บทที่ 4 [1/2]

1230 Words
เลานจ์แห่งหนึ่งใจกลางเมืองญี่ปุ่น… "ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ" อาไทเอ่ยบอกกับเจ้านายด้วยท่าทีนอบน้อมเมื่อเอกสารสัญญาระหว่างคู่ค้าผ่านพ้นไปด้วยดี ตรงหน้าอหังการคือนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นวัยห้าสิบปี พวกเขาตกลงทำธุรกิจสีเทาร่วมกันและผลประโยชน์ที่ตกลงกันไว้ก็เป็นที่น่าพึงพอใจจึงทำให้การเจรจาครั้งนี้ไม่ได้ยืดเยื้อนานกว่าที่คิดเอาไว้ "ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอตัวกลับก่อน" อหังการไม่คิดเสียเวลาอยู่ต่อ เขาหยัดการลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับติดกระดุมเสื้อสูทช่วงหน้าท้องกลับเช่นเดิมเหมือนกับตอนที่เขามา แต่ทว่ายังไม่ทันจะก้าวเท้าก็ถูกอีกฝ่ายเอ่ยรั้งเสียก่อน "อย่ารีบกลับสิ ผมเตรียมเด็กๆ สวยๆ เอาไว้ให้คุณแล้วนะ ทุกคนผ่านการเทรนมาอย่างดี รับรองว่าคุณจะต้องพึงพอใจอย่างแน่นอน" นักธุรกิจเอ่ยด้วยภาษาบ้านเกิดพร้อมกับยิ้มในหน้าให้กับคู่ค้าที่ยังคงมีหน้าเรียบนิ่งและในตอนนั้นเองที่ประตูห้องวีไอพีถูกเปิดออกพร้อมกับสาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อยหลายคนที่เดินเข้ามา อหังการมาเยือนถึงถิ่นทั้งที เขาที่เป็นเจ้าถิ่นก็อยากจะต้อนรับอีกฝ่ายให้ประทับใจเสียหน่อยแต่ทว่าสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้กลับถูกปฏิเสธโดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่น้อย "ไม่ล่ะ ผมขอตัวกลับก่อน ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจกับคุณ" ทั้งที่อหังการอายุน้อยกว่าเขาถึงสิบปีแต่เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากปฏิเสธออกมาเขาก็ไม่กล้าเร้าหรืออะไรอีก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะออร่าความน่าเกรงขามที่ดูกดข่มให้คนอื่นต่ำต้อยตลอดเวลานั้นหรือเปล่าจึงทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยรั้งอหังการเอาไว้อีก แต่ในตอนนั้นเองก็มีหญิงสาวใจกล้าคนหนึ่งที่คิดจะคว้าแขนของเขาเอาไว้แต่ก็ช้ากว่าอาไทที่จับแขนเธอบิดจนร้องโอดโอยออกมา "ช่างเถอะ ปล่อยเธอไป" เจ้าของน้ำเสียงเรียบนิ่งที่เอ่ยออกมานั้นไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงสาวที่ถูกอาไทจับบิดแขนเลย วันนี้เขามาเพื่อเจรจาธุรกิจเท่านั้นไม่ได้ตั้งใจจะมาทำให้ที่นี่นองเลือด เห็นว่าการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี จึงไม่อยากทำให้เสียเรื่องเพราะอย่างนั้นจึงเลือกที่จะให้อาไทปล่อยเธอคนนั้นไป ซึ่งการกระทำของอหังการอยู่ในสายตานักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่เขาเองก็ไม่กล้าสอดปากพูดอะไรขึ้นมา เพราะเมื่อกี้เขาเห็นแววตาดำมืดที่ปรากฏขึ้นมาในตอนที่หญิงคนนั้นกำลังจะถูกเนื้อต้องตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตก็พลันทำให้เขาเกิดขนลุกหวาดหวั่นอหังการขึ้นมาแล้ว อันตราย อันตรายจริงๆ ได้ยินชื่อเสียงว่าน่าเกรงขามแล้วแต่ก็ไม่คิดว่าเพียงแค่ใช้สายตาเท่านั้นก็ทำให้รู้สึกหวาดหวั่นเช่นนี้… "รถจอดรอที่ทางออกแล้วครับ" อาไทเดินประชิดตัวเจ้านายแต่ก็ยังเว้นระยะห่างเล็กน้อยตามความเหมาะสม ถัดจากอาไทก็เป็นบอดี้การ์ดจำนวนหกคนที่เดินล้อมรอบตัวเจ้านายเพื่อปกป้องเขาไม่ให้ผู้คนรอบๆ เข้ามาใกล้ กลุ่มชายฉกรรจ์เกือบสิบคนที่เดินออกมาจากห้องวีไอพีนั้นเรียกสายตาผู้คนในเลานจ์ให้หันไปมองด้วยความสนใจ สาวๆ หลายคนถึงกับร้องกรี๊ดให้กับความหล่อเหลาสะดุดตาของอหังการแต่พวกเธอก็ทำได้เพียงเท่านั้นเมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นเดินออกจากเลานจ์ไปแล้ว อหังการขึ้นมานั่งบนรถตู้ เขาหลับตาลงพักสายตาในขณะที่รถกำลังเคลื่อนอยู่บนท้องถนนและในตอนนั้นเองที่แจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้อหังการจำต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่ามันอีเมลของอาไทที่เพิ่งส่งเข้ามาหมาดๆ หัวข้ออีเมลระบุเอาไว้ว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวของคนที่เขาให้สืบประวัติมา อหังการไม่รอช้าที่จะเปิดอ่านเมลนั้นทันที ข้อมูลมีไม่มากนักแต่ก็พอจะทำให้เขารู้ว่าคนที่ลอบเข้ามาในคฤหาสน์นั้นเป็นใคร "ดาหลัน…" อหังการพึมพำชื่อนั้นออกมาเสียงแผ่ว เขากวาดตามองอ่านประวัติของเธอที่ดูไม่ต่างจากคนธรรมดา แม้แต่สถานศึกษาก็เป็นเพียงมหาลัยทั่วไปแต่ที่ทำให้เขาแปลกใจนั่นก็คือเธอมีฝาแฝด…ชื่อว่า ‘ดาริน’ อาไทเหมือนจะรู้ใจเขาเสียเหลือเกินจึงได้แนบประวัติของดารินมาด้วยและนั่นก็ทำให้เขารู้ว่าดารินกับดาหลันนั้นเป็นฝาแฝดที่มีใบหน้าเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วและที่สำคัญ…ดารินคือบอดี้การ์ดของเมฆาทั้งที่เธออายุยังน้อยและไม่น่าที่จะทำงานเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ได้ มิน่าล่ะคืนก่อนที่เขาเจอกับเธอที่เลานจ์ เธอถึงได้ดูพยายามเข้าหาเขาและดูยั่วยวนดึงความสนใจกัน ซึ่งดารินในตอนนั้นดูมีเสน่ห์เหลือร้ายฉลาดและเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ดาหลันนั้นดูตรงข้ามกับดารินอย่างสิ้นเชิง ดาหลันเป็นคนที่อ่านออกง่าย เธอดูใสซื่อและไม่ทันคน แหงล่ะ ถ้าเธอทันคนจะถูกเขาหลอกให้นอนด้วยกันอย่างนั้นหรือ? เด็กนั่นมันซื่อบื้อจนเขานึกขำ แต่จะว่าไปแล้วตอนนี้ดาหลันกำลังทำอะไรอยู่นะ? จู่ๆ อหังการก็เกิดนึกถึงดาหลันขึ้นมา ปลายนิ้วเขาขยับกดออกจากเมลอย่างรวดเร็วก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชันกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ภายในห้องนอนของดาหลัน ภาพที่เขาเห็นคือเธอกำลังนั่งอยู่บนพื้น ช่วงตัวของเธอกำลังเกยอยู่กับขอบเตียงนอนและเบื้องหน้าของเธอคือไอแพดที่กำลังเปิดหนังผู้ใหญ่และถ้าหากเขามองไม่ผิด…ดูเหมือนว่าดาหลันจะหน้าแดงก่ำและเรียวขาของเธอก็หนีบเข้าหากันราวกับคนที่กำลังมีอารมณ์… อหังการที่เห็นเช่นนั้นอดนึกหยัดไม่ได้แต่มุมปากกลับกดลึกอย่างนึกชอบใจที่เห็นอีกฝ่ายเกิดอารมณ์เพียงแค่ดูหนังผู้ใหญ่และในตอนนั้นเองที่เขาออกคำสั่งกับอาไทโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แม้แต่วินาทีเดียว "ฉันจะบินกลับเดี๋ยวนี้" คำสั่งนั้นทำให้อาไทถึงกับหันกลับมามองเจ้านายอย่างไม่เชื่อหูตัวเองเพราะก่อนหน้านี้อหังการบอกว่าจะอยู่ที่ญี่ปุ่นสามวัน แต่ทว่าตอนนี้ยังไม่เข้าวันที่สองเลยก็จะกลับเสียแล้ว! อาไทอยากจะถามเหตุผลว่าเพราะอะไรเจ้านายถึงได้รีบร้อนกลับแต่ก็ไม่มีความกล้ามากพอ สุดท้ายปลายทางที่จะมุ่งจากโรงแรมก็กลายเป็นสนามบินเพื่อบินกลับไทยในเที่ยวบินที่เร็วที่สุด… ============ #เอาแล้วววววว ยังไงเอ่ยยยย ไหนบอกว่าไปสามวันไง ยังไม่ทันจะเข้าวันที่สองเลยก็กลับซะแล้ว!!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD