หลังจากเดินเล่นกันที่ไร่กาแฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูสาวทั้งสี่แยกย้ายกันเข้าห้องพัก ศิริลนภาเข้ามานั่งในห้องนอน สักพักเสียงจิ้งหรีดก็ร้องดัง
วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง วิ๊ง
เสียงของมันช่างวังเวง ความเงียบเหงาแล่นจู่โจมเข้าสู่หัวใจรู้สึกกำลังคิดถึงใครบางคน เวลานี้เขาจะคิดถึงเธออยู่หรือเปล่า หรือยังอยู่กับผู้หญิงคนนั้น จิตใจของเขาทำด้วยอะไร เวลาที่ผ่านมามันไม่มีค่าสำหรับเขาอย่างงั้นเลยใช่ไหม
อยู่ๆหยดน้ำตาค่อยๆไหลลงอาบแก้ม อารมณ์ซับซ้อนต่างถาโถมเข้ามาในใจเวลานี้ช่างทรมานเหลือเกิน เหงา อยากมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง
"ฮื่อๆๆๆ" ศิรินภานั่งกอดเข่าร้องไห้เพียงลำพังพยายามกลั้นเสียงเพื่อไม่ให้ครูเมษาที่อยู่ห้องข้างๆได้ยิน
ศิริลนภายังคงคิดถึง พศิกร ความคิดถึงทำให้คนแทบบ้าตาย การตัดใจจากใครสักคนทำไมยากเย็นถึงเพียงนี้กัน
พศิกรนั่งซึมหน้าบ้านพัก ชายหนุ่มเงยหน้ามองบนท้องฟ้าสีดำไม่มีแม้แต่แสงจากดวงดาว เหมือนหัวใจของเขาในตอนนี้ ไหล่ที่ลู่ลงบ่งบอกชัดถึงความหงอยเหงาไร้ชีวิตชีวา เวลานี้เธอจะเป็นยังไงบ้าง ใช้ชีวิตอย่างไร แล้วมีใครช่วยดูแลหรือเปล่า
"กรคิดถึงศินะ" พศิกรเพ้อกับตัวเอง เขารู้แล้วว่าหัวใจดวงนี้รักและต้องการเธอมากแค่ไหน ชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองที่ไม่เคยเอาใจใส่เธอเลย พร้อมๆกับรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจหญิงสาว
'เราเลิกกันเถอะ'
คำพูดของเธอยังดังก้องในโสตประสาท เหมือนเพลงเล่นซ้ำไปมาวนอยู่อย่างนั้น
พศิกรเพิ่งเข้าใจคำว่า ‘รู้ค่าเมื่อสายไป’ ก็ตอนนี้ เขาจะทำอย่างไรดีเพื่อให้เธอกลับมารักเขาเหมือนเดิม
"เฮ้อ" ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะกดโทรศัพท์หาหญิงสาวอีกครั้ง
'เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ' พศิกรกดวางสายลง ลุกขึ้นเดินคอตกกลับเข้าบ้านพักไป
บ้านพักคนงานในไร่กาแฟ
คนงานบางกลุ่มกำลังนั่งดื่มสังสรรค์กันบริเวณนอกบ้าน ทิศตะวันมาร่วมวงด้วยเขาร่วมเล่นกีต้าร์ให้สินาคนงานในไร่ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ในการทำงานมาโดยตลอด ได้แหกปากร้องเพลงเสียงดัง
ใบหน้าหล่อเข้มมองไปทางโรงเรียน นึกถึงใครบางคน เพียงแวบเดียวเขาถูกดึงความสนใจจาก สินา คนเดิม บอกให้ชายหนุ่มเปลี่ยนเล่นอีกเพลงหนึ่ง
"ตะวัน เปลี่ยนเพลงๆๆ เล่นเพลงนี้ให้หน่อยสิ" สินาพูดจบก็ส่งเสียงร้องเพลงทันที ทิศตะวันรีบหยุดแล้วนั่งฟังเสียงร้องก่อนจะเล่นไปตามจังหวะ
กว่าวงสังสรรค์จะเลิกปาไปเกือบสี่ทุ่มอากาศเริ่มหนาวเย็น ทุกคนจึงแยกย้ายไปห้องพักทันที
ทิศตะวันเดินเข้ามาในห้องพัก ล้มตัวนอนลงด้วยความมึนเมา หลังจากดื่มไปพอสมควร
"เมื่อไหร่ ผมจะได้กลับบ้านสักที" ชายหนุ่มเพ้อออกมา นึกถึงความสะดวกสบายที่เคยมี เพราะสัญญาบางอย่างเคยให้กับพ่อเอาไว้
เขาจึงยอมมาอยู่ที่นี้ และอดทนให้ได้ ชายหนุ่มนอนหลับใหลไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
รุ่งเช้า
ศิริลนภาเดินออกมาจากห้องดวงตาบวมช้ำเพราะร้องไห้ทั้งคืน จนครูริสาทักขึ้น
"ครูศิ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมตาบวมแบบนั้นละ"
"เอ่อ เปล่านี่คะ" ครูสาวรีบปฏิเสธทันควัน
หากครูริสาดูออก อาการแบบนี้น่าจะร้องไห้คิดถึงบ้าน หรือไม่ก็คิดถึงใครบางคน อาการแบบนี้เธอเองก็เคยผ่านมันมาแล้ว
"คิดถึงบ้านเหรอคะครูศิ" ครูริสาถามด้วยความเป็นห่วง
"นิดหน่อยค่ะ" หญิงสาวยอมจำนน เมื่อไม่อาจปิดบังได้ เมื่อคืนเธอก็ร้องไห้หนักพอสมควรเหมือนกัน
"เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ แต่อยู่ไปอีกหน่อยเดี๋ยวก็ชิน เอ่อขอโทษนะคะ ครูศิมีครอบครัวหรือยังละคะ" ครูริสาถามขึ้นทำเอาครูสาวชะงักนิ่ง
"เอ่อ ยังค่ะ ครูริสาถามทำไมเหรอคะ"
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ถ้ามีครอบครัวก็คงร้องไห้คิดถึงคนรักแบบนี้แหละค่ะ นี่ตอนมาอยู่ที่นี้ใหม่ๆนะ ฉันเกือบเลิกกับสามีเลยรู้ไหม" ครูริสาเล่าเรื่องส่วนตัวให้ศิริลนภาฟัง
ครูริสาขึ้นมาสอนโรงเรียนแห่งนี้ได้หนึ่งปีกว่าแล้ว และรอวันเขียนย้ายลงไปสอนในเมือง เพราะเธอมีครอบครัวต้องดูแล ลูก สามี พ่อแม่ อีก แต่เพื่ออนาคตเธอทนลำบากในการเดินทางบ้างเล็กน้อย
ในช่วงแรกเธอกับสามีไม่ค่อยเข้าใจกันจนเกือบเลิกรา หากครูริสาขู่สามีถ้าไม่เข้าใจกันจะไม่เขียนย้ายจะสอนโรงเรียนนี้ตลอดชีวิต สามีของครูริสาจึงเข้าใจและคอยรับส่งกลับบ้านทุกครั้ง
ครูริสาจะกลับบ้านทุกอาทิตย์เพราะโดยมีอาหล่อ กับ ลาปา ทำหน้าที่ไปรับ ไปส่ง ขึ้นโรงเรียน โดยทุกวันศุกร์ ผอ.ภูพต อนุญาตให้ครูเลิกก่อนเวลา เพื่อได้เตรียมตัวกลับบ้าน อาหล่อ กับ ลาปาจะมารอรับไปส่งทุกครั้งเช่นกัน
ส่วนตัว ผอ.ภูพตนั้นบ้านอยู่ทางภาคใต้ นานๆจะกลับบ้านทีหนึ่ง จึงขอรับหน้าที่ดูแลโรงเรียนในช่วงวันหยุดเสียเลย บางครั้งก็เข้าไปในเมืองสำหรับซื้อของกินของใช้ส่วนตัว
ส่วนครูเมษา กับ ครูวรัณ จะกลับเว้นอาทิตย์ เพราะยังไม่มีครอบครัว จึงใช้วันหยุดนอนพักผ่อน แค่คิดถึงหนทางขึ้นมาก็ปวดหัว กันแล้ว
"คิดว่าเรามาทำหน้าที่ ให้ความรู้แก่เด็กๆดีกว่านะคะ บ้านนะ เรากลับเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ ในเมื่อเราตัดสินใจมาเป็นครูแล้ว เราก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มกำลังค่ะ ใช่ไหมคะครูศิ" ครูริสาร่ายยาวเหยียดจนคนฟังถึงกับยิ้ม มีกำลังใจขึ้นมา
"ขอบคุณครูริสามากๆเลยนะคะ" ศิริลนภาจับมือมากุมเอาไว้แน่น ยิ้มอย่างขอบคุณ จริงสิ เขาจะเป็นตายยังไงก็ช่าง เธอยังมีเด็กนักเรียนที่ต้องดูแล และรับผิดชอบอนาคตของพวกเขา
"งั้นขอตัวก่อนนะคะ วันนี้เป็นครูเวรด้วยค่ะ" ศิริลนภาขอตัว เพราะตารางเวรสำหรับครูออกมาแล้ว เธอได้เป็นครูเวรในวันนี้ด้วย ร่างบางก้าวเท้าเดินออกไปยืนหน้าประตูโรงเรียนด้วยความสดใส
ครูริสามองตามหลังส่งยิ้มกว้างก่อนจะเดินขึ้นห้องไปเตรียมตัวทำงานในวันนี้
ผอ.ภูพตเดินมาตรวจความเรียบร้อยในตอนเช้า เห็นครูสาวยืนหน้าประตูโรงเรียนจึงเดินเข้าไปทักทาย
"วันนี้เป็นครูเวรเหรอครับ ครูศิ"
"สวัสดีค่ะ ผอ." ครูสาวรีบยกมือไหว้
"สวัสดีครับ เป็นยังไงบ้างครับ"
"สบายดีค่ะ ผอ. เด็กนักเรียนที่นี้น่ารักทุกคนเลยค่ะ" ครูสาวตอบออกไป สีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเด็กนักเรียนเดินเข้ามาในโรงเรียน
"ทำงานแล้วมีความสุขผมก็ดีใจด้วย ที่นี้อาจจะห่างไกลและเดินทางลำบากสักหน่อยนะ"
"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ ผอ. ระยะทางแค่นี้เอง"
"คิดแบบนี้ก็ดีแล้ว งั้น ผอ.ขอตัวไปเดินตรวจทางหลังโรงเรียนก่อนนะ" พูดจบร่างสูงของ ผอ.ภูพตเดินไปอีกด้านหนึ่ง
ศิริลนภา ยกมือรับไหว้กลุ่มเด็กนักเรียนที่เริ่มทยอยกันเข้ามา
อีกด้านหนึ่งในไร่กาแฟ ทิศตะวันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดหัว ร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว
"พี่ตะวัน พี่ตะวันครับ" อาลู้เคาะประตูส่งเสียงดัง
ปัง ปัง ปัง ปัง
"เอ่อๆๆๆๆมาแล้วๆ" ทิศตะวันเดินออกจากห้องน้ำ
"มีอะไร อาลู้ เรียกแต่เช้าเลย"
"พี่ไปส่ง ณรัตน์ ที่โรงเรียนหน่อยสิครับ" อาลู้เดินจูงมือน้องสาวตัวน้อยยืนหน้าประตูห้อง
"แล้วทำไมนายไม่ไปส่งละ"
"ลุงสินานะสิ ลื่นล้มแขนหัก" ผมต้องไปกับลุงอาหล่อส่งอนามัยหน้าหมู่บ้าน
"ฉันไปก็ได้นี่" ทิศตะวันโพล่งขึ้น
"โธ่ ถ้าพี่ไป ลุงอาหล่อแย่พอดี พี่จำไม่ได้เหรอ ตอนขึ้นมาพี่อ้วกจนป่วยนะ" อาลู้ย้ำเตือนเมื่อครั้งเขามาอยู่ที่นี้ใหม่ๆ
"เอ่อๆจำได้"
"งั้นผมไปละนะ ฝากด้วยละ" พูดจบเด็กหนุ่มวิ่งไปทิ้งให้น้องสาวมองตาแป๋ว
"เดี๋ยวน้าไปส่งที่โรงเรียนนะคะ" ทิศตะวันบอกเด็กน้อยเสียงนุ่ม แล้วรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินมาอุ้มเด็กน้อยเดินตรงไปยังโรงเรียนทันที