บทที่ 5 [2/2]

1679 Words
:: :: "เคลียร์ให้หมด" อหังการสั่งกับอาไทที่ยื่นผ้าสะอาดให้เจ้านายเช็ดคราบเลือดที่ยังติดตามมือและตามใบหน้า สายตานิ่งเรียบกวาดมองทั่วลานกว้างบริเวณท่าเรือที่ตอนนี้เต็มไปด้วยร่างไร้ชีวิตนับสิบชีวิตที่หมายจะเอาชีวิตของเขาและลูกน้องอีกหลายคนเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเจรจาได้ลงตัวอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ "แล้วคนพวกนี้จะเอายังไงครับ?" อาไทปรายตามองไปยังตัวประกันชายหนุ่มวัยเจ็ดสิบต้นๆ ที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว ก่อนหน้านี้เขาถูกอหังการจับมาเป็นตัวประกันโดยที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรผิด แต่ตอนนี้เขารู้สาเหตุแล้วว่าเพราะอะไรตัวเองถึงถูกจับมา เมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าลูกชายตัวดีของเขามันส่งคนไปฆ่าอหังการ! ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่ทำมาแล้วหลายครั้งและมันไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง! และนั่นก็ทำให้อหังการเอาคืนเมฆาด้วยการจับตัวเขามาเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่จำนวนหนึ่งพันล้านบาท ทว่าเจ้าลูกชายของเขามันกลับเล่นตุกติกไม่ยอมส่งเงินให้อหังการ อีกทั้งยังถือโอกาสนี้จะฆ่าอหังการแต่ก็เป็นอย่างที่เห็นว่าเกิดการนองเลือดที่ท่าเรือและไม่น่าเชื่อว่าศพที่ตายเกลื่อนกลาดนั้นจะเป็นคนของลูกชายทั้งที่มีจำนวนมากกว่า เห็นได้ชัดว่าอหังการเป็นคนมีฝีมือ นอกจากสุขุมแล้วยังเยือกเย็นและรอบคอบ รวมถึงประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างเฉียบขาดว่าจะเกิดอะไรขึ้น "ในเมื่อมันไม่ยอมจ่ายง่ายๆ ก็ให้เรียกค่าไถ่เพิ่มขึ้นอีกสองพันล้าน ถ้ามันไม่ยอมจ่ายภายในวันพรุ่งนี้ก็ให้ฆ่าทิ้งได้เลย" ‘มัน’ ที่อหังการพูดถึงนั้นคือ ‘เมฆา’ หรือก็คือตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้ ทั้งสองคนเป็นคู่ปรับกันมานับสิบปีแล้วและคนที่ถูกจับตัวมาเมื่อวานก็คือเวหาผู้เป็นพ่อของเมฆา… "ครับนาย" เวหาในวัยเกือบเจ็ดสิบปีไม่สามารถพูดอะไรได้เลยเพราะเขาถูกเทปกาวปิดปากเอาไว้ มือทั้งสองข้างก็ถูกจับมัดไพล่หลังก่อนจะถูกจับลากถูลู่ถูกังจากลูกน้องของอหังการโดยที่เขาไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ "นายจะไปงานเลี้ยงไหมครับ?" อาไทถามเจ้านายอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเช็ดคราบเลือดเสร็จแล้วแม้ว่าจะเป็นการเช็ดลวกๆ ก็ตาม อหังการยื่นผ้าในมือคืนให้อาไทก่อนจะดูนาฬิกาข้อมือเพื่อเช็กเวลา เขาคำนวณเวลาคร่าวๆ เอาไว้ว่าหากกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่คอนโดใกล้ๆ นี้และไปร่วมงานเลี้ยงการกุศลก็ยังทันอยู่ดี "ไป" สิ้นคำตอบนั้นรถคันหรูก็เริ่มทะยานออกจากท่าเรือในขณะที่เบื้องหลังของอหังการนั้นมีลูกน้องนับสิบกำลังเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาสู่สภาพปกติ อหังการเอนกายพิงเบาะ ใบหน้าของเขายังเรียบนิ่งในขณะเดียวกันก็รับซิก้าร์มาจากอาไทที่เป็นฝ่ายจุดไฟให้อย่างรู้หน้าที่ กระจกรถที่เปิดเอาไว้ทำให้สายลมพัดผ่านควันสีขาวคลุ้งออกไป อหังการคว้าโทรศัพท์มาถือก่อนจะเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่วันนี้เขาเปิดดูไม่ต่ำกว่าสามรอบและภาพที่เขาเห็นคือดาหลันกำลังตั้งโต๊ะอาหารพร้อมกับแม่บ้านและในตอนนั้นเองที่เขาเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา "กลับบ้าน" ประโยคคำสั่งจากน้ำเสียงเรียบนิ่งนั้นไม่ได้ทำให้อาไทและคนขับรถถามอะไรออกมาว่าทำไมจู่ๆ เจ้านายจึงเกิดเปลี่ยนใจอยากจะกลับบ้านแทนที่จะไปงานเลี้ยงการกุศล พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผลและมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเจ้านายเท่านั้น :: :: เสียงรถที่เลี้ยวเข้ามาในอาณาบริเวณคฤหาสน์ทำให้จอมใจที่กำลังนั่งเล่นอยู่ตรงโถงคฤหาสน์ดีดตัวลุกขึ้นยืนอัตโนมัติก่อนจะสับขามายังประตูคฤหาสน์ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับอาไทเปิดประตูรถตอนหลังให้อหังการลงจากรถพอดี จอมใจรีบเดินเข้ามาหาคนตัวโตพร้อมรอยยิ้มกว้าง เธอคว้าเสื้อสูทที่เขาถือเอามาถือเสียเองก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงสดใส "คุณท่านหิวหรือยังคะ? หนูกับป้าอรตั้งโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วค่ะ" อหังการก้าวเดินเข้าบ้านโดยมีจอมใจเดินตามหลังเขาไปติดๆ ก่อนจะได้ยินเขาผินใบหน้าเล็กน้อยคุยกับเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เธอไม่จำเป็นต้องทำเรื่องพวกนั้น คราวหลังให้คนอื่นทำ" คนอื่นที่ว่าอาจจะหมายถึงแม่บ้านคนอื่น ซึ่งจอมใจก็ได้แต่ทำหน้างอง้ำอย่างเผลอตัว "แต่หนูว่าง หนูไม่ได้ทำอะไรก็เบื่อเหมือนกันนี่คะ" อยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว แต่กิจกรรมที่เธอทำได้มีแค่ไม่กี่อย่างมันจึงทำให้เธอรู้สึกเบื่อหน่ายไม่น้อยเลย "แล้วหนังพวกนั้นดูจบหมดหรือยัง? " หนังที่ว่าคงไม่พ้นหนังผู้ใหญ่ที่อหังการเคยบอกให้เธอศึกษา แต่วันนี้จอมใจยังไม่ได้เปิดดูสักเรื่องเลย "เอ่อ…วะ วันนี้หนูยังไม่ได้ดูเลยค่ะ คุณท่านก็ให้หนูพักหน่อยไม่ได้เหรอคะ? " เมื่อวานเธอก็ดูทั้งวันจนตาแฉะ ยอมรับว่าดูมากไปมันก็ทำให้เธอรู้สึกเบื่อเหมือนกัน เห็นใบหน้าโอดครวญที่แสดงออกมาครั้งแรกนั้นก็ทำให้อหังการไม่คิดพูดอะไรอีกและการที่เขาเงียบเช่นนี้ก็ทำให้จอมใจยิ้มออกมาอย่างคนได้ใจเพราะเขาไม่ได้ตำหนิเธอ นั่นหมายความว่าครั้งนี้เขายอมให้เธอ "วันนี้กับข้าวน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ หนูช่วยป้าอรทำอาหารด้วยน้า~" จอมใจพยายามเอาอกเอาใจคนหน้านิ่งที่ไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนไป อหังการเดินมาถึงโต๊ะอาหารที่มีกับข้าวสี่ห้าอย่าง เขานั่งลงประจำที่นั่งตรงบริเวณหัวโต๊ะที่มีจำนวนยี่สิบที่นั่ง จอมใจที่เห็นเขานั่งทานอาหารเพียงคนเดียวทั้งที่โต๊ะยาวเสียขนาดนี้ก็อดนึกสะท้อนในใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมอหังการถึงได้ใช้ชีวิตอย่างอ้างว้างเช่นนี้ ซึ่งจุดนี้ก็ถูกบรรยายในเนื้อเรื่องนิยายเช่นกัน "เชิญตามสบายเลยนะคะคุณท่าน" ป้าอรบอกกับเจ้านายด้วยรอยยิ้มในขณะที่จอมใจนั้นก็กำลังจะเดินตามป้าอรออกจากห้องทานอาหาร ทว่าท่อนแขนก็ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน "มานั่ง เธอต้องกินข้าวกับฉัน" "หนู? " จอมใจชี้หน้าตัวเองอย่างฉงน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อก็รีบนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ อหังการ ส่วนป้าอรก็รู้หน้าที่จึงรีบตักข้าวให้กับจอมใจ "กินสิ" "ค่ะ" แม้จะยังรู้สึกงงๆ แต่ในเมื่อเจ้าของคฤหาสน์อนุญาตเธอก็ไม่ลังเลที่จะทานข้าวพร้อมกับเขา ระหว่างทั้งสองคนไม่ได้มีบทสนทนาใดๆ นอกจากนั่งทานข้าวกันเงียบๆ แต่เป็นจอมใจที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวเพราะลาบอกไก่ที่เธอเป็นคนทำนั้นน่าจะอร่อยถูกปากอหังการไม่น้อยเขาถึงได้ตักกินบ่อยๆ ระหว่างทั้งสองคนที่นั่งทานไม่ได้มีบทสนทนาใดๆ ทว่าจังหวะหนึ่งจอมใจก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าตรงบริเวณแก้มของเขามีรอยคราบอะไรบางอย่างติดอยู่และด้วยความพลั้งเผลอจึงใช้กระดาษทิชชูเช็ดแก้มให้กับเขาที่ชะงักนิ่งไปเพียงนิ่งและจอมใจก็เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป "ขะ ขอโทษค่ะ แต่หนูเห็นคราบอะไรแดงๆ ติดอยู่ตรงแก้ม" ไม่ต้องให้อหังการพูดอะไรเธอก็คาดเดาได้ว่าคราบนั้นคือรอยอะไร คงไม่พ้นคราบเลือดอย่างแน่นอน อหังการก้มหน้าลงและทานข้าวต่อโดยไม่คิดพูดแก้ต่างใดๆ เรื่องนี้เขาไม่จำเป็นต้องปกปิดกับจอมใจเพราะเธอเคยเห็นเขาฆ่าคนต่อหน้าต่อตามาแล้ว แม้ตอนนี้จะยังรู้สึกได้ว่าเธอยังกลัวเขาอยู่ในบางครั้ง ทว่าท่าทีของเธอที่มีต่อในตอนนี้ก็ดูผ่อนคลายกว่าวันแรกที่เขาฆ่าผู้ชายคนนั้นที่มาพร้อมกับเธอ อหังการไม่ได้ปัดป้องที่จอมใจกำลังเช็ดคราบเลือดออกจากแก้มให้เขา มิหนำซ้ำเขายังตักกับข้าวอย่างลาบอกไก่ใส่ปากด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ จอมใจที่เช็ดเสร็จแล้วและเห็นว่าเขาไม่ได้ว่าอะไรเธอก็กลับมาทานข้าวเช่นกัน หลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้วจอมใจก็ขอตัวกลับไปอาบน้ำที่ห้องตัวเอง แต่อหังการบอกให้เธอใช้ห้องน้ำของเขาได้พร้อมกันนั้นลูกน้องอีกหลายคนก็หอบหิ้วเสื้อผ้าหลายสิบตัวเข้าไปไว้ในห้องนอนของอหังการโดยที่จอมใจได้แต่ยืนมองตาปริบๆ สรุปว่า…เธอไม่ต้องอยู่ในห้องคับแคบนั้นแล้ว แต่นับจากคืนนี้เธอต้องย้ายมานอนร่วมห้องกับอหังการอย่างนั้นหรือ? ก็คงต้องเป็นเช่นนั้นเพราะเจ้าตัวบอกแบบนั้นแล้วเธอจะปฏิเสธเขาได้อย่างไรล่ะ หากขัดใจเขาตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะยิงปืนโป้งป้างใส่เธอหรือเปล่า ยิ่งคนนี้คาดเดาอารมณ์ไม่ได้อยู่ด้วยเพราะอย่างนั้นหากต้องเซฟชีวิตตัวเองเธอก็จำต้องยอมไปก่อน อีกอย่าง…นอนบนเตียงเขาสบายกว่าเตียงแข็งๆ ในห้องคับแคบนั้นเป็นไหนๆ และเธอเองก็คิดเสียว่าเอาใจเขาให้มากๆ เผื่อสักวันหนึ่งเขาจะปล่อยเธอไป! ========== #ย้ายมานอนห้องเดียวกันขนาดนี้แล้ว จี๊ดว่า…น้องคงไม่ได้ถูกปล่อยแล้วล่ะค่ะ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD