เมียพระราม

1282 Words
@คลาสเรียนวิศวะ บรรยากาศในห้องเรียนขนาดใหญ่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยเสียงพึมพำของนิสิตที่กำลังง่วนอยู่กับโจทย์บนกระดาน แสงแดดช่วงสายส่องผ่านกระจกบานโตเข้ามาจับที่โต๊ะแถวหลังสุด ซึ่งเป็นมุมประจำของกลุ่มพวกเรา กลิ่นชีตเอกสารและกลิ่นกาแฟกระป๋องโชยหวนในอากาศ แต่สิ่งที่ตึงเครียดที่สุดกลับไม่ใช่เนื้อหาบทเรียน หากแต่เป็นสถานการณ์และอารมณ์ที่ซับซ้อนของคนในกลุ่ม "โจทย์ข้อนี้โคตรยากเลยว่ะ อ่านโจทย์แล้วมึนตึบ!" ออโต้ เพื่อนสนิทของฉันบ่นอุบพร้อมกับเกาหัวจนผมเสียทรง : ไอ้ตัวนี้ใครๆ ก็บอกมันเจ้าชู้ คาสโนว่าเรียกพี่ พระอาทิตย์ตกดินมันแปลงร่างเป็นค้างคาวติดปีกเทอร์โบ ควงไม่ซ้ำ จำหน้าไม่ได้ ค่ำไหนนอนนั่น ตื่นมาอีกทีไม่รู้อยู่ห้องใคร มันหล่อ มันรวย ไม่แปลกที่สาวๆ ต่างวิ่งเข้าหา มันส่ายหน้ารัวๆ ไว้อาลัยให้กับโจทย์รายวิชา Automatic Control จะให้แก้โจทย์ยังไง ในเมื่อตอนเรียนเอาแต่หลับ อาจารย์สอนเขาเอาแต่นอน เพราะแฮ้งค์จากปาร์ตี้งานวันเกิดของน้องบีเด็กในสังกัดของมันเองนั่นแหละ เมื่อคืนมันหนักตื่นมาเรียนคาบเช้าได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว "ตอนอาจารย์สอนมึงไม่ฟัง มัวแต่นอน ไม่โดนอาจารย์เทศนาก็ดีเท่าไหร่แล้ว ถามจริง กลางคืนมึงไม่หลับไม่นอนเลยรึไง ถึงได้นั่งหลับในคาบเรียน ไม่สนใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน" ฉันละสายตาจากชีตสรุปเนื้อหาหันไปเอ็ดมันอย่างระอา ออโต้ถอนหายใจยาวทำหน้าตูม ยันตัวลุกขึ้นนั่งกอดอกจ้องหน้าฉันกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "ขี้บ่นชิบหาย เป็นเพื่อนหรือเป็นแม่กันแน่วะ กูหลับไม่ถึงสิบนาทีเลยนะ บ่นซะกูสำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี่ย" : ออโต้โวยวายเสียงหลงพลางทำหน้ายู่ใส่ "ถ้าไม่อยากให้บ่นก็อย่านอนหลับในคาบแบบนี้อีก กูขี้เกียจมานั่งอธิบายสาธยายให้มึงฟังทีหลัง เสียเวลา" ฉันพูดตัดบทพร้อมกับก้มหน้าก้มตาเขียนสูตรลงในสมุดโน้ตต่อ พยายามเบนความสนใจจากความเครียดในหัว แต่ไอ้ออโต้ก็ยังไม่เลิกยั่วโมโห "เหอะ! สงสารแฟนในอนาคตของมึงจริงๆ ขี้บ่นขนาดนี้ จะมีใครเอามึงไหมวะไอ้ชม" : ออโต้เบะปากหมั่นไส้ "หุบปากเน่าๆ ของมึงไปเหอะ! ใครจะเอาหรือไม่เอากูก็ไม่เกี่ยวกับมึง" ฉันสวนกลับทันควัน เสียงดุจนเพื่อนโต๊ะข้างๆ หันมามอง แต่ฉันไม่สนใจ ความจริงคำว่า 'แฟนในอนาคต' มันสะกิดแผลในใจฉันอย่างจัง เพราะคนที่ฉันรักและยอมมอบกายถวายชีวิตให้ในตอนนี้ เขาไม่เคยคิดจะเอาฉันไปเป็นแฟนเลยสักนิด "กูล่ะเบื่อ ทะเลาะกันเป็นเด็ก น่าเบื่อซะมัด" เซนเซอร์ หนุ่มหล่อมาดนิ่ง เป็นคนเข้าถึงยาก เพราะเคยผิดหวังกับความรัก หัวใจเลยปิดตาย ผู้หญิงทุกคนที่เข้าหาเปรียบเสมือนแมลงวี่แมลงวันที่โคตรจะน่ารำคาญ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาของมันยังคงจ้องมองไปที่กระจกหน้าต่างด้านนอกห้องเรียน ไม่แม้แต่จะหันมามองพวกเราสองคน "นั่งนิ่งๆ เป็นเสือจำศีลต่อไปเห่อะมึง..." ออโต้หันไปมองค้อน ยังงอนไม่หายที่เมื่อวานเซนเซอร์มันไม่ยอมไปปาร์ตี้ด้วย มันบอกติดธุระ ธุระเชี่ยอะไรเห็นมันไปรับไปส่งน้องฟองเบียร์เด็กบริหารปีหนึ่ง สนใจสาวจนลืมเพื่อนแบบนี้มันผิดกฎ แหกกฎมันก็ต้องโดน "มึงยังไม่หายงอนมันอีกเหรอ...น้อยใจเป็นเด็กไปได้" ฉันทอดสายตามองออโต้อย่างเอ็นดูผสมหน่ายใจ ท่าทางฮึดฮัดเหมือนเด็กโดนขัดใจของมันดูขัดกับส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่าของมันสิ้นดี "ไม่...กูไม่หาย จนกว่ามันจะพากูไปเลี้ยงชาบู" : ออโต้ทำหน้าหยู่ ปากคว่ำมองบน ทำเอาชมพิ้งค์ถึงกับหัวเราะออกมา มันคิดว่ามันทำแบบนี้แล้วน่ารักมากเลยหรือไง.. "ปัญญาอ่อน..." : เซนเซอร์ถึงกับส่ายหน้า โตเป็นควายยังงอนเป็นเด็กไปได้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน บรรยากาศชั่วครู่ก็เริ่มเงียบลง ออโต้ถอนหายใจก่อนจะเอียงคอมาทางฉันเหมือนเพิ่งนึกเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาขี้เล่นของมันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นนิดหน่อย "ว่าแต่เมื่อคืนพระรามกลับกี่ทุ่มเหรอ พอดีเมื่อคืนกูโทรหาแต่มันไม่รับ.." ประโยคคำถามของออโต้ทำให้หัวใจของฉันบีบรัดตัวจนรู้สึกชาไปทั้งอก : โทรหามันแต่มันไม่รับ....ไม่โทรกลับ....แถมยังเงียบหายไปเฉยๆ มาวันนี้ก็ไม่มาเรียน คาบเช้าวิชาอาจารย์แม่ มันถึงกับยอมขาดเรียน ทั้งที่แต่ก่อนมันไม่เคย ฉันกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามประคองสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค่ำคืนที่ผ่านมาคำถามเดียวกันนี้ย้อนกลับมาทุบตีหัวใจฉันนับครั้งไม่ถ้วน ฉันเองก็โทรหาเขา ฉันเองก็รอเขา แต่นอกจากเขาจะไม่รับสายแล้ว เขายังตัดรำคาญและหายเงียบไปพร้อมกับบาดแผลที่ฝากไว้บนร่างกายและหัวใจของฉัน "มันกลับตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว น้องมายโทรมามันก็ออกไปเลย....เหมือนจะทะเลาะกัน สงสัยมันคงจะไปเคลียร์..." : ออโต้เป็นคนตอบคำถามนั้นขึ้นมาเอง ราวกับรับรู้ข่าวคราวมาจากฝั่งของพระราม "ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ..คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ" ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเรียบเฉยและถามออกไปเหมือนเพื่อนถามเรื่องเพื่อนทั่วๆ ไป : ที่ถามแบบนี้เพราะพระรามกับน้องมายหมู่นี้ทะเลาะกันบ่อย เห็นมันบอกน้องเปลี่ยนไปไม่เหมือนตอนคบกันแรกๆ เอาแต่ใจขึ้น ไม่น่ารัก อ่อนหวานเหมือนแต่ก่อน "อันนี้กูไม่สามารถตรัสรู้ชอบได้ด้วยตนเอง มึงต้องถามมัน...โน่นไง..มันมาโน่นแล้ว พูดถึงก็มากันเลย ตายยากจริงๆ" ออโต้โบยหน้าให้ฉันหันไปมอง พระรามกำลังเดินมายังโต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ แต่มันไม่ได้มาคนเดียว มันพาน้องมาย มายมิ้น แฟนของมันมาด้วย แผ่นหลังกว้างและใบหน้าหล่อเหลาที่ฉันคุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามาใกล้ สิ่งที่แทงตาแทงใจที่สุดคือมือหนาของพระรามที่กำลังเกาะกุมมือเล็กของหญิงสาวข้างกายไว้อย่างทะนุถนอม สายตาของเขามองเธอด้วยความอาทรแบบที่ฉันไม่เคยได้รับ ภาพตรงหน้าทำให้ฉันต้องกำมือใต้โต๊ะแน่นจนเล็บแทบจะจีกลงไปในเนื้อ "โผล่หัวมาได้สักทีนะมึง" : ออโต้ทักขึ้นทอดเสียงกวนๆ มายมิ้นในชุดนิสิตปีหนึ่งสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู ชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนของพระราม ใบหน้าสวยหวานบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด เธอปรายสายตามมองพวกเราแป๊บเดียว ก่อนจะสะบัดหน้าหนีอย่างรังเกียจ "งั้นมายไปก่อนนะคะ" พูดจบไม่รอเอาคำตอบ..น้องมายของมันก็เดินออกไปเลย มารยาทไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ขนาดเพื่อนแฟนนั่งอยู่ตั้งสามคน น้องมันยังไม่กล่าวทักทายใคร เชิดหน้าเดินหนีไปไม่แม้แต่จะหันมามอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD