ตอนที่ 4 ขนมของปู่รหัส

1999 Words
แชทว่าที่แฟนของอีปัน Black_JaruWat: นอนมั้ย Black_JaruWat: ถ้าพรุ่งนี้ตื่นสายจะไม่รอ ถึงจะทักมาด้วยประโยคที่เหน็บแนมแต่ใครแคร์ แค่ทักมาแปลว่ามีใจแล้วแม่ คนที่ชอบมโนไปก่อนอย่างอีปันคนนี้พร้อมที่จะสถาปนาตัวเองเป็นเมียเขาแล้วจ้า Pun_Pun: นอนน้อยแต่นอนนะ มานอนด้วยกันมั้ยล่าจะได้รู้ว่านอนมั้ย Black_JaruWat: เด็กดื้อ บอกให้นอนยังมาต่อกลอนอีก ดื้อจริงๆ ยังจะมาว่าเราดื้ออีกนี่คนส่งไปอ่อยค่ะ ไม่ได้ส่งไปกวนทำไมถึงซื่อบื้อจังเลยนะ แต่ไม่เป็นไรความพยายามอันเต็มเปี่ยมไม่หมดง่ายๆหรอกจ้า Pun_Pun: หนูมันซื่อไม่ดื้อหรอกพี่ Black_JaruWat กำลังพิมพ์... Pun_Pun: อย่าพึ่งบ่นค่า ไปแล้วไปนอนเดี๋ยวนี้แล้วค่ะ Pun_Pun: ฝันดีนะคะ...คนแก่ Black_JaruWat: อือออ เอาวะ! น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจพี่แบล็คคนซื่อบื้อคนนี้ มันก็ต้องมีหลงกลับบ้างแหละว้าก็อีปันคนนี้ก็สวยไม่แพ้ใคร ดีกรีว่าที่ดาวมหาลัย แล้วก็เก่งอันดับหนึ่งของห้องด้วยไม่อยากจะเม้าส์นะคะ แต่ตอนนี้ฉันคงต้องหยุดมโนแล้วนะทุกคน ความพยายามตอนนี้มันเป็นศูนย์ไม่มีค่าใดแล้วแหละ ฉันทำอะไรไม่ได้อีกแล้วเพราะว่าฉันนั้นง่วงนอนไง๊ ไปนอนดีกว่าพรุ่งนี้เอาใหม่ กรุ้ววววว ฝันดีฝันดาฝันหาว่าที่สามี้ zZzZzZ 7.30 น. ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ใครมาทำอะไรตั้งแต่เช้าวะ คนจะหลับจะนอนยังไม่ถึงเวลาตื่นสักหน่อย หงุดหงิดเสียจริงเลยคนยิ่งฝันหวานหาว่าที่สามีอยู่ ปังๆๆๆ เปลี่ยนจากเคาะเป็นทุบไปแล้วแม่อะไรกันขนาดนั้น ไฟไหม้คอนโดหรือยังไงกัน ลุกแล้วจ้าๆอย่าให้รู้ว่าเป็นใครอีปันจะทุบให้แรงๆเหมือนทุบประตูเลยคอยดูนะ แอดดด “มีอะไร!!!” ฉันพูดโพร่งออกไปเสียงดังใส่คนที่เคาะประตู แล้วพี่แบล็คก็ดันฉันเข้ามาในห้องใช่พี่แบล็คคือคนที่เคาะประตู “อะไรกันเนี่ยปัน ยังไม่ตื่นเหรอห้ะ นี่เจ็ดโมงครึ่งแล้วนะเราเรียนเก้าโมงไม่ใช่ไง” พี่แบล็คพูด ห้ะ! อะไรนะเจ็ดโมงครึ่งแล้วเหรอ ฉันหันไปดูนาฬิกาตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงสามสิบเก้าแล้วทุกค้นน แล้วทำไมโทรศัพท์ถึงไม่ปลุกฉันล่า หรือว่าแบตหมดฉันรีบวิ่งเข้าไปดูโทรศัพท์ที่ห้องทันที ใช่เลย! เมื่อคืนมัวแต่เขินและมโนหนักไปหน่อยจนลืมตั้งนาฬิกาปลุกไปเลย โอ้ยจะบ้าตายอีปันทำไมถึงได้เซ่อซ่าแบบนี้เนี่ย “แล้วจะยืนอ้ำอึ้งอีกนานมั้ย ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วปัน” พี่แบล็คตะโกนเรียกสติ เออจริงด้วยแล้วสภาพอีปันตอนนี้ก็คือชุดเดรสนอนตัวยาวที่ข้างในนั้นโนบราจ้าแม่ “เชี่ย!” พี่แบล็คก็ต้องเห็นว่าฉันไม่เรียบร้อยแล้วสิให้ตายเถอะอีปัน “เร็วๆ พี่รอกินข้าวอยู่” พี่แบล็คนี่ก็เร่งจัง ทำไมไม่เหมือนนิยายที่พระเอกมาหานางเอกที่ห้องแต่มาเห็นนางเอกในสภาพแบบนี้แล้วจับกดล่ะ พี่แบล็คนี่ไม่ได้เลยนะ ฮึ่ย “ค่าพ่อออ!” ฉันพูดแล้วรีบไปจัดการตัวเองทันที เดี๋ยวว่าที่สามีมโนจะรอนาน วันนี้ก็คือไม่ได้แต่งหน้าเพราะอีพี่แบล็คเร่งทุกๆสองนาทีเหมือนเหงาอะ ทั้งๆที่เวลาทันนะแต่ก็เร่งจริงเร่งจัง ฉันก็รีบตามจนรวนไปหมดสุดท้ายก็คือไม่ได้แต่งหน้าจ้า แป้งไม่กระทบหน้าแม่แต่ละอองเดียว “เร่งปันแทบตาย แค่ให้มานั่งกินข้าวเนี่ยนะ” ฉันบ่นพึมพำเพราะที่เขาตะโกนเร่งทุกๆสองนาทีนั้นก็เพื่อให้รีบมากินข้าวนั้นเอง “อย่ามาพูดว่าแค่นะปัน การกินข้าวมันไม่สำคัญตรงไหน ทำไมถึงได้ดื้อแบบนี้วะ” พี่แบล็คพูดเสียงแข็ง สีหน้าตอนนี้ก็คือดุด้วยนะ “ปันขอโทษค่ะพี่แบล็ค ปันจะไม่พูดว่าแค่อีกแล้ว อย่าดุปันเลยนะ” ฉันรีบขอโทษกลับไปก็เข้าใจแหละว่าตัวเองดื้อจริงๆ “อืม เลิกพูดแล้วมากินข้าว” พี่แบล็คพูดเสียงเรียบนิ่งแต่มันมีความดุแฝงไปด้วยอย่างมหาศาล “ค่ะ” ฉันตอบแบบนอบน้อมแล้วนั่งกินข้าวเงียบๆไม่พูดไม่จา มื้ออาหารที่ควรจะมโนหวานชื่นนั้นได้ถูกความดุของคนบางคนกลืนไปหมดทำให้มันเต็มไปด้วยความอึมคลึมและน่ากลัวที่สุด แต่ฉันนั้นก็แค่แสร้งกลัวไปงั้นแหละในใจตอนนี้ก็คือกรี้ดและดีใจวนไปไม่ไหวว่าที่สามีมโนนั้นได้มากินข้าวเช้าด้วยถามจริงใครมันจะไม่แฮปปี้ละเนาะ “หงอยเชียวนะแบบนี้ รู้หน่าว่าแสร้งทำ หึ” พี่แบล็คพูดพร้อมแค่นหัวเราะออกมา เอาอีกละรู้ทันอีกแล้วนี่แหละสมกับที่เป็นว่าที่สามีมโนของฉันเลยจริงๆ “ประชดก็เก่งจริงเชียว ปันก็รู้ว่าปันผิดแล้วนะคะคุณพี่” ฉันพูด “อืม พี่จะบอกอะไรให้นะ ถึงปันไม่แต่งหน้าปันก็สวย แต่ถ้าปันไม่กินข้าวปันจะเป็นลมตาย เรียนจะรู้เรื่องไหมแล้วไม่ต้องเถียงว่าเก่งพี่รู้จ้าพี่รู้ว่าเรานะอันดับหนึ่ง แต่มันต้องกินต้องกินๆๆๆเข้าใจ๊?” พี่แบล็คพูดพร้อมกับเอามือลูบหัวแบบโรแมนติกแต่ก็เปลี่ยนเป็นจับหัวฉันโยกไปมารัวๆต่อทันที ขัดมู้ดโรแมนติกไปอีกเห้อ “ปันก็ไม่เคยชนะพี่เลยสักครั้งอยู่แล้ว แค่ดื้อไปงั้นแหละหน่า” ฉันพูด “ก็ยังดื้อขนาดนี้อะ คิดเอา” พี่แบล็คพูด “แล้วในสายตาพี่แบล็คปันดื้อมากไหมอะ ถ้าเป็นมุมมองของผู้ชายพอจะมีแฟนบ้างได้ป้ะ” ฉันพูดหน้าตาใสๆ แต่มันแฝงความอยากรู้ในนั้นมากมายเลยแหละ “ดื้อแบบน่ารักอะแหละ พี่ก็เห็นปันดื้อแค่กับพี่เท่านั้นแหละจริงมั้ย ในมุมของผู้ชายคนอื่นไม่รู้หรอก สำหรับพี่พี่ว่าปันก็เป็นคนสวยเวลาอยู่ด้วยก็สนุกดีมั้ง ชอบทำให้ปวดหัว กวนประสาทเก่ง” พี่แบล็คพูด “มันจริงๆเลยนะคะ อยู่กับปันสนุกแล้วมีความสุขบ้างมั้ยอะ” ฉันยังคงถามต่อ ถึงแม้คำตอบก่อนหน้าก็พอจะเดาออกว่าเขามองฉันเป็นน้องสาวคนหนึ่ง แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะเขายังไม่รู้ว่าฉันชอบและจีบเขาเลยนิเนาะ ถ้าจีบแล้วเขาไม่เอาก็อีกเรื่องหนึ่ง รอเวลาที่พร้อมสักวันฉันคงจะกล้าบอกเขาเองว่าชอบเขามากแค่ไหน ฉันไม่ได้ต้องการครอบครองหรอกนะ ฉันมีความสุขมากมายแล้วกับการที่ได้อยู่ใกล้ๆเขาบ้างแบบนี้ “มีสิ ไม่มีแล้วใครจะอยากอยู่ ที่ไหนมีความสุขคนเราก็อยากอยู่กันทั้งนั้น” พี่แบล็คพูด แค่นี้ก็ดีแล้วใช่ไหมล่ะ การที่เราได้มีช่วงเวลาความสุขแบบนี้ก็เป็นตัวนำทางที่ดีมากๆแล้ว “ปันอาจจะดื้อไปบ้าง อดทนหน่อยนะคะ จริงๆที่พี่แบล็คพูดก็ถูกนะ ปันน่ะดื้อแค่กับพี่คนเดียวเท่านั้นแหละฮ่าๆ” ฉันพูดตอบกลับไปอย่างยิ้มแย้ม “เหมือนได้อภิสิทธ์พิเศษเลยเนาะ” พี่แบล็คพูด มันประชดแหละจริงๆ “รีบกินดีกว่าค่ะ เดี๋ยวสาย” ฉันพูดแล้วก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย เอ้อลืมบอกไปว่าพี่แบล็คเขาแวะซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยมากินกับฉันที่ห้องน่ะ เดี๋ยวทุกคนจะงงว่าเราสองคนกินอะไรกัน At ลานจอดรถ... “ตั้งใจเรียนด้วยนะ แล้วนี้ขนมของปู่รหัสเราฝากมาให้ กินให้อร่อยล่ะ” พี่แบล็คพูดพร้อมยื่นถุงขนมถุงใหญ่มาให้ฉัน ปู่รหัสงั้นเหรอใครกันนะใจดีจัง แล้วเขาฝากตอนไหน ตั้งแต่เมื่อวานเหรอแล้วทำไมพึ่งเอาให้วันนี้ล่ะ “......” ฉันที่สงสัยกำลังจะถามพี่แบล็คแต่เขาก็พูดขึ้นมาซะก่อน “พอดีอยู่คอนโดเดียวกัน มันเอามาฝากเมื่อเช้า” พี่แบล็คพูดตอบเหมือนกับว่าได้ยินเสียงในหัวฉันอย่างนั้นแหละ แต่ก็เอาเถอะ “ฝากขอบคุณด้วยนะคะ พี่เขาน่ารักมากเลยงะ แต่ว่าหนูฝากไว้ในรถก่อนดีกว่าเพราะว่าเอาลงไปด้วยก็ถือไปถือมาคงยังไม่ได้กินหรอกค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะมาแย่งเอา” ฉันพูด “งั้นเย็นนี้เจอกันที่ห้องซ้อมนะ พี่จะแวะไป” พี่แบล็คพูด เราสองคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง ฉันเดินมาที่หน้าคณะเพราะว่าเพื่อนๆของฉันยังมาไม่ถึงปกติฉันจะมาถึงก่อนเสมอแหละ พวกมันมาจากทางไกลไงต้องเข้าใจหน่อย ฉันเองก็มาเช้าเป็นเรื่องปกติจะมีช่วงนี้สายหน่อยแต่ก็เช้ากว่าพวกมันอยู่ดี ระหว่างที่นั่งรอเพื่อนอยู่นั้น พีพีก็กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางฉัน ก็คงมาหาฉันแหละแล้วจะชวนพูดอะไรอีกละทีนี้อยากจะหนีแต่ก็นะ “ปันมาเช้าทุกวันเลยนะครับ แล้วเช้านี้พี่ชายปันก็มาส่งเหรอครับ” พีพีพูด “อ่อใช่แล้ว พีพีก็มาเช้าหนิ นี่พึ่งแปดโมงสี่สิบห้าเอง” ฉันพูด “เผื่อจะรีบมาเจอปันน่ะครับ ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ” พีพีพูด “อ่อได้สิ” ฉันพูดก็ตามมารยาทอ่ะเนาะ อยากจะไล่ไปเลยแต่ก็ไม่ได้ไงขี้เกียจมีปัญหาเขาเองก็ไม่ได้ผิดอะไร ก็แค่ลำบากใจเท่านั้นแหละแค่นี้ก็มีคนจิ้นฉันกับเขา ตั้งตัวเป็นแฟนคลับพีปันแล้วนะ “ปันคิดไว้บ้างยังครับว่าอยากร้องเพลงอะไร” พีพีพูด ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากคิดถึงพี่แบล็คอะ ร้องพงร้องเพลงอะไรอย่าได้ถามเลย ฉันจะร้องได้ไหมล่ะพี่แบล็คนะพี่แบล็คจะทำอะไรไม่เคยจะปรึกษากันก่อนเลย “ยังเลย ปันว่าปันร้องไม่ได้หรอก” ฉันพูด “เหลือเวลาให้ฝึกเยอะแยะครับ เดี๋ยวเราฝึกบ่อยปันก็จะไม่กังวลแล้ว เฮียแบล็คน่ะบอกว่าปันร้องเพลงเพราะมากเลยแต่แค่ไม่มั่นใจ พีอยากให้ปันตั้งใจร้องออกมาก็พอไม่ต้องกังวลนะครับ” พีพีพูด นี่เขาไปคุยกับพี่แบล็คตอนไหน “เอ้ะ! พี่แบล็คน่ะเหรอพูด พูดตอนไหน” ฉันพูดถามอย่างสงสัย “ก็ช่วงที่พีพักแล้วออกไปข้างนอกน่ะครับ แล้วเจอเฮียแบล็คอยู่กับพี่ๆสต๊าฟด้านนอกได้นั่งคุยกันนิดหน่อย เฮียเขามาออกจะบ่อยปันไม่เห็นเหรอครับ สงสัยปันมัวแต่ซ้อมเดินอยู่แน่ๆ เฮียแบล็คน่ะเขาเป็นเดือนมหาลัยปีสี่เลยต้องมาคุมทุกวันเลยนะครับ แต่ช่วงนี้ต้องส่งวิจัยเลยจะได้แค่แอบๆมา แต่เห็นว่าตั้งแต่วันนี้ก็จะมาคุมเราสองคนทุกวันเลยนะ” พีพีพูด นี่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเขาแวะมาที่ห้องซ้อมทุกวัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD