พูดจาสุนัขไม่รับประธานแบบนี้ มันหัวร้อนชัวร์ โวยวายอย่างกับเมียมันหาย ขนาดมายมิ้นไม่โผล่หน้ามาหาเป็นอาทิตย์มันยังไม่หัวร้อนแบบนี้เลย ก็แอบสงสัยในความสัมพันธ์ของมันสองคนมานานแล้ว แต่ในเมื่อมันไม่อยากบอก ก็คงจะแล้วแต่มัน ทำทีไม่รู้แบบนี้ไปเรื่อยๆ คนอย่างเซนเซอร์ไม่ชอบเสือกเรื่องของใครอยู่แล้ว
น้ำเสียงหงุดหงิดและสบถคำคายออกมาจากปากของผมอย่างควบคุมไม่ได้ การที่ชมพิ้งค์หายไปจากชีวิตของผมเป็นเวลาสามวันเต็มๆ โดยไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีคำอธิบายใดๆ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนงี่เง่าที่กำลังถูกลอยแพ อารมณ์เสียดแทงในอกนี้มันรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่แฟนสาวอย่างมายมิ้นหายหน้าไปเป็นสัปดาห์ๆ เสียอีก เซนเซอร์ลอบมองพฤติกรรมของผมแล้วได้แต่แอบคิดในใจ ความจริงมันและออโต้ก็พอจะสังเกตเห็นความสัมพันธ์แปลกๆ ระหว่างผมกับชมพิ้งค์มานานแล้ว สายตา การกระทบกระทั่ง และความผูกพันที่เกินเลยคำว่า 'เพื่อนสนิท' ทั่วไป แต่นั่นแหละ เซนเซอร์เป็นพวกเคารพพื้นที่ส่วนตัว ถ้านายไม่พูด มันก็จะไม่ถาม ให้เรื่องมันดำเนินไปตามทางของมันเอง
"มึงยุ่งอะไรกับมันนักหนา มันโตแล้วไหม สวยด้วยนะนั่น"
เซนเซอร์เอ่ยขึ้นมาลอยๆ ขณะเดินนำไปยังศูนย์อาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ มันปัดมือไปมาในอากาศเหมือนจะบอกให้ผมใจเย็นลงบ้าง
"วันก่อนเห็นมันไปร้านกระเป๋ากับไอ้มาร์คคณะสถาปัตย์ คนคุยคนใหม่ของมัน ไอ้หมอนี่มันเอาใจเก่ง เห็นชมพิงค์ถือกระเป๋าแบรนด์เนมออกมาตั้งหลายใบ ไอ้หมอนี่มันเปย์เก่ง"
ออโต้โพล่งขึ้นมากลางวง ราวกับนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ มันทำท่าทางประกอบด้วยการผายมือออกกว้างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าชมพิ้งค์ถือถุงกระเป๋ามากมายขนาดไหนในวันนั้น
"ไอ้มาร์คสถาปัตย์ ? ไอ้หน้าหล่อที่มาขอเบอร์วันนั้นน่ะเหรอ"
ผมชะงักเท้าทันที ดวงตาคมกริบหันไปจ้องหน้าออโต้เขม็ง ชื่อของ 'มาร์ค' เด็กสถาปัตย์หน้าตาดีที่มีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะ และเคยเฉียดเข้ามาวอแวขอเบอร์ชมพิ้งค์ที่โต๊ะม้านั่งหน้าคณะเมื่อเดือนก่อน ลอยเข้ามาในหัวผมทันที คืนนั้นผมจำได้ดีว่าผมแอบลบเบอร์ของไอ้หมอนั่นออกจากโทรศัพท์ของชมพิ้งค์ไปแล้ว แต่นี่พวกมันไปสนิทสนมกันตอนไหน?
"อืม...ดูท่าไอ้ชมมันจะคุยถูกคอ เห็นคุยกันทั้งวัน ขนาดตอนเรียนมันยังค้างสายเอาไว้ กูว่าไม่ธรรมดา"
ออโต้ยังคงเล่าต่อโดยไม่ได้สังเกตเห็นรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวผม มันทำหน้าระเหริดระเหยเล่ารายละเอียดที่มันแอบเห็นมาอย่างสนุกปาก ยิ่งมันพูดว่าชมพิ้งค์ยอมค้างสายกับไอ้มาร์คไว้ตลอดเวลาแม้กระทั่งในชั่วโมงเรียน เลือดในกายของผมก็ยิ่งร้อนฉ่าขึ้นมาทันที
"นับวันยิ่งทำตัวเหลวไหล...แบบนี้ต้องเรียกมาปรับทัศนคติ"
ไม่ได้พูดเล่นแต่พูดจริงๆ หนีไปเที่ยวกับผู้ชายไม่พอ แถมยังไม่รับโทรศัพท์ แบบนี้มันต้องมาเคลียร์ คำพูดของผมกลั่นออกมาจากฟันที่บดแน่นด้วยความโมโห ความรู้สึกหึงหวงและหงุดหงิดที่คลั่งอยู่ในอกมันแทบจะทะลักออกมา เธอเป็นเพื่อนผม...และเธอก็เป็น 'คู่นอน' ของผมด้วย การที่เธอหายหัวไปสามวัน แล้วแอบไปชอปปิง ไปเดินเสวยสุขกับผู้ชายคนอื่น โดยไม่สนใจคำตามหลังหรือโทรศัพท์จากผมเลยแม้แต่นิดเดียว มันเป็นเรื่องที่ผมยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเจอตัวเมื่อไหร่ ผมจะลากเธอมาคุยให้รู้เรื่อง และลงโทษให้เข็ดหลาบ
"ก็มันสวย แถมยังโสด ทำตัวเฟรนลี่กับทุกคน ใครได้คุยกับมันก็โดนมันตกทุกรายแหละ ขนาดกูเป็นเพื่อนกูยังชอบมันเลย นี่ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นเพื่อนสนิท กูเครมมันนานแล้ว"
ออโต้พูดหัวเราะๆ อย่างไม่คิดอะไร มันยอมรับตรงๆ ตามประสาผู้ชายว่าชมพิ้งค์เป็นผู้หญิงที่เสน่ห์แรงมาก ทั้งรูปร่าง หน้าตา และนิสัยใจคอที่เข้าถึงง่าย รอยยิ้มหวานๆ ของเธอนั้นสามารถตกผู้ชายให้ลุ่มหลงได้ไม่ยากเย็นเลย
"ไอ้เชี้ย! ไอ้ชมมันเป็นของสงวนมึงห้ามแม้แต่จะคิด"
ผมหันไปตะคอกใส่ออโต้ทันทีด้วยน้ำเสียงดุดันและจริงจัง ดวงตาของผมวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด จนออโต้ถึงกับชะงักกึกและยกมือขึ้นสองข้างเป็นการยอมแพ้ด้วยความตกใจ
"เห้ย..แค่เพื่อนไม่หวงดิวะ....กูแค่ล้อเล่น..ใครมันจะคิดอะไรกับเพื่อนสนิทของตัวเอง เห็นกันมาตั้งแต่มันถักผมเปียสองข้าง จนตอนนี้มันเข้ามหาวิทยาลัย เห็นหน้ามันบ่อยกว่าพ่อแม่ตัวเองซะอีก เบื่อจะแย่"
ออโต้รีบปรับสีหน้าแล้วโบกมือปฏิเสธพัลวัน มันรู้สึกได้ถึงอารมณ์เกรี้ยวกราดผิดปกติของผม มันจึงรีบถอยห่างและอธิบายด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเพื่อลดความตึงเครียด สำหรับออโต้ ชมพิ้งค์คือเพื่อนที่เห็นหน้าค่าตากันมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยสวมชุดนักเรียนถักเปียคู่ วิ่งเล่นด้วยกันจนชินตา ต่อให้ชมพิ้งค์จะสวยขนาดไหน แต่มันก็มองเป็นเพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งเท่านั้น
"ต้องหวงดิวะ...ก็เพราะมันเป็นเพื่อนกูถึงได้หวงอยู่แบบนี้"
ถ้าเป็นคนอื่นผมจะไม่ยุ่งไม่สนใจ แต่นี่ชมพิงค์ผู้หญิงคนเดียวที่เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งคู่นอน หนุ่มๆ ล้อมหน้าล้อมหลัง อย่างกับแมลงวี่แมลงวัน ตามจีบจนน่ารำคาญ เลยต้องคอยกันท่าเอาไว้อยู่บ่อยๆ มาวันนี้มันแตกแถว คิดจะเดินออกจากกรอบ ไม่หวงไม่ได้ จะคุยก็คุยไปดิ แต่หายไปแบบนี้ ผมไม่โอเค..
ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเย็นชา การวางตำแหน่งความสัมพันธ์ของผมกับชมพิ้งค์มันซับซ้อนเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ สำหรับผม ชมพิ้งค์ไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา แต่เธอคือพื้นที่ส่วนตัว คือคนที่ผมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยมาโดยตลอด ทุกครั้งที่มีผู้ชายหน้าไหนเข้ามาเพ่นพ่าน หรือทำท่าว่าจะจีบเธอ ผมจะคอยออกตัวขัดขวางและกันท่าไว้เสมอภายใต้คำว่า 'หวงเพื่อน' แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เธอเริ่มทำตัวกระด้างกระเดื่อง เริ่มตีตัวออกห่าง หายหน้าไปสามวันโดยไม่บอกกล่าว แถมยังมีข่าวว่าไปเดินระเริงกับผู้ชายคนอื่น มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเธอกำลังก้าวข้ามเส้นเขตแดนที่ผมขีดไว้ และนั่นเป็นสิ่งที่ผมยอมไม่ได้เด็ดขาด
"หวงเพื่อนยิ่งกว่าแฟน..ประสาทนะมึง"
ออโต้ทำหน้าเพลียจิตแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างรังเกียจในพฤติกรรมปากไม่ตรงกับใจของผม มันมองดูเพื่อนรักที่กำลังทำตัวประสาทเสีย หวงก้างเพื่อนสนิทยิ่งกว่าแฟนสาวตัวจริงอย่างมายมิ้นเสียอีก ออโต้ได้แต่ยักไหล่แล้วเดินนำเข้าไปในศูนย์อาหาร ทิ้งให้ผมนั่งจมอยู่กับกองเพลิงแห่งความหงุดหงิดที่กำลังมอดไหม้อยู่ในใจเพียงลำพัง โดยที่ผมเองก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า ความรู้สึกร้อนรุ่มในอกตอนนี้ มันคือความหวงเพื่อน... หรือความหึงหวงกันแน่.