หาดทรายขาวกับสายโทรศัพท์เปลี่ยนชีวิต ณ ภูเก็ต
แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงกำลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้า ทอประกายระยิบระยับสะท้อนผืนน้ำทะเลสีครามของจังหวัดภูเก็ต ภายในห้องทำงานส่วนตัวตกแต่งหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาวริมหาด ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว นนท์และนิสา
น้ำรินในชุดเดรสลำลองสบาย ๆ กำลังนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขบัญชีและงบดุลยักษ์ใหญ่ แม้เธอจะเพิ่งเรียนจบปริญญาโทด้านการบัญชีมาหมาด ๆ ด้วยเกียรตินิยม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะพิสมัยการนั่งจมอยู่กับกองตัวเลขเหล่านี้สักเท่าไหร่ หากเลือกได้เธอก็แค่อยากใช้ชีวิตอิสระเสรีตามประสาคนรักสวยรักงาม แต่นี่เพราะคุณพ่อตัวดีจับเธอมาช่วยดูแลกิจการของครอบครัวเพื่อฆ่าเวลาไปพลาง ๆ ก่อนจะหางานที่ชอบทำจริงจัง ทำให้เธอต้องจำใจมานั่งปวดหัวอยู่ที่นี่
ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานด้วยความเบื่อหน่าย เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของพ่อนนท์ที่วางอยู่ใกล้ ๆ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
นนท์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เอื้อมมือไปกดรับสายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อเห็นชื่อเพื่อนสนิทร่วมรุ่นอย่าง คชาโทรเข้ามาทักทายตามประสาคนแก่ที่ไม่ได้เจอกันนาน
"ว่าไงวะไอ้คชา สบายดีไหมช่วงนี้ หื้ม? ว่าอะไรนะ"
น้ำรินที่กำลังจะเอ่ยปากแซวพ่อ ชะงักกึกเมื่อเห็นสีหน้าของคุณพ่อเปลี่ยนจากความสบาย ๆ กลายเป็นความจริงจังขึ้นมาทันที ดวงตานนท์มองตรงมาที่ลูกสาวสลับกับพยักหน้ารับรัว ๆ คุยกับปลายสายอยู่พักใหญ่ก่อนจะวางสายลงด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
"มีอะไรเหรอคะพ่อ มองหน้าหนูแปลก ๆ แบบนี้หนูเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีแล้วนะ"
น้ำรินเอ่ยทักขึ้นด้วยความสงสัย
นนท์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เดินเข้ามาตบไหล่ลูกสาวเบา ๆ
"พ่อมีงานสนุก ๆ และท้าทายกว่าการนั่งตรวจบัญชีโรงแรมมาให้ลูกสาวคนสวยทำแล้วล่ะ"
"งานอะไรคะ? หนูไม่ทำนะ ถ้าจะให้ไปตรวจสต็อกคลังสินค้าหนูไม่เอาด้วยแล้วนะพ่อ"
"เปล่าเลย...คชาเพื่อนรักของพ่อโทรมาขอร้องให้ส่งคนช่วยไปดัดนิสัยลูกชายตัวดีของเขาหน่อย เห็นว่าเพิ่งไล่เลขาคนเก่าออกไปอีกแล้ว"
นนท์ยิ้มกรุ่มกริ่มก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่
"พ่อเลยตกลงรับคำทาบทามเรียบร้อย ให้ลูกบินไปกรุงเทพฯ พรุ่งนี้เช้า เพื่อไปเป็นเลขาฯ ส่วนตัวให้กับอคินน์ ลูกชายของอาเขา"
"ห๊ะ!!เลขาฯ ประธานบริษัทเนี่ยนะพ่อ แต่หนูจบบัญชีมานะ ไม่ได้จบเลขานะคะ แล้วอีกอย่าง... ลูกชายเพื่อนพ่อคนนั้นหนูก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาว่าดุ เย็นชา และเรื่องเยอะจะตาย หนูไม่ไปหรอกค่ะ" น้ำรินโวยวายเสียงหลง รีบส่ายหัวปฏิเสธพัลวัน
"ปฏิเสธไม่ได้ พ่อรับปากเพื่อนไว้แล้ว"
นนท์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ลึก ๆ ที่ซ่อนแผนการใหญ่เอาไว้แผนการที่จะส่งลูกสาวคนสวยไปผูกสมัครรักใคร่กับลูกชายเพื่อนสนิท เผื่อว่าวันข้างหน้าสองครอบครัวจะได้เกี่ยวพันเป็นทองแผ่นเดียวกันในวันข้างหน้า
น้ำรินได้แต่กุมขมับ ร้องประท้วงในใจว่าทำไมคุณพ่อถึงใจร้ายโยนเธอเข้าปากเสือดาวน้ำแข็งที่กรุงเทพฯ เสียได้ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ชะตาชีวิตกำลังจะเหวี่ยงให้เธอต้องไปปะทะกับท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็น จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่น ๆ ทั้งหมด
"หนูไม่ไปหรอกค่ะพ่อ" น้ำรินโวยวายเสียงแข็ง พร้อมกับกอดอกเชิดหน้าใส่คุณพ่อนนท์ทันที
"หนูเพิ่งเรียนจบมาเหนื่อย ๆ อยากพักผ่อน แล้วอีกอย่าง ให้ไปเป็นเลขาฯ ตาประธานน้ำแข็งอะไรนั่น ใครจะอยากเอาตัวเองไปซุกหัวใช้ล่ะคะ"
นนท์ยิ้มกริ่ม รู้วิธีปราบลูกสาวตัวแสบดี เขาจึงยื่นข้อเสนอที่คิดว่าเธอปฏิเสธไม่ลง "ถือว่าไปหาประสบการณ์ชีวิตเพิ่มไงลูก ไหน ๆ ลูกก็บ่นนักไม่ใช่เหรอว่าอยากเรียนรู้งานด้านบริหารนอกเหนือจากโรงแรมของเราบ้าง การไปกรุงเทพฯ ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดหูเปิดตา หาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ตัวเองนะ"
คำพูดของพ่อทำให้น้ำรินชะงักไปนิด ดวงตากลมโตกลอกไปมาอย่างใช้ความคิด... เออ... จะว่าไปมันก็จริง อยู่แต่ภูเก็ตเบื่อจะตาย ได้ไปเดินห้างช้อปปิ้งหาของกินอร่อย ๆ ที่กรุงเทพฯ แถมยังได้โปรไฟล์สวย ๆ กลับมาอีก ก็น่าสนใจเหมือนกัน
"ก็ได้ค่ะ... ถ้าพ่อพูดแบบนี้หนูยอมไปช่วยชั่วคราวก็ได้ค่ะ" หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะยอมพยักหน้ารับคำอย่างจำใจ
แต่ความโล่งใจยังไม่ทันได้ผ่านพ้นไป นนท์ก็ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่หน้าลูกสาวทันที
"ดีมาก งั้นก็รีบขึ้นไปเก็บกระเป๋าซะ ไฟลต์บินดึกคืนนี้ พ่อจองตั๋วไว้เรียบร้อยแล้ว ไปถึงโน้นพรุ่งนี้จะได้เริ่มงานเลย"
"ห๊ะ!!คืนนี้เลยเหรอพ่อ บ้าไปแล้ว.. "
น้ำรินเบิกตากว้างจนแทบถล่น ร้องเสียงหลงออกมาลั่นห้อง "ใครสนกันล่ะคะ หนูยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยนะ แล้วนี่หนูยังไม่ได้ร่ำลาพ่อกับแม่เลยด้วยซ้ำ จะให้บินไปดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้เนี่ยนะ ไปพรุ่งนี้เช้าก็ยังไม่สายสักหน่อย"
"เอ้า ก็อาเขาจองตั๋วมาให้เเล้วนะ"
"ไม่รู้แหละ หนูไม่ไปคืนนี้เด็ดขาด จะไปพรุ่งนี้เช้าโน่น" น้ำรินงอแงใส่ทันที เธอสะบัดหน้าหนีอย่างดื้อรั้นสุดฤทธิ์ ไม่มีทางยอมให้คุณพ่อรวบรัดตัดตอนแบบนี้แน่ อย่างน้อยเธอก็ต้องนอนนอนกอดเตียงนุ่ม ๆ ที่บ้านคืนนี้ และกินข้าวฝีมือแม่ก่อนออกเดินทางสิคะ "
นนท์มองลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่ยืนกรานเสียงแข็งแถมทำหน้าดื้อตาใสใส่ ก็ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับอย่างจนปัญญา รู้ดีว่าถ้าลูกสาวคนนี้ดื้อรั้นขึ้นมา ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจได้
คุณพ่ออมยิ้มบาง ๆ อย่างจนใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาเพื่อนรักที่กรุงเทพฯ ด้วยความจำยอม
"ฮัลโหลไอ้คชาเหรอ... เออ พอดีลูกสาวฉันมันดื้อ บอกว่าจะขอเปลี่ยนใจบินไปกรุงเทพฯ พรุ่งนี้เช้าแทนวะ... ใช่ ๆ ติดธุระกะทันหันฝากเตรียมตัวต้อนรับเลขาฯ คนใหม่ของลูกชายแกให้ดี ๆ ด้วยก็แล้วกันนะเว้ย"