น้ำรินยืนรับถือหลอดเจลในมือ มองบานประตูที่ปิดลงสนิทพรางพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ แม้ปากจะแอบบ่นงุบงิงในใจด้วยความหมั่นไส้ผู้ชายอะไรปากร้ายเป็นบ้า ทั้งดุ ทั้งเผด็จการ แถมยังทะลึ่งมาวิจารณ์ชุดนอนคนอื่นหน้าตาเฉยตาประธานน้ำแข็งเอ๊ย คนอะไรใจร้ายเป็นที่หนึ่ง
แต่ก็ต้องขอบคุณความใส่ใจของเขาาะ แม้จะนึกเคืองคำพูดขวานผ่าซากของเขาแค่ไหน ลึก ๆ แล้วมุมปากอิ่มกลับระบายรอยยิ้มเอ็นดูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เธอเดินกลับมานั่งลงที่ปลายเตียงนุ่ม มือเรียวจัดการเปิดฝาหลอดเจลแล้วบีบเนื้อเจลเย็น ๆ มานวดคลึงเบา ๆ ที่ข้อเท้าซึ่งกำลังระบมจากการยืนทำงานหนักมาทั้งวัน สัมผัสเย็นสบายช่วยบรรเทาความปวดร้าวลงไปได้ทันที ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ถึงจะปากแข็งแล้วก็ชอบทำเป็นดุใส่ก็เถอะ"
น้ำรินพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง พลางชูหลอดเจลในมือขึ้นมองราวกับมันคือตัวแทนของคนให้
"แต่อย่างน้อยก็ขอบคุณนะคะ ที่อุตส่าห์เดินถือยามาให้ถึงห้อง ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ขาฉันคงเดี้ยงจนเดินไปทำงานไม่ไหวจริง ๆ แน่"
ความขุ่นเคืองและเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เข้ามาปั่นป่วนหัวใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับในความมืดสลัว ค่ำคืนนี้ดูท่าว่ายาสมานแผลหลอดนี้ คงไม่ได้ช่วยแค่ข้อเท้าของเธอให้หายเจ็บเสียแล้วกระมัง เพราะมันยังแอบทิ้งร่องรอยความอบอุ่นไว้ในใจของหญิงสาว จนทำให้เธอเผลอหลับฝันดีไปพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้า
ทางด้านห้องฝั่งตรงข้าม...
หลังจากปิดประตูกลับเข้ามาในห้องพักส่วนตัวที่เงียบสงบ อคินน์ทรุดตัวลงนั่งลงบนโซฟาหนังตัวโปรดในห้องมืดสลัว มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองลวก ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างคนกำลังสับสนกับตัวเอง
ให้ตายสิ...นี่เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่หะ?
สมองส่วนที่มีเหตุผลและผ่านการควบคุมอย่างเฉียบคมมาตลอดพยายามตอกย้ำตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ตั้งแต่เช้ามานี้ เขาตั้งใจจะกลั่นแกล้งและกดดันคุณหนูไฮโซจอมจุ้นคนนั้นให้สำนึกและทนไม่ไหวจนต้องขอลาออกไปเอง เพื่อสะสางความหมั่นไส้ที่โดนเธอหลอกพาไปกินหม่าล่าแถมยังบังอาจแซวเขาว่าหน้าตาโกงอายุเมื่อคืน
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาล่ะ...?
ช่วงเช้าเขาใจร้ายสั่งงานกองโตให้เธอทำจนไม่ได้พักเที่ยง แม้ว่าสุดท้ายเขาจะแอบสั่งอาหารไปให้เพราะกลัวเธอเป็นลมตายคาออฟฟิศก็เถอะ ตอนเย็นเห็นเธอยืนเคว้งคว้างรอรถท่ามกลางการจราจรติดขัด เขาก็ดันใจอ่อนสั่งให้คนขับรถวนรถกลับไปรับแถมยังทำฟอร์มปากร้ายใส่ และล่าสุด ดึกดื่นป่านนี้เขายังอุตส่าห์เดินถือหลอดเจลแก้ปวดมาให้เธอถึงหน้าห้องอีกต่างหาก
...นี่เขาเป็นบ้าอะไรไปแล้วเนี่ย?..
อคินน์ขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปม ดวงตาคมกริบจ้องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรวนไปหมด ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยสนใจใยดีผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษแบบนี้มาก่อน ยิ่งกับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันแถมยังสร้างความปวดหัวให้ไม่เว้นแต่ละวันอย่างน้ำริน ด้วยแล้ว มันยิ่งเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของเขาเสียเหลือเกิน
ภาพใบหน้าหวานที่ตกใจจนตาโตตอนเห็นเขาในชุดนอนวาบหวิวเปิดประตูรับเมื่อครู่ยังคงวนเวียนกลับมาฉายซ้ำในหัว จนเผลอทำให้หัวใจที่ควรจะเย็นชาเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกรอบ ชายหนุ่มต้องรีบสะบัดหัวไล่ภาพนั้นออกไปพร้อมกับสบถเบา ๆ ในลำคอ
*พรุ่งนี้.พรุ่งนี้เขาจะต้องใจแข็งกว่านี้ให้ได้จะไม่ยอมใจอ่อน ไม่ยอมตกหลุมพรางความสดใสอะไรนั่นเด็ดขาด
อคินน์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นคงกลับคืนมา ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนด้วยความมุ่งมั่นโดยที่เขาไม่รู้เลยว่า กำแพงน้ำแข็งที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาขวางกั้นไว้นั้น กำลังถูกรอยยิ้มและความแสบสันของยัยตัวแสบห้องตรงข้ามกร่อนทำลายลงทีละน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัวเลยซักนิด