ไม่ถึงสิบนาที เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของน้ำรินที่ก้าวออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง คราวนี้เธอยอมเปลี่ยนมาสวมกางเกงยีนส์ขายาวทรงกระบอกตรงแมตช์กับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมดูเรียบร้อย สุภาพ และเป็นทางการขึ้นมาทันที แม้ลุคนี้จะไม่ได้ดูแซ่บซี้ดเหมือนชุดก่อน แต่ด้วยสัดส่วนโค้งเว้าและใบหน้าหวานเฉี่ยว มันกลับยิ่งขับเน้นให้เธอดูสวยแพงและน่ามองไปอีกแบบ
อคินน์ที่ยืนกอดอกพิงผนังรออยู่ปรายตามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง แวบหนึ่งประกายความพึงพอใจฉายชัดในดวงตาคมกริบ แต่นายท่านประธานปากแข็งก็ยังคงตีหน้านิ่ง ขยับมุมปากนิด ๆ เชิงอนุมัติ
"แบบนี้ค่อยดูเป็นมนุษย์ขึ้นมาหน่อยสมกับเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของผมขึ้นมานิดนึง"
อคินน์เอ่ยเสียงเรียบพรางขยับตัวยืนตรง
"ไปกันได้หรือยัง หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว"
น้ำรินแอบเบะปากหมั่นไส้ใส่หลังเขาเบา ๆ คว้ากระเป๋าถือแล้วเดินกระแทกส้นเท้าตามหลังไปติด ปากเสียชะมัดคนอะไรไม่รู้ น่าหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริงๆ
ทั้งคู่กดลิฟต์ลงมายังชั้นล่างแล้วขึ้นรถยนต์คันหรูมุ่งหน้าไปยังร้านกึ่งผับบรรยากาศชิล ๆ ตามที่ตกลงกันไว้ ตลอดทางแม้จะมีเสียงเพลงคลอเบา ๆ แต่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกลับเต็มไปด้วยความงอน ๆ เชิด ๆ ของฝ่ายหญิง และท่าทีนิ่งขรึมแต่แอบอมยิ้มมุมปากของฝ่ายชายที่คอยลอบมองเธอเป็นระยะ
ไม่นานนัก รถหรูคันงามก็แล่นมาจอดเทียบท่าหน้าร้านอาหารกึ่งผับสไตล์โมเดิร์นลอฟท์สุดชิค แสงไฟนีออนสลัว ๆ เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีสดอะคูสติกเบา ๆ ลอยออกมาต้อนรับผู้มาเยือน บรรยากาศภายในร้านดูครึกครื้นแต่ไม่อึดอัด เหมาะกับการมานั่งพักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกงานอย่างแท้จริง
เมื่อเดินเข้ามาด้านใน พนักงานต้อนรับก็รีบกรูเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจและนำทางทั้งคู่ไปยังโต๊ะโซนริมกระจกใสที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน
"เชิญครับ..."
อคินน์ผายมือให้เธอนั่งลงก่อนตามมารยาทสุภาพบุรุษ ก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
น้ำรินรับเมนูอาหารเล่มหนามาจากพนักงาน ดวงตากลมโตไล่สายตาดูรายการอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายละลานตา ความโกรธเคืองเรื่องชุดเมื่อครู่ถูกความหิวและความตื่นตาตื่นใจกับเมนูน่ากินตรงหน้ากลบหายไปจนหมดสิ้น
ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับทันทีเมื่อกวาดสายตาไปเห็นหน้ากระดาษเมนูเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และค็อกเทลสูตรพิเศษขึ้นชื่อของร้าน
"ไหน ๆ ก็มาถึงร้านกึ่งผับชิล ๆ ทั้งทีต้องดื่มซักหน่อย."
น้ำรินพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น นึกอยากจะลองชิมรสชาติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นชื่อของเมืองกรุงดูสักตั้งเพื่อคลายความเครียดสะสมตลอดสัปดาห์ เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเรียกพนักงานมารับออเดอร์ค็อกเทลแก้วสวยทันที
"น้องคะ ?ขอค็อกเทลสูตรซิกเนเจอร์ของร้านแก้วนึงคะ "
พรึบ !!
จู่ ๆ เมนูเครื่องดื่มในมือก็ถูกมือหนาเอื้อมมาดึงปิดลงอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากสั่งจบประโยค น้ำรินสะดุ้งโหยง เงยหน้าขึ้นมองคนฝั่งตรงข้ามด้วยความตกใจและไม่พอใจทันที
"ทำอะไรเนี่ยพี่อคินน์" เธอโวยวายเสียงเบา
อคินน์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ วางมือถือลงบนโต๊ะก่อนจะมองเธอด้วยสายตาดุแกมเอือมระอา
"อย่าเพิ่งซ่าส์สั่งแอลกอฮอล์เข้าปากตอนนี้น้ำรินสั่งอาหารรองท้องก่อน ท้องว่าง ๆ แล้วซัดเหล้าเข้าไป เดี๋ยวได้เมาพับคาโต๊ะแล้วเป็นภาระให้ผมต้องแบกกลับคอนโดอีก"
คำเตือนที่เจือความห่วงใยแต่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยวาจาขวานผ่าซากทำให้น้ำรินถึงกับชะงัก เธอยู่ปากน้อย ๆ ด้วยความขัดใจ ใบหน้าหวานงอลงทันทีอย่างเห็นได้ชัด
"อะไรกันคะ ฉันโตจนป่านนี้แล้วนะ เรื่องแค่นี้ฉันรู้หรอกน่าว่าต้องกินอะไรก่อน อีกอย่าง อุตส่าห์มาเที่ยวทั้งทีจะให้ฉันมานั่งกินข้าวเปล่า ๆ แบบเด็กอนุบาลหรือไงเล่า" น้ำรินบ่นกระพอดกระแปะอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตค้อนขวับใส่เขาด้วยความหมั่นไส้
"ไม่ได้บอกให้กินข้าวเปล่า ๆ แต่สั่งอาหารจริงจังมาทานรองท้องให้เรียบร้อยก่อน"
อคินน์ยักไหล่ตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่สะทกสะท้านกับอาการงอนแก้มป่องของเธอเลยแม้แต่น้อย "ถ้าคุณดื้อดึงจะกินเหล้าตอนนี้ล่ะก็ผมจะสั่งเช็คบิลแล้วพาเดินกลับคอนโดเดี๋ยวนี้แหละ"
น้ำรินอ้าปากค้างเล็กน้อยกับคำขู่หน้าตายนั้น เธอจ้องหน้าผู้ชายเผด็จการตรงข้ามสลับกับเมนูอาหารในมืออย่างชั่งใจ รู้ดีว่าถ้าตาประธานนี่พูดจริงทำจริงขึ้นมา เธอคงอดนั่งชิลสมใจแน่ ๆ
หญิงสาวพ่นลมหายใจฟึดฟัดออกมาด้วยความขัดเคือง ยอมจำนนต่ออำนาจมืดของท่านประธานหนุ่มอย่างจำใจ
"ก็ได้ค่ะ สั่งอาหารก่อนก็ได้ คนอะไร ใจร้ายเป็นบ้า ชอบขัดความสุขคนอื่นอยู่เรื่อย"
เธอพึมพำงุบงิงในลำคอ แต่ก็ยอมเปิดเมนูอาหารกลับไปเลือกจานโปรดมาสั่งกับพนักงานที่ยืนรออยู่โดยดี แม้ใบหน้าหวานจะยังคงงอคว่ำด้วยความขัดใจ แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็แอบอมยิ้มขำกับความเผด็จการแต่แฝงความใส่ใจของเขาไม่ได้อยู่ดี