นับแต่นั้นเธอกลับไม่เคยติดต่อเขาเลย พอเขาไปที่โรงงานอีกครั้งก็ได้รู้ว่าเธอลาออกไปแล้ว ในวันนี้ที่เธอกลายเป็นแม่ของลูกชายวัยสิบห้า เธอเข้มแข็งและจิตใจสวยงามมาก เขารู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ทันทีที่ได้อ่านจดหมาย เขาไม่สงสัยว่าเด็กคนนั้นอาจไม่ใช่ลูก เมื่อเกิดปัญหาขึ้นเขาจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ภรรยาฟัง ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่อยู่ร่วมกันมาหลายสิบปีไม่ได้ต่อว่าอะไร ซ้ำยังเร่งเร้าให้เขารีบมาที่นี่เพื่อรับลูกชายอีกด้วย
“ไม่ต้องห่วงนะเดือน ฉันจะดูแลลูกชายของเดือนอย่างดีที่สุดแน่นอน”
“ขอบคุณค่ะคุณท่าน”
จากนั้นไม่กี่วันต่อมา เดือนประดับก็จากไปอย่างสงบ สร้างความเศร้าโศกให้กับซีเป็นอย่างมาก หากหลังผ่านพ้นงานศพ เด็กหนุ่มกลับขออยู่ที่บ้านนี้อีกสักพักด้วยเหตุผลว่าอีกไม่นานก็จะสอบปลายภาคและจบมอสามแล้ว ซึ่งตอนแรกชวลิตจะไม่ยอม เพราะเป็นห่วงลูกชายที่ต้องอยู่คนเดียว แต่ถูกปริศนาค้านไว้ด้วยเหตุผลว่าเด็กจะได้ไม่เสียเวลาการเรียน หลังเรียบจบค่อยมารับอีกทีก็ได้ และได้ฝากฝังให้โกศลและญาติคนอื่น ๆ ช่วยดูแลเด็กชายให้และมอบเงินให้ก้อนหนึ่ง
ซึ่งโกศลไม่ได้รับเงินและบอกว่าเขารักซีเหมือนลูก จะช่วยดูแลให้อย่างเต็มที่ และซีเองก็ตกลงจะไปอยู่กับพ่อหลังเรียนจบตามคำสั่งเสียสุดท้ายของแม่
“ดวงจันทร์บ้านเราสวยเนอะ”
เด็กหนุ่มตัวสูงแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มีจันทร์คืนวันเพ็ญส่องแสงนวลตา
“ดวงจันทร์ที่ไหนก็คงสวยเหมือน ๆ กันนั่นแหละ” แก้วตาว่าเสียงใส ขณะพากันนั่งอยู่บนทุ่งหญ้าไม่ไกลจากบ้าน
“ไม่รู้ว่าที่นู่นจะเป็นยังไง”
“ทำไม นายกลัวเหรอ” หน้าเล็กเอียงถามสีหน้าและน้ำเสียงเริ่มยียวนเพื่อนรัก
ตอนนี้ทั้งสองเรียนจบมอสามแล้ว อีกไม่กี่วันการเปิดเรียนมอสี่ภาคแรกจะเริ่มขึ้น พรุ่งนี้พ่อของซีจะมารับเขาไปอยู่ด้วย
“ไม่ได้กลัวสักหน่อย”
ซีผลักหน้าผากเล็กออกห่าง ไม่ได้ใช้แรงมากนัก แต่อีกคนแกล้งโวยวาย
“เผื่อเราคอหักมาทำไง ผลักมาได้”
“เว่อร์สิเธอน่ะ แรงจึ๋งนึงของเราทำเธอคอหักได้ที่ไหนล่ะ”
หนุ่มน้อยค้อน ทำให้เขาแสดงอารมณ์ได้ สาวน้อยก็พึงพอใจแล้วจึงเปลี่ยนเรื่องคุย
“ไม่รู้กรุงเทพฯ จะเหมือนในละครที่เราดูมั้ยนะ มีแต่ตึกสูง ๆ สวย ๆ อะ”
“เธออยากเห็นเหรอ”
“อยากเห็นสิ มันน่าจะสวย”
“ไว้จะส่งรูปมาให้ดู”
“จริงนะ”
“อือ”
“ดีเลย งั้นเราก็จะเขียนจดหมายถึงซีบ่อย ๆ เอาแบบอาทิตย์ละฉบับเลยดีมั้ย”
“ทำให้ได้เหอะ”
“ทำได้อยู่แล้ว ถ้านายไม่ตอบล่ะก็ น่าดู”
แก้วตาแกล้งทำเสียงคาดโทษ คนฟังกลัวเหรอ เปล่าเลย เขาหัวเราะร่วนแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเสื่อที่ปูไว้ ทอดสายตามองดวงจันทร์บนฟ้าที่มีดาวประปรายเนื่องจากถูกแสงจันทร์บดบัง เด็กสาวล้มตัวลงนอนและทำแบบนั้นบ้าง
“เราคงคิดถึงนายน่าดู”
ซีหันมามองหน้าเล็กที่เขาเห็นมาตลอดเก้าปี บางสิ่งซึมลึกลงในหัวใจโดยไม่รู้ตัว เด็กหนุ่มเคลื่อนมือมาจับมือเล็ก ๆ ที่ไม่ได้นุ่มนวลอะไร แก้วตาน่ะขาลุย ช่วยงานสวนงานไร่พ่อไม่ได้เว้นแล้วไหนจะงานบ้านก็เก่งมาก พูดได้ว่าหนักเบาเอาหมดไม่เคยเกียจคร้าน ตอนอยู่โรงเรียนก็เป็นเด็กกิจกรรมตัวยง
พอคิดว่าต่อไปจะไม่ได้เจอกันทุกวัน เขาใจหาย...
“เราก็คงคิดถึงเธอเหมือนกัน”
“งั้นคืนนี้เรานอนชมจันทร์จนพระจันทร์กลับบ้านเลยดีไหม”
เสียงใสเรียกรอยยิ้ม
“กลัวแต่ยุงจะหามไปกินก่อน”
“ลมดีแบบนี้ไม่มียุงหรอกน่า นายอย่าสำอางไปหน่อยเลย”
“จ้า ๆ แม่คนลุย ๆ เดี๋ยวพ่อโกได้ดุกันพอดี”
“แล้วนอนไม่นอน”
“นอนก็นอนดิ”
“ก็แค่นั้น นายนี่เรื่องเยอะตลอด”
เด็กทั้งสองพากันนอนเงียบ ๆ ตามองฟ้ามองเดือนมองดาว หากมีเพียงมือที่บีบกุมกันสลับไปมาให้รู้ว่ายังอยู่ด้วยกันเสมอ...
ถึง แก้วตา...
ตอนนี้เราเข้าเรียน ม.4แล้วนะ โรงเรียนเดียวกับลูกสาวของพ่อ เป็นโรงเรียนเอกชนได้ยินว่าค่าเทอมแพงมาก ลืมเล่า พ่อมีลูกชายอีกหนึ่งคน ชื่อกฤษชัย อายุมากกว่าเราหลายปีตอนนี้เรียนมหาลัยปีสามแล้วล่ะ ส่วนลูกสาวมีสองคนชื่อจิตติมากับลัดดาวัลย์ สองคนนี้เรียนม.6 กะ ม.5 แม่นาดีกับเรามาก ที่โรงเรียนนี้เจ๋งดี มีครูฝรั่งครูจีนครูญี่ปุ่น เครื่องคอมฯ ที่นี่มีสามสิบเครื่องได้มั้ง ไม่ต้องแย่งกันเรียนเหมือนที่นั่น อยากให้เธอมาเรียนด้วยกัน เราสบายดี
คิดถึง
-Sea-
“แล้วไม่บอกเลยนะว่าเข้ากับพวกพี่ ๆ เขาได้หรือเปล่า หมอนี่”
แก้วตาพับจดหมายสำนวนแข็ง ๆ ที่ไม่ได้เล่าอะไรมากมายเก็บใส่ซองพลางบ่นกระปอดกระแปดถึงคนไกลที่เขียนจดหมายมาฉบับแรก เนื่องด้วยมัววุ่น ๆ ซีไม่ได้ถามที่อยู่กับพ่อเลยไม่ได้ให้ที่อยู่เธอไว้ เขาสัญญาว่าจะเขียนจดหมายมาหาก่อนเพราะรู้ที่อยู่บ้านเธอดี
“จดหมายซีเหรอลูก”
“จ้ะพ่อ”
“ทางโน้นเป็นไงบ้าง ซีบอกไหม”
“ก็บอกว่าคนที่โน่นดีกับเขาจ้ะพ่อ ได้เรียนโรงเรียนเอกชนราคาแพงมากด้วย”
“ดีแล้วล่ะ ดูแล้วคุณชวลิตกับเมียก็น่าจะเป็นคนดีคนหนึ่งนะพ่อว่า”
“แก้วก็หวังว่าพวกเขาจะดีกับซีตลอดไป ซีจะได้ไม่เหงาแล้วก็มีความสุข เสียดายแต่ตอนมีพ่อ แม่เดือนก็ไม่ได้อยู่แล้ว”