เพียงเเค่พริบตาเดียว แววตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มหยอกเย้าเมื่อครู่ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น ร่างสูงใหญ่ของท่านประธานหนุ่มสะบัดตัวกลับมาวางมาดนิ่งขرึม เย็นชา และไร้ความปรานีตามฉบับ "อคินน์" คนเดิมที่พนักงานทั้งบริษัทต่างพากันหวาดกลัวทันทีที่ตั้งสติได้
"หมดเวลาเล่นแล้วครับคุณเลขาฯ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความราบเรียบแต่เฉียบขาด ชายหนุ่มผายมือไปยังโต๊ะทำงานตัวใหม่ที่ตั้งอยู่หน้าห้องกระจก ซึ่งตอนนี้มีกองแฟ้มเอกสารหนาเตอะ กองรายงานการประชุม และเอกสารบัญชีมหาศาลวางกองสูงเป็นภูเขาเลากา
"ในเมื่อคุณได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่เลขาฯ ส่วนตัวของผม งานแรกในฐานะ น้องใหม่'ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการพิสูจน์ตัวเอง เอกสารทั้งหมดนี่ ผมต้องการให้คุณตรวจสอบ จัดเรียง และสรุปยอดทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนบ่ายสองโมงตรงวันนีถ้าทำไม่เสร็จ ก็ไม่ต้องคิดจะลุกไปไหนทั้งนั้น"
น้ำรินอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อหู
"ห๊ะ!! เอกสารกองโตขนาดนี้เนี่ยนะแถมกำหนดเส้นตายคือบ่ายสอง นี่มันเพิ่งจะสิบโมงเช้าเองนะคะพี่.. เอ้ย..ท่านประธาน" เธอเกือบเผลอหลุดปากเรียกพี่อีกจนได้
"เรียกผมว่าท่านประธานให้มันชินซะล่ะ" อคินน์ปรายตามองเธอนิ่ง ๆ ด้วยแววตาไร้เยื่อใย
"และจำไว้ว่า ในเวลางานไม่มีคำว่าพี่น้อง ถ้าไม่มีความสามารถพอจะทำตามคำสั่งผมได้ ก็เดินออกไปยื่นใบลาออกกลับภูเก็ตซะตั้งแต่ตอนนี้"
พูดจบ อคินน์ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองไปอย่างไม่สนใจใยดี ปล่อยให้น้ำรินยืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ ฮึ่ม ตาประธานน้ำแข็งหน้าหล่อคนนี้ ตั้งใจแกล้งเธอกับชัด ๆ
ด้วยความที่เธอเพิ่งเรียนจบปริญญาโทด้านการบัญชีมาหมาด ๆ และไม่เคยผ่านงานเอกสารจุกจิกหรือการเป็นเลขาฯ แบบนี้มาก่อน แถมปริมาณงานยังมหาศาลเกินกว่าจะจัดการได้ทันในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เมื่อลงมือทำจริง น้ำรินจึงทั้งเก้ ๆ กัง ๆ และทำงานช้ากว่าที่ควรจะเป็น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเที่ยง พนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทต่างพากันทยอยเดินออกไปพักผ่อนและรับประทานอาหารกลางวันกันอย่างสบายใจ แต่น้ำรินยังคงนั่งหน้าดำคร่ำเครียด นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดและพลิกแฟ้มเอกสารด้วยความลนลาน ความกดดันและเร่งรีบทำให้เธอเริ่มทำผิดพลาด ตัวเลขคลาดเคลื่อน รายงานจัดหน้าผิดรูปแบบ จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาบ่ายสอง เธอก็รีบรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่ทำเสร็จแล้วเดินเข้าไปเคาะห้องรายงานตัวด้วยความเหนื่อยหอบ
อคินน์รับแฟ้มเอกสารมาเปิดผ่าน ๆ ด้วยสายตาดุจเหยี่ยว เพียงไม่กี่นาที ชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะโยนแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดังตุบ
"นี่เหรอผลงานที่คุณทำมาทั้งเช้า?"
อคินน์เค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ตัวเลขผิดพลาด รายงานจัดหน้ามั่วซั่วแถมสะสะสุนข้อความผิดหมดแบบนี้ ใช้สมองส่วนไหนทำเนี่ยคุณน้ำรินกลับไปแก้มาใหม่ให้หมดทุกหน้าถ้าทำไม่ได้มาตรฐานที่ผมต้องการก็ไม่ต้องหวังจะได้กินข้าวเที่ยงหรือกลับบ้านวันนี้"
น้ำรินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความน้อยใจและเหนื่อยล้าพุ่งขึ้นมาจุกอกจนขอบตาร้อนผ่าว เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า แถมยังต้องมาโดนด่าสาดเสียเทเสียแบบนี้อีกท่านประธานใจร้ายคนนี้ มันน่าตบนัก
ช่วงบ่ายแก่ ๆอคินน์ที่เพิ่งกลับมาจากการประชุมและรับประทานอาหารกลางวันนอกบริษัท ก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าพอสายตาคมกริบกวาดมองผ่านกระจกใสออกไปด้านนอก เขาก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย
ภาพของน้ำรินที่ยังคงก้มหน้าก้มตาจมอยู่กับกองเอกสารตรงหน้าตั้งแต่เช้าโดยไม่ได้ขยับไปไหนเลย แถมสีหน้าของเธอยังดูอิดโรยและริมฝีปากแห้งผากเพราะความหิวและความเครียด ทำเอาท่านประธานหนุ่มเกิดอาการร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาในอกอย่างประหลาด
ให้ตายสิยัยเด็กนี่หัวรั้นชะมัด ถ้าเกิดเป็นลมล้มพับคาออฟฟิศขึ้นมาจริง ๆ มีหวังคุณลุงคชาบินด่วนมาจากภูเก็ตมาหักคอเขาข้อหาใช้งานลูกสาวเพื่อนจนเข้าโรงพยาบาลแน่ ๆ
อคินน์หาข้ออ้างเข้าข้างตัวเองสารพัดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาในใจ ชายหนุ่มยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดอินเตอร์คอมเรียกผู้จัดการฝ่ายบริหารเข้ามาพบในห้อง
"ช่วยสั่งอาหารกลางวันร้อน ๆ จากร้านข้างล่างมาให้ผมหน่อย" อคินน์สั่งเสียงเรียบพรางทำทีเป็นมองกองเอกสารบนโต๊ะ
"แล้วเอาไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานหน้าห้อง อ้อ บอกเธอด้วยว่านี่เป็นสวัสดิการของพนักงานใหม่ ห้ามบอกเด็ดขาดว่าฉันเป็นคนสั่ง"
ผู้จัดการฝ่ายบริหารรับคำด้วยความงุนงงเล็กน้อยแต่ก็รีบออกไปจัดการตามคำสั่งทันที
ไม่นานนัก กล่องอาหารพรีเมียมและซุปไก่ตุ๋นร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นก็ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะข้างกองเอกสารของน้ำริน พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ว่าเป็นสวัสดิการของบริษัท
น้ำรินที่กำลังท้องร้องจ๊อกด้วยความหิวโหยจนแสบกระเพาะเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ เธอเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความงงงวย ก่อนจะหันไปมองบานประตูห้องทำงานของท่านประธานหนุ่มที่ปิดสนิท
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหมั่นไส้ทันที *สวัสดิการบริษัทบ้าบออะไรกัน หรือว่าตาประธานน้ำแข็งนั่นเกิดสำนึกผิดขึ้นมาที่แกล้งเธอจนไม่ได้กินข้าว เเต่ฟอร์มจัดเลยไม่กล้าเอามาให้ตรง ๆ งั้นเหรอ?
ทว่าความคิดนั้นก็ถูกเธอปัดตกไปอย่างรวดเร็วด้วยความขุ่นเคือง ไม่มีทางซะหรอก คนอย่างท่านประธานจอมโหด เลือดเย็นไร้หัวใจแถมปากร้ายขนาดนั้น จะมาใจดีซื้อของอร่อย ๆ ให้เธอได้ยังไงกัน คงกลัวเธอตายคาออฟฟิศแล้วบริษัทเสียชื่อเสียงมากกว่าล่ะสิไม่ว่า..
แม้จะแอบบ่นอุบอับในใจ แต่ว้องท้องที่ร้องประท้วงอย่างหนักก็ทำให้เธอปฏิเสธอาหารตรงหน้าไม่ลง น้ำรินจัดการเปิดกล่องทานข้าวและซุปอุ่น ๆ จนหมดเกลี้ยงเพื่อเติมพลัง แม้ท้องจะอิ่มแปล้แล้ว แต่ความแค้นเคืองที่มีต่อเจ้านายหนุ่มจอมเผด็จการกลับพุ่งปรี๊ดขึ้นสูงลิ่ว
คอยดูเเถอะ กินอิ่มแล้วเธอจะเร่งเคลียร์เอกสารพวกนี้ให้เสร็จแล้วเอาไปฟาดหน้าเขาให้หายแค้นเลยคอยดู