจะปล่อยให้ใครเช่าในเมื่อกุญแจสำรองก็อยู่กับหนูกับคุณพ่อ) คิ้วเข้มของอคินน์ขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นทันที เมื่คำตอบของน้องสาวไม่ตรงกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ "ถ้าแกไม่ได้ปล่อยเช่า แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีผู้หญิงคนหนึ่งย้ายเข้ามาอยู่ห้องตรงข้ามห้องฉันล่ะ แถมวันนี้เธอยังเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่วันแรกด้วย แกแน่ใจนะว่าไม่ได้ให้เพื่อนหรือใครยืมห้องพักน่ะอัญชัน " (ผู้หญิงเหรอ?) อัญชันทวนคำเสียงสูงด้วยความฉงนหนักกว่าเดิม (ห้องตรงข้ามห้องพี่ก็มีแค่ห้องหนูไม่ใช่เหรอไง แล้วจะมีผู้หญิงที่ไหนกล้าเข้าไปอยู่เล่าพี่อคินน์ พี่ตาฝาดหรือเปล่าเนี่ย หรือว่าเครียดงานจนหลอนเห็นผีสาวมาเคาะห้องตอนดึก ๆ ล่ะสิ ) "ฉันไม่ได้ตาฝาดเว้ยฉันเพิ่งพาผู้หญิงคนนั้นไปกินหม่าล่ามาเมื่อหัวค่ำนี้เอง เธอย้ายมาอยู่ห้องตรงข้ามห้องฉันจริง ๆ " อคินน์เผลอหลุดเสียงเข้มใส่สายด้วยความหัวเสีย (ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ อัญชันระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมาทันทีเมื่อได้ยินพี่ชายพูดแบบนั้น (โอ๊วว..,ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายสุดเนี๊ยบของหนู ถึงกับเพ้อขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ผู้หญิงที่ไหนกันนะที่ทำให้ท่านประธานน้ำแข็งสติหลุดได้ถึงขนาดนี้ ยอมรับมาซะดี ๆ เถอะว่าแอบไปปิ๊งสาวที่ไหนมา ถึงได้กุเรื่องว่ามีคนมาอยู่ห้องตรงข้ามห้องหนูเนี่ย) " ฉันไม่ได้กุเรื่อง! ถ้าแกไม่เชื่อกลับไทยแกก็มาดูเองก็แล้วกัน!! " .ติ๊ด!! อคินน์กดตัดสายทิ้งด้วยความหงุดหงิดระคนหัวเสีย เมื่อไม่ได้คำตอบอะไรที่กระจ่างขึ้นมาจากปากน้องสาวตัวแสบเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงนอนเสียงดังตุ้บ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมายที่ตีรวนอยู่ในหัว ในเมื่ออัญชันยืนยันว่าไม่ได้ปล่อยห้องให้ใครเช่า และไม่มีทางมีคนอื่นมีกุญแจห้องนั้นแล้วผู้หญิงคนนั้น... น้ำริน เป็นใครกันแน่? ทำไมเธอถึงเข้ามาพักอยู่บนชั้นเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเพียงห้องของเขาและห้องน้องสาวได้? ปริศนานี้ถูกทิ้งไว้ให้ค้างคาในใจของท่านประธานหนุ่ม โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผยในเช้าวันรุ่งขึ้เลขาฯ ป้ายแดง ที่เขาตั้งตารอคอย จะก้าวเท้าเข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าเขาพร้อมกับความจริงที่ทำให้เขาต้องช็อกจนพูดไม่ออก แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอน ท้องฟ้าแจ่มใสรับวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความสดใส เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นพร้อมกับความกระตือรือร้นของน้ำรินวันนี้เธอมีกำหนดการสำคัญต้องเดินทางไปรายงานตัวเป็นเลขาฯ ส่วนตัววันแรกที่บริษัทของท่านประธานหนุ่มจอมโหดตามคำสั่งเฉียบขาดของคุณพ่อ แม้จะแอบหวั่นใจอยู่บ้างว่าจะต้องเจอเจ้านายดุ ๆ แบบไหน แต่ความสดใสตามธรรมชาติก็ทำให้เธอยังคงยิ้มรับได้ ร่างบางในชุดเดรสสีครีมคลุมเข่าเรียบร้อย สวมทับด้วยเสื้อสูทเบลเซอร์สีเดียวกันช่วยขับให้ลุคดูเป็นทางการและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ใบหน้าหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาดูธรรมชาติ เรือนผมยาวสลวยถูกจัดทรงปล่อยสยายอย่างเรียบร้อย มือเรียวสะพายกระเป๋าหนังใบโปรดเตรียมพร้อมก้าวออกจากห้อง แอด... กึก จังหวะเดียวกับที่ประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิดออกพอดี อคินน์ ในชุดสูททำงานสีเข้มเข้ารูปเนี๊ยบกริบ สะท้อนภาพลักษณ์ท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็น ก้าวออกมาจากห้องพอดี ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวตรงหน้า จากสาวน้อยในชุดลำลองสบาย ๆ เมื่อคืน กลายมาเป็นสาวสวยลุคโปรเฟสชันแนลในชุดเดรสสูทสีครีมละมุนตา ความเรียบหรูแต่แฝงความน่ารักทำให้ดวงตาคมกริบของอคินน์เผลอไล่มองอยู่ครู่หนึ่งอย่างอดไม่ได้ น้ำรินหันมาเจอเขาพอดี จึงฉีกยิ้มกว้างทักทายด้วยน้ำสดใสตามประสา "อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่อคินน์ วันนี้แต่งตัวเต็มยศเชียว จะออกไปทำงานเหมือนกันเหรอคะ?" อคินน์ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว พยายามตีสีหน้านิ่งขรึมตามสไตล์ ปรายตามองเธอนิ่ง ๆ แล้วพยักหน้ารับสั้น ๆ "ครับ อรุณสวัสดิ์ แต่งตัวแบบนี้ จะไปทำงานเหมือนกันเหรอ?" "ใช่ค่ะ วันนี้วันแรกด้วย ตื่นเต้นสุด ๆ เลยล่ะค่ะ" น้ำรินตอบยิ้ม ๆ โดยไม่ได้เอ่ยรายละเอียดลึกซึ้งว่างานที่ว่าคืออะไร ทั้งคู่เดินเคียงกันกดลิฟต์ลงมายังชั้นล่างของคอนโดมิเนียม ระหว่างทางอยู่ในความเงียบแต่น่าค้นหา ในหัวของอคินน์ยังคงนึกหงุดหงิดระคนระอาใจกับเลขาฯ ป้ายแดงที่ป่านนี้ยังไม่ยอมโผล่หัวไปรายงานตัวที่โต๊ะทำงาน แถมยังต้องมาเจอเพื่อนบ้านห้องตรงข้ามที่เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเธอแอบเข้ามาพักได้อย่างไร เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง อคินน์ผงกหัวลาน้ำรินเบื้องหน้าลิฟต์ ก่อนจะเดินแยกย้ายไปที่โซนลานจอดรถเพื่อขึ้นรถยนต์คันหรูคู่ใจเตรียมมุ่งหน้าไปบริษัท ส่วนน้ำรินยิ้มลาเขาเบา ๆ แล้วเดินตรงดิ่งออกมาหน้าคอนโดเพื่อโบกมือเรียกแท็กซี่ โดยที่ทั้งสองคนต่างก็ไม่มีทางรู้เลยว่า ปลายทางของรถยนต์หรูคันที่อคินน์กำลังขับออกไป กับรถแท็กซี่คันที่น้ำรินกำลังนั่งมุ่งหน้าไปนั้น คือ ตึกระฟ้าบริษัทเดียวกันและอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ความจริงที่น่าตกใจกำลังรอต้อนรับทั้งคู่อยู่ที่หน้าห้องทำงานชั้นบนสุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD