ซีไม่ได้ออกไป จับมือแก้วตาเดินหลบมาอีกล็อกเข้าไปยังจุดที่ตรงกับเตียงของแม่
“ทำอะไร” แก้วตานิ่วหน้าถาม
“ชู่”
เด็กชายส่งสัญญาณให้เงียบเสียง เพื่อจะฟังว่าแม่คุยอะไรกับพ่อของแก้วตา
“ถ้าเดือนไม่อยู่แล้ว เดือนฝากลูกด้วยนะพี่”
“อย่าพูดแบบนั้นสิเดือน เดี๋ยวก็หายได้กลับบ้านเรา”
“พี่อย่าปลอบใจเดือนเลย เดือนรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นอะไร จะอยู่ได้อีกกี่วันไม่รู้ เดือนห่วงก็แต่ซี ถ้าไม่มีเดือน เขาจะอยู่ยังไง”
“ไม่ต้องห่วง พี่รักซีเหมือนลูก พี่จะดูแลเขาอย่างดีแน่นอน”
เสียงแม่ร้องไห้เบา ๆ กรีดหัวใจคนเป็นลูกชายให้น้ำตารื้น
“ถ้าทางนั้นเขาติดต่อมา หลังจากที่เดือนไม่อยู่ พี่ช่วยดูให้เดือนด้วยนะ เดือนอยากให้ลูกมีชีวิตที่ดีกว่านี้”
ซีไม่ได้ฟังต่อ ผลุนผลันออกจากห้องเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะรับเรื่องทั้งหมดไม่ไหว เขาไม่พร้อมจะสูญเสียแม่ไปตอนนี้
“ซี” แก้วตาวิ่งตามออกมา และคว้ามืออีกฝ่ายไว้ตอนลงจากตึกมาที่สวนด้านข้างของตึกสองชั้น
เด็กสาวตาแดงด้วยความสะเทือนใจ ทั้งสงสารเดือนประดับและสงสารเพื่อนรัก
“มันไม่จริงใช่ไหมแก้ว”
เสียงเบาหวิวของเด็กชายทำให้เด็กสาวน้ำตาร่วง ส่วนอีกคนหันกลับมาซุกหน้าลงบนบ่าเล็ก ปล่อยให้น้ำตาหลั่งรินออกมาโดยไม่มีเสียง นอกจากอาการสั่นสะท้านเบา ๆ ในบางครั้ง
แก้วตาไม่มีคำไหนจะปลอบโยนนอกจากการจับกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้แน่น บอกด้วยสัมผัสว่า เธอยังอยู่กับเขาเสมอ
ต่างคนต่างร้องไห้เงียบ ๆ โดยมีต้นเทียนทองที่ปลูกประดับสวนเป็นฉากบังสายตาญาติผู้ป่วยคนอื่น ๆ
ซีปล่อยตัวเองไปกับความเศร้ากำสรดที่ไม่อาจทำใจได้ง่าย ๆ จนกระทั่งความสว่างของดวงอาทิตย์ถูกแทนที่ด้วยความสว่างจากหลอดไฟนีออน เขาถึงชวนเด็กสาวกลับขึ้นไปบนห้องผู้ป่วยอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เดือนประดับไม่ได้อยู่กับโกศลตามลำพัง ข้างเตียงแม่ยังมีผู้ชายและผู้หญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ด้วย พวกเขาแต่งตัวเรียบง่ายแต่ดูดีและดูไม่เหมือนเป็นคนแถวนี้
“ซี แก้ว” พอเห็นพวกเด็ก ๆ โกศลกวักมือเรียกให้เข้าไปหา
เขาเข้าไปยืนข้างเตียงข้างโกศล มองชายหญิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกแปลก ๆ นั่นเพราะผู้ชายมีความละม้ายเขาอยู่ไม่น้อย ส่วนผู้หญิงทอดสายตามองเขาด้วยแววตาสงสารและเห็นใจ
“ซี”
“ครับแม่” เขาหันไปมองแม่ตามเสียงเรียก แม่ยิ้มอ่อนโยนให้แม้จะไม่สดใสแต่ทำให้ใจเขาอบอุ่น ทว่า คำพูดต่อมาของแม่ทำให้เขาพูดไม่ออก จุกในอกแปลก ๆ
“คนนี้คือพ่อของซี ไหว้พ่อเสียสิลูก พ่อชวลิตเป็นพ่อแท้ ๆ ของซีครับ”
“ซี” เมื่อเขายืนมองอีกฝ่ายนิ่ง เสียงของพ่อโกศลเรียกเขาอีกครั้ง แก้วตาเข้ามาเขย่าแขน นั่นทำให้เด็กชายยกมือขึ้นไหว้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
“คนนี้คือคุณปริศนา ภรรยาของพ่อ”
แม้แม่จะไม่ได้แนะนำ เขาโตขนาดนี้พอดูออกว่าคนทั้งสองน่าจะมีความสัมพันธ์กัน แต่คำว่าภรรยานี่คืออะไร ถ้าผู้หญิงตรงหน้าคือเมียพ่อแล้วแม่ของเขาล่ะ
“เรียกแม่ว่าแม่นาก็ได้จ้ะ”
เขายกมือไหว้ แม้จะสงสัย หากน้ำเสียงอาทรนั้นทำให้ไม่กระดากใจ
“ซีโตขนาดนี้เลย เธอควรจะบอกฉันให้ไวกว่านี้นะเดือนประดับ”
“ขอโทษนะคะ เดือนไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ อีกอย่างเดือนไม่อยากให้คุณท่านกับคุณนายมีปัญหากัน”
“อย่าพูดแบบนั้นเลย ฉันรู้เธอเป็นเด็กดีมาตลอดเลยนะเดือน” ปริศนายื่นมือไปกุมมืออีกฝ่ายที่อายุน้อยกว่าเธอหลายปีมาก
“ขอโทษที่พวกเรามาช้า ฉันกับคุณลิตเดินทางไปทำงานที่เมืองจีนหลายเดือนเลยไม่ได้จดหมายของเธอ”
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณท่านมา เดือนก็ดีใจแล้ว” เดือนประดับน้ำตาไหล เมื่อไม่เห็นความขึ้งโกรธจากอีกฝ่าย เธอยื่นมือมาจับมือลูกชายคนเดียวพลางยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ชอบทำ “ต่อไปนี้ซีต้องไปอยู่กับพ่อกับคุณนายนะลูก”
“ผมจะอยู่กับแม่”
“แม่ก็อยากอยู่กับซีนะลูก แต่แม่บุญน้อยเกินไปเลยได้อยู่กับซีแค่นี้”
“แม่... ห้ามพูดแบบนั้น...”
เด็กหนุ่มโน้มตัวลงไปกอดแม่ น้ำตาที่คิดว่ามันเหือดแห้งไปแล้ว หลั่งไหลออกมาอีก
ภาพนั้นทำให้แก้วตาน้ำตาไหลจนต้องหันไปกอดพ่อไว้ ขณะที่โกศลเองก็แอบเบือนไปทางอื่นเพื่อไล่น้ำตา
ชวลิตและปริศนาพากันเช็ดน้ำตาที่เอ่อซึมออกมา เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีลูกชายอีกคน ลูกชายที่เกิดจากความผิดพลาดครั้งเดียวในชีวิต หากเขาไม่เคยคิดไม่รับผิดชอบ เพียงแต่เขาไม่เคยรู้
ดวงตาเคร่งขรึมทอดมองใบหน้าของเด็กสาวที่เคยช่วยเขาไว้ในวันหนึ่งที่เขาไปตรวจโรงงานทอผ้าและเย็บผ้าซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของครอบครัว ครั้งนั้นเขาถูกผู้จัดการโรงงานชวนกินเหล้าจนเมามายหวังจะยัดเยียดลูกสาวให้ เขาพาตัวเองออกมาได้และได้รับการช่วยเหลือจากเดือนประดับที่เป็นสาวโรงงานเย็บผ้าในเวลานั้น แต่ทว่า ด้วยฤทธิ์น้ำเมาและบางอย่างที่ถูกใส่ลงในเหล้าทำให้เขาคุมตัวเองไม่ไหว มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ ในวันต่อมาเขาเสนอจะรับผิดชอบเลี้ยงดูเธอ แต่เดือนประดับปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว เธอไม่อยากสร้างปัญหาและไม่อยากเป็นเมียน้อยใคร ดังนั้นชวลิตเลยมอบเงินให้เธอก้อนหนึ่งพร้อมกับบอกว่าหากเธอมีปัญหาอะไรให้ติดต่อเขาได้ทุกเมื่อ