สก๊อย

1284 Words
เข็มนาฬิกวดิจิทัลบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเคลื่อนเข้าใกล้เวลาทุ่มตรงเข้าไปทุกทีน้ำริน ในร่างใหม่ที่สลัดคราบเลขาฯ สาวสุดเรียบร้อยออกไปจนหมดสิ้น เธอยืนส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองด้วยความพึงพอใจ คืนนี้หญิงสาวเลือกสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นอวดเรียวขายาวสวย แมตช์เข้ากับเสื้อสายเดี่ยวสปาเก็ตตี้สีดำสนิทที่ขับผิวเนียนผ่องให้ยิ่งโดดเด่นสะดุดตา ใบหน้าหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาดูเป็นธรรมชาติ แต่แฝงความเฉี่ยวเล็กน้อย เรือนผมยาวสลวยที่ถูกไดร์ตรงสลวยเงางามทิ้งตัวเคลียแผ่นหลังระหง ยิ่งทำให้ลุคสาวออฟฟิศเมื่อกลางวันแปลงโฉมกลายเป็นสาวแซ่บสุดชิคที่พร้อมไปนั่งชิลในร้านกึ่งผับได้อย่างลงตัว เมื่อถึงเวลาทุ่มตรงพอดิบพอดี น้ำรินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ คว้ากระเป๋าใบเล็กมาสะพายไหล่ แล้วก้าวออกจากห้องเพื่อลงลิฟต์ไปยังล็อบบี้ชั้นล่างตามนัดหมาย ส่วนทางด้านอคินน์ที่จัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก้าวออกจากห้องพักด้วยลุคที่ดูหล่อเหลาและเนี๊ยบกริบตามสไตล์ของเขา เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มถูกพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเล็กน้อยเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและเส้นเลือดปูดโปนน่ามอง กางเกงสแล็คเข้ารูปรับกับรองเท้าหนังขัดเงาสะอาดตา ความหล่อเหลาแบบวุฒิภาวะสูงและดูดีมีระดับของเขาทำเอาพนักงานต้อนรับสาว ๆ ที่เดินผ่านไปมาต้องแอบเหลียวหลังมองตามกันเป็นแถว เมื่ออคินน์ก้าวเข้ามาถึงบริเวณล็อบบี้ชั้นล่าง ดวงตาคมกริบก็ต้องชะงักกุนพินิจร่างบางที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วทันที ภาพของน้ำรินในชุดเสื้อสายเดี่ยวสปาเก็ตตี้สีดำและกางเกงยีนส์ขาสั้นอวดเรียวขาขาวเนียน ยิ่งทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติของท่านประธานหนุ่มกระตุกวูบขึ้นมาอย่างแรง เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านขึ้นมาร้อนผ่าวในชั่วพริบตาให้ตายสิ! ยัยนี่คิดจะแกล้งหัวใจเขาให้วายตายคาที่หรือยังไง ถึงได้แต่งตัวเซ็กซี่ขยี้ใจขนาดนี้ลงมาเดินลอยชายในที่สาธารณะเนี่ย!! อคินน์ก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวทันที ใบหล่อเหลาที่เคยเรียบตึงเริ่มบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณความหวงก้างที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล น้ำรินที่ยืนกอดอกรออยู่หันมาเห็นเขาพอดี เธอแย้มยิ้มทักทายอย่างอารมณ์ดี "มาตรงเวลาเป๊ะเลยนี่คะท่านประธานเป็นไงบ้างคะ ลุคนี้พอดึงดูดสายตาพอจะไปนั่งร้านกึ่งผับกับคุณได้ไหม?" อคินน์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาดุ ๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดใหญ่แล้วเอ่ยเสียงเข้มดักคอทันที "แต่งตัวแบบนี้คิดจะไปนั่งกินข้าวหรือคิดจะไปแจก บัตรคิว ให้ผู้ชายในร้านแซวกันแน่คุณเลขา " อคินน์เอ็ดเบา ๆ อย่างหมั่นไส้ระคนขัดใจ "รู้ตัวไหมว่าใส่เสื้อผ้าแบบนี้มันล่อแหลมเกินไปแล้ว" แสงไฟนวลตาจากโคมไฟคริสตัลที่ติดเรียงรายบนเพดานทางเดินปูพรมหนานุ่มของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง สะท้อนลงบนร่างเพรียวบางที่ยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าประตูห้องร่างบางในชุดที่เธอตั้งใจเลือกมาอย่างดีเพื่อความสบายตัวเสื้อครอปสายเดี่ยวสีสดรัดรูปอวดเอวคอดกิ่ว แมตช์กับกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดขาดวิ่นเผยเรียวขายาว และรองเท้าผ้าใบส้นหนาเทอะทะสไตล์สตรีทแฟชั่นที่กำลังฮิตยืนกอดอกพิงผนังด้วยความเบื่อหน่าย เขากำลังรอเธอ ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมากและจุกจิกที่สุดในบรรดาเจ้านายทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัว ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบไร้ที่ติ แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย่อหยิ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดลงวูบ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีชำเลืองมองร่างที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว และทันทีที่สายตาคู่นั้นกวาดสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าคมคายก็ฉายแววดูแคลนและขัดหูขัดตาอย่างไม่คิดจะปิดบัง คิ้วหนาย่นเข้าหากันทันที ความหงุดหงิดฉายชัดในแววตาคมกริบ "นี่เธอคิดจะแต่งตัวแบบนี้ออกไปข้างนอกจริง ๆ งั้นเหรอ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเย็นแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ คนฟังชะงัก เงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่เข้าใจ "ทำไมคะ? ชุดนี้มันสบายดีออก วันนี้เราไม่ได้ไปทำงานสักหน่อย แค่ไปธุระส่วนตัวไม่ใช่หรือไงคะ" เธอย้อนถามเสียงห้วน เริ่มมีความกรุ่นโกรธก่อตัวขึ้นในอก "ต่อให้ไม่ได้ไปทำงาน เธอก็ยังดำรงตำแหน่ง 'เลขา' ของฉัน" เขาก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความกดดันจากตัวเขายิ่งทำให้เธอนึกอึดอัด "สภาพเธอตอนนี้มันต่างอะไรกับพวกเด็กแว้นสก้อยข้างถนนที่แต่งตัวเรียกแขก? ไร้รสนิยม สิ้นคิด และไม่อยู่ในระดับที่จะยืนเคียงข้างฉันได้แม้แต่ก้าวเดียว" คำว่า *'สก้อย'* พุ่งเข้าปักกลางใจเธอดังฉึก! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความโกรธจัด เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวที่ใบหน้า ความอับอายและโมโหตีรวนขึ้นมาจุกอก มือเรียวเล็กกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธออยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาให้หูชาชะมัด คนอะไรปากคอเราะร้ายและเหยียดหยามคนอื่นเป็นกิจวัตร ชุดนี้มันออกจะทันสมัยและมั่นใจในแบบของเธอ ทำไมเขาถึงมองว่ามันต่ำต้อยเรี่ยราดขนาดนั้นเล่า "ถ้าไม่ชอบก็ตาบอดไปซะสิคะ หรือไม่งั้นก็หาเลขาใหม่ที่แต่งตัวถูกใจคุณมาคอยเดินตามตูดพี่ " เธอกัดฟันกรอดสวนกลับเสียงสั่นด้วยความโมโห "อย่ามาเถียงคำไม่ตกฟาก" เขาตัดบทเสียงเฉียบขาด ไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ฉันให้เวลาสิบนาที กลับเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดที่มันดูเป็นมนุษย์และให้เกียรติสถานที่ที่เราจะไปซะ ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอได้รู้แน่ว่าการขัดคำสั่งฉันต้องแลกมาด้วยอะไร" ความกดดันรอบตัวบีบคั้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก แม้หัวใจจะกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจและอยากจะหยิบรองเท้าผ้าใบปาใส่หน้าหล่อเหลานั้นสักที แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอตระหนักว่าการปะทะกับผู้ชายคนนี้ในยามที่เขาอารมณ์บูด มีแต่จะทำให้เธอพังไม่เป็นท่า เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผา ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยทั้งที่ข้างในสั่นระริกด้วยความแค้นเคือง "ก็ได้ค่ะงั้นเชิญรอแป๊บนะคะ ท่านประธานผู้แสนเรื่องมาก " เธอสะบัดหน้าใส่เขาอย่างแรงชนิดที่ไม่กลัวเกรง ก่อนจะหันหลังกลับไปกระชากลูกบิดประตูห้องตัวเองแล้วผลักเข้าไป ปิดประตูดังปังสนั่นด้วยความขัดเคือง ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์อยู่ด้านนอก ขณะที่เธอกัดฟันกรอดอยู่คนเดียวในห้องนอน สมองก็เริ่มคิดบัญชีแค้นผู้ชายเผด็จการคนนั้นทบต้นทบดอกเขาก่อนจะหมุนตัวกลับมาเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD