พระรามหมุนตัวกลับมาตวาดใส่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาพูดประโยคเดิมๆ ที่ใช้ย้ำเตือนจำกัดเขตความสัมพันธ์ระหว่างเราเสมอมา ราวกับกำลังฉีดวัคซีนป้องกันไม่ให้ฉันถลำลึก หรือข้ามเส้นที่เขากั้นเอาไว้ คำว่า 'เพื่อนกัน' และ 'เอากันแค่เล่นๆ' ถูกโยนใส่หน้าฉันอย่างป่าเถื่อนและแนบเนียน
"........... "
ได้แต่มองตาคนที่กำลังย้ำถึงสถานะระหว่างเรา ยิ่งมองยิ่งไม่เห็นอะไรอยู่ในนั้น มีแต่ความว่างเปล่า เฉยชา ในสายตาของมันไม่เคยมีฉันอยู่ในนั้น ไม่มีเลยแม้แต่น้อย
ความเงียบกลายเป็นคำตอบเดียวที่ฉันมอบให้ได้ ลิ้นจุกปาก จุกจนพูดอะไรไม่ออก ดวงตาที่จ้องมองเขาค่อยๆ พร่ามัวไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาอีกครั้ง ในดวงตาคู่สวยและคมกริบคู่นั้น ไม่มีภาพสะท้อนของชมพิ้งค์อยู่เลย มีแต่ความว่างเปล่า ความไร้ความรู้สึก และความห่างเหินที่ไม่มีวันทะลุผ่านไปได้
"ยาอยู่ในลิ้นชัก กินยาแล้วก็นอนพักผ่อน เดี๋ยวก็หายเอง กูไปนะ..."
น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ ไร้ซึ่งความอดสูหรือความรู้สึกผิดใดๆ เขาพยักพาดสายตาไปทางโต๊ะข้างเตียงเล็กน้อยเหมือนเป็นการตัดรำคาญ ก่อนจะหยิบกุญแจรถและโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้
สวมใส่เสื้อผ้า จัดแจงตัวเองเสร็จมันก็เดินออกจากห้องทันที คำพูดของฉันเมื่อครู่คงไม่ได้ผ่านเข้าไปในโสตประสาทการรับรู้ของมันเลยสินะ ถึงได้ทำเมิน ไม่สน ไม่แคร์กันแบบนี้ อะไรที่เป็นมายมิ้นมันรีบทำทุกอย่างแหละ มายมิ้นขออะไรมันไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง แต่ถ้าเป็นชมพิ้งค์ ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่มันจะยอมทำให้ โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน นี่สินะเขาถึงบอก คนสำคัญต่อให้ไม่ร้องขอ ก็พร้อมจะทำให้ ต่างกับคนที่ไม่สำคัญ ต่อให้ขอร้องเท่าไหร่เขาก็ไม่มีวันทำในสิ่งที่เราต้องการ...
ปัง!
เสียงประตูห้องปิดลงเบาๆ แต่มันกลับก้องสะท้อนอยู่ในหัวใจของฉันอย่างดังสนิท ความเงียบสงบโถมทับเข้ามาในห้องกว้างทันทีที่แผ่นหลังของเขาลับสายตาไป บรรยากาศรอบตัวเย็นเยือกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ราวกับอุณหภูมิในห้องลดลงจนติดลบ น้ำตาที่อดกลั้นไว้บัดนี้ไหลทะลักลงมาเปรอะแก้มอย่างไม่ขาดสาย
"เมื่อไหร่จะก้าวข้ามคำว่าเพื่อนไปได้สักที หรือมันไม่มีวันนั้นเลย ไม่มีเลยใช่ไหมราม"
ได้แต่มองตามหลังของคนที่เดินจากไป พูดกับลมกับผีสางนางไม้ในห้องก็ว่าไป ถามคำถามซ้ำๆ กับตัวเองอยู่หลายหน ก็รู้ว่ามันไม่เคยแคร์ ที่นอนด้วยกันก็เพราะความผิดพลาด อารมณ์ชั่ววูบ น้ำเมาทำมันสับสน ครั้งแรกที่เสียความบริสุทธิ์ให้พระราม ฉันยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี ฉันเมา มันเมา ต่างคนต่างไม่มีสติยับยั้งเรื่องราวในคืนนั้นจึงนำพาความสัมพันธ์ลับๆ มาจนถึงทุกวันนี้
มันควรจะจบตั้งแต่คืนนั้น เรื่องคืนนั้นมันไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์ มีครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ก็ตามมา จนสุดท้ายความสัมพันธ์ของเรามันเกินเลยมากกว่าคำว่าเพื่อน แต่ไปไม่ถึงคำว่าแฟนหรือคนรัก สถานะมันสิ้นสุดอยู่ตรงนั้น แค่คำว่าเพื่อนรัก เพื่อนสนิท เพื่อนที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนเลื่อนเป็นอย่างอื่นได้นอกจากเพื่อนนอน นานวันเข้าความรู้สึกลึกซึ้งเกิดขึ้นกับฉันจนควบคุมไม่อยู่ ฉันรักพระราม แต่กับมันคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงปกติ อดีตเคยเป็นเพื่อนกันยังไง ปัจจุบันก็ยังคงเป็นแบบนั้น อนาคตก็คงไม่แตกต่างกัน
ฉันซบหน้าลงกับหัวเข่าของตัวเอง ร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วงโดยไม่ต้องกักเก็บเสียงอีกต่อไป ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในหัวใจ ทุกตารางนิ้วบนเตียงกว้างนี้ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของพระราม กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขายังคงติดอยู่ที่หมอน แต่มันกลับยิ่งซ้ำเติมให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว เขาเดินทางออกไปหาคนที่เขารักแล้ว...
ภาพอดีตย้อนคืนกลับมาในหัวเหมือนม้วนเทปเก่าๆ ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันเริ่มต้นจากความผิดพลาดในคืนนั้น คืนที่เหล้าและความเขลาเข้าครอบงำ คืนที่ฉันคิดว่ามันจะเป็นเพียงแค่ฝันร้ายชั่วข้ามคืนแล้วจบลงไป แต่เปล่าเลย... เราต่างปล่อยตัวปล่อยใจให้ความสัมพันธ์อันเป็นพิษนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จากความผิดพลาดชั่ววูบ กลายเป็นความเคยชิน จากความเคยชิน กลายเป็นความผูกพัน และสุดท้าย... มันกลายเป็นพันธนาการที่รัดคอฉันไว้จนแทบหายใจไม่ออก
กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องนั่งรอเขาในห้องมืดๆ เพียงเพื่อจะได้ใช้เวลาร่วมกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงในยามค่ำคืน?
กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวด ยามที่เห็นเขายิ้มให้หน้าจอโทรศัพท์เวลาที่แฟนตัวจริงของเขาทักมา?
กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด เป็นเพียงแค่ 'เพื่อน' ในเวลากลางวัน และกลายเป็น 'เพื่อนนอน' ในเวลากลางคืน?
ฉันรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร ตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มตกลงกันด้วยคำว่า 'ไม่ผูกมัด' พระรามชัดเจนในจุดยืนของเขามาโดยตลอด เขาไม่เคยให้ความหวัง ไม่เคยเอ่ยคำหวาน ไม่เคยสัญญาว่าจะมีอนาคตร่วมกัน มีแต่ฉันเอง... ฉันเองที่โง่เง่า ถลำลึกเอาหัวใจตัวเองไปวางไว้ในมือของคนใจร้ายอย่างเขา แล้วยอมให้เขาย่ำยีมันจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
ความรักข้างเดียวมันทรมานแบบนี้นี่เอง... ยิ่งไขว่คว้าก็ยิ่งห่างไกล ยิ่งร้องขอก็ยิ่งดูไร้ค่า ในสายตาของพระราม ฉันอาจจะเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ เป็นเพียงแค่ตัวเลือกยามที่เขาเหงา หรือเป็นเพียงแค่เพื่อนสนิทที่ซื่อสัตย์พอจะยอมให้เขารังแกโดยไม่โวยวาย แต่สำหรับฉัน... เขาคือทั้งหมดของหัวใจ
ฉันพยายามพายเรืออยู่ในลุ่มน้ำแห่งความหวังอันริบหรี่ หวังว่าสักวันความดี ความใกล้ชิด หรือความซื่อสัตย์ของฉันจะสามารถสั่นคลอนหัวใจอันเย็นชาของเขาได้บ้าง หวังว่าสักวันเขาจะหันกลับมามองฉันในฐานะ 'คนรัก' ไม่ใช่แค่ 'เพื่อนสนิทที่มีอะไรกันได้' แต่สุดท้าย ความจริงก็ตบหน้าฉันอย่างแรงเสมอว่า... คนที่ไม่ใช่ ต่อให้พยายามมากแค่ไหน ก็ไม่มีวันใช่สำหรับเขาอยู่ดี