"นิสัยเสียสุดๆ"
เซนเซอร์ที่นั่งนิ่งอยู่นานเอ่ยขึ้น พร้อมกับส่ายหน้าเอือมระอา
"อย่าไปถือสาเด็กมันเลย...ไง..พวกมึงคุยอะไรกันอยู่"
พระรามเดินมานั่งลงข้างๆ กันกับฉัน มันนั่งเฉยๆ ไม่เป็น ยังเอาแขนยาวๆ ของมันมากอดคล้องลำคอ โอบไหล่เล็กของฉันเอาไว้ ปากมันพูดกับเซนเซอร์ แต่มือมันซุกซนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่ลอยเข้ามากระทบจมูก มันคือกลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนหมอนในห้องของฉันแต่สัมผัสอบอุ่นจากท่อนแขนที่กำลังโอบรัดไหล่ฉันอยู่นี้ กลับทำให้ฉันรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ เขากำลังทำเหมือนเราสนิทกันมาก ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เรื่องของมึงนั่นแหละ เมื่อคืนหนีกลับก่อนกูเฉยเลย ไปเคลียร์กันท่าไหนบ้างล่ะ คอแดงมาเชียว ..."
ออโต้พูดขึ้นฉันเลยเหลือบตาหันไปมอง ..มันชัด..ชัดมาก..ลำคอของพระรามเป็นรอยจ้ำสีแดงเป็นทางยาว เมื่อคืนมันไม่ได้มาหาฉัน แปลว่ามันไปทำกับน้องมายแฟนมันสินะ...เห็นแล้วมันโคตรเจ็บ เจ็บแต่ไม่สามารถแสดงออกมาให้ใครเห็นได้ เพราะฉันกับมันเราเป็นแค่เพื่อนกัน แต่มันกับน้องมายสองคนนั้นเป็นแฟนกัน...เขาทำแบบนั้นด้วยกันมันไม่ใช่เรื่องแปลก มันแปลกตรงที่ฉัน..ฉันที่ไม่อยากจะยอมรับในสถานะลับๆ ของตัวเอง
รอยคิสสลักสีแดงเข้มบนลำคอระหงของเขามันย้ำเตือนภาพเหตุการณ์เมื่อคืนได้อย่างเห็นภาพ ชายคนที่นอนกอดฉันในยามค่ำคืน ร้องเรียกชื่อฉันในความมืด บัดนี้ไปอยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาวอีกคน และทิ้งร่องรอยแห่งความลุ่มหลงไว้อย่างเปิดเผย ฉันได้แต่นั่งตัวเกร็ง ร่างกายแข็งทื่อในอ้อมแขนของเขา เลือดในกายเหมือนจะหยุดหมุนเวียน
"เสือกทุกเรื่องเลยนะมึง...ไม่รู้สักเรื่องคงไม่ตายมั้ง" พระรามหัวเราะในคอ ตอบกลับออโต้แบบไม่จริงจังนัก
"เมียมึงนี่ไม่น่ารักเลยนะ นับวันมารยาทยิ่งไม่มี เจอกันไม่เคยไหว้ ทักทายสักนิดก็ไม่มี" : ออโต้บ่นพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์
"มายมิ้นไม่ใช่เมีย เป็นแค่แฟน..มึงอย่ามายัดเยียด" พระรามรีบสวนกลับทันที
"แล้วมึงเอาเขารึเปล่าล่ะ ถ้าเอาก็ใช้คำว่าเมียหมดนั้นแหละ" : ออโต้เถียงยิ้มๆ
"คำว่าเมียใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้ กูไม่เหมือนมึงที่ขึ้นเตียงกับใครก็เรียกเมียไปหมด แฟนก็คือแฟน เพื่อนก็คือเพื่อน ส่วนเมียเอาไว้เรียกคนที่จริงจังด้วยเท่านั้น"
คำพูดของพระรามดังสะท้อนอยู่ในหัวของฉันซ้ำไปซ้ำมา ราวกับมีคนเอามีดมากรีดลงกลางหัวใจ 'เพื่อนก็คือเพื่อน ส่วนเมียเอาไว้เรียกคนที่จริงจังด้วยเท่านั้น' แล้วฉันล่ะ...คนที่เขามีอะไรด้วยมาเป็นปีๆ คนที่เขากระทำความป่าเถื่อนใส่เมื่อคืน คนที่เขาเพิ่งตวาดใส่เมื่อเช้าว่า 'กูกับมึงก็แค่เพื่อนกัน เอากันแค่เล่นๆ' ฉันอยู่ตรงจุดไหนในนิยามของเขา? คำว่าเมียเขาก็ไม่ให้ สถานะแฟนเขาก็ไม่มอบให้ ฉันเป็นแค่เศษขยะที่เขาใช้ปลดปล่อยอารมณ์แล้วโยนทิ้งงั้นหรือ?
"แปลว่าคนนี้มึงไม่จริงจัง..?" : ออโต้ถามต่ออย่างสงสัย
"ไม่รู้ดิ...คิดว่ายังไม่ใช่" พระรามยักไหล่สบายๆ
"ไหนบอกชอบนักชอบหนา" : ออโต้ตักตวงคำตอบ
"เมื่อก่อนกูชอบ..เพราะน้องมันน่ารักใสๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ล่ะ"
"เบื่อแล้วว่างั้น" : ออโต้หัวเราะเบาๆ
"ควงเล่นๆ ไม่จริงจัง"
ผมตอบกลับไอ้ออโต้ไป พอหันไปมองชมพิ้งค์ มันเอาแต่นั่งนิ่ง ไม่แสดงความคิดเห็นอะไรออกมา ดูท่าแล้วมันคงจะไม่ค่อยพอใจที่เมื่อคืนมันโทรหาผม แต่ผมไม่ได้รับสาย เพราะมัวแต่ทำกิจกรรมอย่างว่าอยู่บนเตียงกับมายมิ้น เราทะเลาะกันเรื่องขี้หมูขี้หมา เธอโกรธที่ผมไม่พาไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมคอลเลกชันใหม่ กว่าจะหายงอนก็เล่นเอาผมหมดไปหลายแสน พักหลังมานี่มายมิ้นเปลี่ยนไปมาก งอนบ่อย เอาแต่ใจเก่ง ไม่เหมือนมายมิ้นคนเดิม คนที่เคยน่ารักสดใส เข้าใจอะไรง่ายๆ ชมพิ้งค์ก็เหมือนกัน มันเปลี่ยนไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันคงจะด่าผมจนผมสำนึกผิดแทบไม่ทัน แต่ดูตอนนี้สิ มันนิ่ง นิ่งเหมือนกับว่ามันกำลังโกรธ หรือมันจะงอนที่ผมไม่สนใจ ไม่รับสาย เอาเวลาไปอยู่กับมายมิ้น แต่ถึงมันจะงอนยังไง ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก มันเป็นแค่เพื่อน อย่างชมพิ้งค์ง้อด้วยชาเขียวหวานน้อยสักแก้ว มันก็คงจะหายงอนแล้ว โกรธง่าย หายเร็ว นั่นแหละนิสัยของมัน
ท่อนแขนหนาของพระรามยังคงพาดอยู่บนไหล่ของฉันอย่างถือสิทธิ์ มือซุกซนของเขายังคงใช้นิ้วมือไถลเล่นไปตามกรอบหน้าและเส้นผมของฉันอย่างไม่ใส่ใจ เขาทำเหมือนฉันเป็นสิ่งของ เป็นสัตว์เลี้ยง หรือเป็นเพื่อนสนิทที่เขานึกจะทำอะไรด้วยก็ได้ โดยไม่เคยรับรู้เลยว่าข้างในใจของฉันมันหลุดลุ่ยและแหลกสลายไปมากแค่ไหนแล้ว
"เป็นอะไรของมึงชม นั่งนิ่งเป็นหินเลย กูมานั่งด้วยแล้วทำเงียบ"
พระรามยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กลิ่นกายของเขาและสัมผัสลมหายใจอบอุ่นปะทะที่ข้างแก้มของฉัน เขาเอียงคอมองฉันด้วยสายตากวนๆ สายตาที่แฝงไปด้วยความมั่นใจว่าเขาสามารถควบคุมฉันได้เสมอ
"เปล่า... กูแค่มึนหัว"
ฉันตอบเสียงเบาหวิว พยายามไม่หันไปสบตากับเขาตรงๆ เพราะกลัวว่าน้ำตาที่รวยรินอยู่ตรงขอบตาจะไหลทะลักออกมาต่อหน้าเพื่อนๆ ฉันต้องฝืนเกร็งตัวสุดชีวิตเพื่อไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมา
"มึนหัว? เป็นไรวะ เมื่อวานก็เห็นยังดีๆ อยู่..."
"ก็วันนี้กูปวดหัว"
"ปวดหัวก็กินยา มึงก็นอนเยอะๆ สิ มัวแต่เล่นโทรศัพท์ล่ะมั้ง"
"ไอ้ชม มึงหน้าซีดมากเลยนะเว้ย ไหวเปล่าเนี่ย ให้กูพาไปห้องพยาบาลไหม"
ออโต้ทักขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย มันยื่นมือทำท่าจะมาแตะหน้าผากฉัน แต่มือของพระรามกลับปัดมือออโต้ ออกอย่างรวดเร็ว
"ไม่ต้องเสือกเลยมึง มันไม่ได้เป็นไรมากหรอก แค่งอนกูมากกว่า มารยากลบเกลื่อนไปงั้นแหละ เดี๋ยวไปซื้อชาเขียวหวานน้อยให้แก้วหนึ่งก็วิ่งร่าแล้ว"
พระรามพูดกลั้วหัวเราะอย่างถือดี เขามั่นใจในคำตอบของตัวเอง มั่นใจว่ารู้จักฉันดีกว่าใคร มั่นใจว่าฉันเป็นของตายที่แค่น้ำหวานแก้วเดียวก็สามารถเช็ดล้างความเจ็บปวดทั้งหมดในใจฉันให้หายไปได้
เซนเซอร์ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ปรายสายตามองพระรามด้วยความนึกรำคาญ ก่อนจะเบนสายตามามองฉัน ดวงตาคมกริบของเซนเซอร์เหมือนจะอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าซีดเผือดของฉันออก มันถอนหายใจยาวแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"บางที... บางเรื่องมึงก็คิดเอาเองเกินไปนะราม"
"คิดเอาเองเรื่องไรวะไอ้เซน กูเพื่อนมันมาตั้งกี่ปี ทำไมกูจะไม่รู้นิสัยมัน" พระรามเถียงกลับอย่างไม่ยอมลดละ
"เออ กูเห็นด้วยกับไอ้เซนว่ะ ช่วงนี้มึงดูใจร้ายกับไอ้ชมมันแปลกๆ นะเว้ย ถึงมันจะเป็นเพื่อน แต่ผู้หญิงก็คือผู้หญิง มึงเล่นโอบเล่นจับมันต่อหน้าพวกกูแบบนี้ ถ้าแฟนใหม่มึงมาเห็น หรือถ้าชมมันมีคนมาจีบ เขาจะไม่เข้าใจผิดกันหมดเหรอวะ" ออโต้เสริมขึ้นมา
"ใครจะเข้าใจผิดก็ช่างสิ มันเป็นเพื่อนกู กูจะกอดจะเล่นกับเพื่อนกูแล้วทำไม ใครกล้ามาจีบมันก็ต้องผ่านกูก่อนอยู่แล้ว ปากหมาๆ อย่างไอ้ชม ใครได้ไปเป็นแฟนคงหูชาตายห่า"
พระรามพูดพลางหัวเราะร่า แล้วใช้มือยีหัวฉันจนผมยุ่งเหยิง โดยไม่รู้เลยว่าทุกคำพูดและการกระทำของเขามันกำลังสร้างบาดแผลลึกเกินกว่าจะเยียวยาได้อีกแล้ว
กอด... โอบ... จับ... เขามองว่ามันเป็นแค่การหยอกล้อของเพื่อน แต่ในความจริง เขาใช้ร่างกายฉันระบายความใคร่ในยามค่ำคืน แล้วหันมาทำเป็นหยอกเล่นในเวลากลางวัน เขาห้ามไม่ให้ใครเข้ามาจีบฉัน ไม่ใช่เพราะหวงแหนในฐานะคนรัก แต่เพราะเขากลัวจะเสีย 'ของเล่น' ที่แสนซื่อสัตย์และว่าง่ายชิ้นนี้ไปต่างหาก
"กูขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ"
ฉันพูดตัดบทเสียงแข็ง ฝืนลุกขึ้นยืนทันที ท่อนแขนของพระรามเลื่อนรุดออกจากไหล่ฉัน ฉันไม่รอให้ใครพูดอะไรต่อ ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหน้าพระราม หรือฟังเสียงหัวเราะของเขาที่ไล่หลังมา ฉันรีบก้าวขาที่ยังคงสั่นเทาและเจ็บระบมเดินออกจากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ห้องน้ำและน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่ไหว