ตลอดหลายปีมานี้ เด็กสาวนอนที่บ้านของเดือนประดับบ่อยครั้งเหมือนกัน บางครั้งเธออ้อนพ่อขอมานอน บางครั้งพ่อติดงานกลับบ้านดึกหรือต้องออกแต่เช้ามืดจึงมาฝากเธอไว้ที่บ้านอีกฝ่าย
“จะรบกวนแม่เดือนหรือเปล่า”
“ไม่รบกวนหรอกพี่ ดีซะอีกฉันกับซีจะได้มีเพื่อน ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียไป บ้านนี้เงียบเหงาอยู่เหมือนกัน เกรงแต่ว่าจะทำให้พี่โกต้องอยู่คนเดียวน่ะสิ”
“ไม่เป็นไรหรอกเรื่องนั้น พอดีพรุ่งนี้พี่ต้องออกแต่ตีสามไปเก็บเห็ดน่ะ ยังคิดอยู่ว่าจะให้แก้วมานอนกับเดือน แต่เห็นเดือนไม่ค่อยสบายพี่เลยเกรงใจ”
“อ้าว นี่เห็ดฟางที่ปลูกจะได้เก็บแล้วเหรอพี่”
“จ้ะ” นอกจากทำนาทำไร่แล้ว โกศลยังปลูกพืชผักต่าง ๆ เก็บขายให้พ่อค้าคนกลาง และไม่นานมานี้ได้เพาะเห็ดฟางขายด้วย แต่ก่อนการออกจากบ้านแต่เช้ามืดหรือกลับดึกไม่เป็นปัญหาเพราะยังมีแม่ช่วยดูแก้วตาให้ แต่เมื่อหลายปีก่อนแม่ก็ได้จากไป ไล่ ๆ กับพ่อแม่ของเดือนประดับ จึงทำให้สองครอบครัวสนิทสนมกันมากขึ้นเพราะต่างพึ่งพาอาศัยกัน โดยที่เขาเองเอ็นดูห่วงใยเธอแบบน้องสาว เดือนประดับเคารพเขาเหมือนพี่ชาย
บทสรุปจึงเป็นว่าแก้วตาได้นอนที่บ้านกับซี หลังพูดคุยย่อยอาหารพักหนึ่ง โกศลขอตัวกลับบ้านโดยไม่ลืมกำชับลูกสาวให้ดูแลแม่เดือนให้ดี
หลังโกศลกลับไป เดือนประดับขอตัวเข้าไปนอนพักก่อน เนื่องจากเด็กทั้งสองยังทำการบ้านไม่เสร็จและอยากดูละครตอนอวสานด้วย เธอไม่ลืมกำชับว่าละครจบให้ทั้งสองเข้านอนเลยเพราะละครหลังข่าวเล่นตอนสี่ทุ่มและจบก็ห้าทุ่มซึ่งเป็นเวลาดึกพอควรแล้ว โดยที่แก้วตาเข้าไปนอนกับเธอที่ห้อง ส่วนลูกชายมีห้องนอนบนชั้นสองของบ้าน
เสียงไอติด ๆ กันทำให้ซีหันไปมองห้องนอนของแม่ คิ้วเข้มขมวดย่นเข้าหากัน สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“แม่เดือนไอน่ากลัวจัง”
“เจออากาศเย็น ๆ ตอนกลางคืนทีไร แม่มักจะไอแบบนี้ กินยาแก้ไอหมดไปหลายขวดก็ไม่เห็นดีขึ้น”
“ถ้าวันสองวันนี้ยังไม่ดีขึ้น เราว่าให้พ่อเราพาไปหาหมอโรง’บาลดีกว่า”
“เรากำลังคิดอยู่เหมือนกัน”
“ไม่ต้องห่วงนะ แม่เดือนต้องหายดีแน่” แก้วตาตบหลังเพื่อนเบา ๆ ให้กำลังใจ
“อืม” เด็กหนุ่มไม่ได้บอกเพื่อนสาวว่าเขากลัว ก่อนนั้นเขาเคยเห็นยายป่วยแบบนี้ก่อนจะเสีย ไม่กี่เดือนต่อมา ตาก็จากไปอีกคน ตอนนี้เขามีแค่แม่คนเดียวแล้ว...
อาการเงียบขรึมของเพื่อนรักทำให้แก้วตาเองก็ไม่สบายใจจึงพยายามชี้ชวนให้เพื่อนสนใจละครทีวีที่กำลังฉายอยู่ พอดีมีฉากทะเล
“ทะเลสวยมากเลยนะ นายเคยเล่าว่าแม่เดือนพาไปครั้งหนึ่งใช่มั้ย”
ซีทอดสายตามองผืนน้ำสีฟ้าในจอสี่เหลี่ยม ตอนนี้บ้านเขาเปลี่ยนทีวีจากจอขาวดำเป็นทีวีสีแล้ว
“มันสวยมากจริง ๆ เล่นกับคลื่นก็สนุกมาก”
“สักวันเราจะไปดูให้ได้”
จังหวัดที่พวกเขาอาศัยอยู่ทางภาคอีสานค่อนข้างห่างไกลทะเลมาก เด็ก ๆ น้อยคนที่จะมีโอกาสได้เห็นทะเลจริง ๆ
“เราจะพาเธอไปเอง”
“สัญญานะ”
แก้วตายื่นนิ้วนางขึ้นมาตรงหน้าเพื่อนสนิท หลายปีมานี้เธอกับเขาตัวติดกันยังกับฝาแฝด
“สัญญา”
ซียื่นนิ้วก้อยออกไปเกี่ยวกับนิ้วเล็ก มาดหมายในใจว่าสักวันจะเป็นคนพาแก้วตาไปเที่ยวทะเลให้ได้...
เด็กหนุ่มเด็กสาวยังคงพูดคุยเรื่องทะเลสลับกับลุ้นไปกับละครตอนจบ ทำให้ความกังวลใจเบาบางลงไปได้
แต่แล้ว...เช้าวันต่อมา เดือนประดับกลับยิ่งอาการทรุดลงเรื่อย ๆ ซีกับแก้วตาไม่กล้าทิ้งไปโรงเรียน จนตอนสายโกศลกลับจากเก็บเห็ด แก้วตารีบไปบอกพ่อจึงได้พากันนำตัวเดือนประดับส่งโรงพยาบาล
อาการของเดือนประดับหนักเอาการ หมอรับตัวคนไข้ให้นอนโรงพยาบาล สองวันสองคืนที่ซีต้องลาหยุดเรียนเพื่อเฝ้าดูแลแม่ โดยที่ตอนเย็นโกศลและแก้วตาจะมานอนเป็นเพื่อน ขณะญาติคนอื่น ๆ มาเยี่ยมยามถามข่าวในช่วงกลางวันบ้างบางครั้ง เนื่องจากโรงพยาบาลและหมู่บ้านอยู่ห่างกันไกลพอควร ไม่สะดวกในการเดินทาง
กระทั่งอาการของแม่เริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ได้รับรู้จากหมอกลับยิ่งทำให้ซีเงียบขรึมมากกว่าเดิม เขาบังเอิญได้ยินเรื่องอาการป่วยของแม่ตอนหมอคุยกับโกศล
“คนไข้ปล่อยให้ตัวเองป่วยเรื้อรังมานานเกินไป ตอนนี้อาการเข้าขั้นวิกฤติ หมอเองก็ได้แค่ประคับประคองอาการไปเบื้องต้น”
“จะไม่หายเหรอครับหมอ”
หมอชายสูงวัยมีสีหน้าเห็นใจญาติคนป่วย
“จะเร็วจะช้าอยู่ที่ร่างกายของคนไข้จะรับได้แค่ไหนเท่านั้น”
นั่นคือไม่มีทางรักษา แม่ทำงานหนักพักผ่อนน้อยบวกกับมีโรคประจำอยู่แล้วทำให้ภูมิตกเกิดโรคแทรกซ้อนหลายโรค หากทุกวันที่ร่างกายอ่อนแอลง สิ่งที่แม่ถามเขากลับเป็น
“วันนี้ที่บ้านมีจดหมายมาหรือเปล่า”
วันนี้เดือนประดับถามลูกชายเช่นวันก่อน ๆ
“ไม่มีครับ”
เขาไม่รู้ว่าแม่กำลังรอจดหมายจากใคร เนื่องจากเขาพอรู้ว่าครอบครัวไม่ได้มีญาติที่ไหนอีกแล้ว แม่เป็นลูกสาวคนเดียวของตากับยาย ส่วนญาติคนอื่น ๆ ก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันหมด
แม่มีสีหน้าเศร้าหมองเมื่อรู้ว่าไม่มีจดหมาย ครั้นตกเย็นพอโกศลมาเยี่ยม แม่ไล่เขากับแก้วตาออกไปนอกห้องผู้ป่วย ซึ่งเป็นห้องรวม มีเตียงคนไข้รวมกันกว่าสามสิบเตียง