สิทธิ์ความเป็น 'เพื่อน'

1432 Words
มันปลดเข็มขัดของตัวเองออก ก่อนที่จะผลักฉันให้นอนราบไปกับเตียง แบบนี้อีกแล้วสินะ...มันทำแบบนี้อีกแล้ว พอไม่ยอมมันก็ใช้กำลัง จุดอ่อนของฉันอยู่ตรงไหน พระรามมันรู้หมด เพราะแบบนี้ฉันถึงได้คล้อยตามมันไปทุกทีรวมถึงครั้งนี้ด้วย..สุดท้ายก็ต้องยอม ยอมให้มันทำแบบนั้นอยู่ดี โคตรเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ ต่อต้านมันไม่เคยได้เลยสักครั้ง "อึก... ราม... พอได้แล้ว..." ฉันพยายามเอื้อนเอ่ยเสียงแผ่วเบาเพื่อขอร้องเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่น้ำเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในความเงียบและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนบนร่าง พระรามไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขากดขยี้ริมฝีปากลงบนผิวเนียน สร้างรอยจ้ำสีแดงเข้มขึ้นมาซ้ำบนร่องรอยเก่า ราวกับต้องการประกาศศักดาว่าร่างกายนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ทำไมกันนะ... ทั้งที่เขาเป็นคนผลักไสฉันออกไปด้วยคำว่า 'เพื่อน' ทั้งที่เขาเป็นคนย้ำเตือนสถานะ 'เพื่อนนอน' ไม่ผูกมัดเสมอมา แต่พอฉันพยายามจะเดินออกมา พอฉันพยายามจะเปิดใจให้คนอื่น หรือทำตัวโสดตามความจริงที่เขามอบให้ เขากลับใช้กำลังและความป่าเถื่อนแบบนี้ดึงฉันกลับเข้ามาในปลักโคลนแห่งความทุกข์ทรมานนี้อีกครั้ง ความเจ็บปวดทางกายจากการถูกรังแกแล่นผ่านช่วงล่างเมื่อเขาโถมกายเข้ามาอย่างไม่ปรานี ร่างกายของฉันเกร็งสะท้อนด้วยความเจ็บระบมที่ยังไม่ทันหายดีจากเมื่อคืนก่อน น้ำตาไหลทะลักออกจากท่อน้ำตาไม่ขาดสาย จังหวะการกระแทกกระทั้นที่ป่าเถื่อนและเอาแต่ใจของเขา มันไม่ได้มีความรักซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความต้องการเอาชนะ ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผล และความใคร่ที่ตักตวงจากร่างกายของฉันเท่านั้น "อ๊ะ... อาย... ราม..." ฉันหลับตาลงแน่น ไม่กล้าสบสายตาคู่คมที่กำลังมองลงมาอย่างหลงใหลและคุมเกม ฉันไม่อยากเห็นภาพใบหน้าหล่อเหลาของคนที่ฉันรัก แต่กลับทำร้ายฉันได้อย่างเลือดเย็นที่สุด ฉันบีบฟูกนอนแน่นจนเล็บแทบจะจีกลึกลงไปในเนื้อผ้า ฟังเสียงครางแผ่วเบาในลำคอของเขาที่ร้องเรียกชื่อฉันในความมืด เขาเรียกชื่อ 'ชม' ยามที่ต้องการตักตวงความสุขจากร่างกายฉัน แต่เขาเลือกเรียกชื่อ 'มายมิ้น' ยามที่ต้องการมอบความรักและความทะนุถนอมให้ใครสักคน ตลกสิ้นดี... ฉันมันโง่เองที่ยอมให้เขาใช้จุดอ่อนเรื่อง 'ความรัก' มาเป็นเครื่องมือย่ำยีศักดิ์ศรีของตัวเอง ร่างกายนี้ตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างทรยศต่อความรู้สึกในใจ แม้ใจจะร้องไห้ตะโกนบอกให้ต่อต้านและผลักไส แต่าร่างกายกลับสั่นเทาและคล้อยตามจังหวะอันเร่าร้อนของเขาไปอย่างหมดรูป ฉันเกลียดตัวเอง เกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่เคยแข็งข้อกับเขาได้เลยสักครั้งเดียว "อืม... ชม... มึงแม่ง... โคตรดีเลยว่ะ..." พระรามก้มลงซุกใบหน้าที่ข้างหูของฉัน เสียงหายใจกระเส่าและคำชมที่หยาบโลนผุดออกมาจากปากเขา แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำให้ฉันรู้ว่า... สำหรับเขา ฉันเป็นเพียงแค่ 'เครื่องระบายความใคร่ชั้นดี' เท่านั้น ไม่มีค่ามากไปกว่านั้นเลย บาดแผลใต้ความเงียบและความเจ็บปวดที่ยืดขยาย "ฮึก... พอใจมึงหรือยังราม... ทำร้ายกูจนพอใจมึงหรือยัง..." ฉันเค้นเสียงสั่นเครือเอ่ยถามคนบนร่างทั้งน้ำตา สองมือที่เคยพยายามดันแผ่นอกกว้างตกลงข้างตัวอย่างหมดแรง ความรู้สึกระบมและบอบช้ำแล่นไปทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างกาย แต่บาดแผลที่ยับเยินที่สุดกลับเป็นหัวใจที่โดนเขาย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระรามชะงักจังหวะไปเพียงเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลงมามองใบหน้าที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำตาของฉันในความมืด แทนที่เขาจะรู้สึกผิดหรือยั้งมือ เขากลับยิ้มมุมปากออกมาอย่างถือดี ก่อนจะซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นแล้วขบเม้มเน้นย้ำรอยเดิมอย่างป่าเถื่อน "กูไม่ได้ทำร้ายมึง... กูแค่กำลังทำให้มึงจำไว้ต่างหาก" "จำอะไร... จำว่ากูไร้ค่าแค่ไหนสำหรับมึงงั้นเหรอ?" "จำว่ามึงเป็นของกูไง!" พระรามกระชับข้อมือฉันแน่นขึ้นจนเจ็บไปถึงกระดูก เสียงแหบพร่าของเขากระซิบชิดใบหู "อย่าคิดจะไปมองคนอื่น อย่าคิดจะเปิดโอกาสให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ร่างกายมึง เป็นของกูคนเดียว" "ฮึก... มึงมันเห็นแก่ตัว! มึงมีมายมิ้นอยู่แล้ว มึงให้สถานะแฟนกับเขา แต่มึงกลับขังบ้านกูไว้ในฐานะขยะแบบนี้เนี่ยนะ!" ฉันตะโกนใส่หน้าเขาทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดบีบเค้นจนแทบหายใจไม่ออก "ถ้ากูเป็นเพื่อน... มึงก็ปล่อยกูไปดิ! ทำไมต้องมาทำกับกูแบบนี้!" "ก็กูไม่ให้ไป!" พระรามสวนกลับเสียงแข็งและไร้เหตุผลอย่างถึงที่สุด เขาเร่งจังหวะอารมณ์โถมเข้าใส่โดยไม่สนใจเสียงสะอื้นไห้ของฉัน "อ๊ะ ราม!!" "มึงเป็นเพื่อนกู... และมึงก็เป็นเมียกูอยู่ตรงนี้ มึงไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้นชมพิ้งค์!" คำว่า 'เมีย' ที่ถูกใช้ออกมาจากปากเขาในเวลาแบบนี้ มันช่างฟังดูน่ารังเกียจและขมขื่นที่สุด มันไม่ใช่คำยกย่อง ไม่ใช่คำแสดงความรัก แต่เป็นเพียงแค่ตราประทับจองจำที่เขาใช้ผูกมัดฉันไว้ไม่ให้หลุดพ้นไปไหน ในขณะที่ตัวเขาเองกลับก้าวออกไปมอบความอ่อนโยน ความอบอุ่น และสถานะที่เปิดเผยให้กับผู้หญิงอีกคนได้อย่างเต็มภาคภูมิ "อ๊ะ... ราม... เจ็บ..." ฉันหลับตาลงรับความเจ็บปวดที่โถมเข้ามา จังหวะรักอันกระท่อนกระแท่นและเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจของเขาดำเนินต่อไปอย่างยาวนาน ทุกสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้ มันกลับกลายเป็นความเย็นชาที่กัดกินหัวใจของฉันจนกลายเป็นอัมพาต ร่างกายของฉันมันทรยศ บดเบียดตอบรับสัมผัสของเขาตามสัญชาตญาณอย่างน่าสมเพช ทั้งที่ในหัวใจกำลังร้องไห้จนเลือดตากระเด็น เมื่อไหร่ความทรมานนี้จะจบลงสักที... เมื่อไหร่ฉันจะหลุดพ้นจากตระกูลคำว่า 'เพื่อนสนิท' ที่แสนป่าเถื่อนนี้เสียที กี่ครั้งแล้วที่ต้องยอมจำนนให้อารมณ์ของเขา? กี่ครั้งแล้วที่ต้องเป็นที่ระบายความใคร่ในยามที่เขาหึงหวงอย่างไร้สาระ? และอีกกี่ครั้งที่ฉันต้องนั่งเช็ดน้ำตาตัวเองคนเดียวในความมืด หลังจากที่เขากอดกุมร่างกายฉันจนพอใจแล้วลุกเดินจากไป? "อืม... ชม... กอดกูแน่นๆ..." เสียงกระซิบสั่งการที่ข้างหูดังขึ้น พร้อมกับท่อนแขนหนาของเขาที่เอี่ยวรัดเอวบางให้ขยับเข้ามาชิดแนบแน่นยิ่งขึ้น พระรามซบหน้าลงกับไหล่มน สูดกลิ่นหอมจากกายฉันอย่างหิวโหย จังหวะสุดท้ายอันเร่าร้อนถั่งโถมเข้ามาจนกระทั่งความใคร่ของเขาถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ร่างกายของเขากระตุกเกร็งและเกร็งทับลงมาบนตัวฉัน เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเขาดังข้างหู ในขณะที่ฉันทำได้เพียงนอนนิ่งเป็นหินทรายให้น้ำตาไหลผ่านขมับลงสู่หมอนใบเดิมอย่างเงียบเชียบ พระรามค่อยๆ ถอนกายออกอย่างช้าๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ ดึงร่างที่บอบช้ำและไร้เรี่ยวแรงของฉันเข้าไปกกกอดไว้ในอ้อมอกกว้างอย่างถือสิทธิ์ เขาใช้มือหนาเสยผมที่เปียกชุ่มเหงื่อของฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนชั่วครู่ชั่วคราวที่เขามักจะมอบให้หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม แต่มันกลับไม่เคยช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของฉันได้เลยสักครั้ง "นอนซะ... คืนนี้กูจะนอนกอดมึงอยู่ตรงนี้" พระรามกระซิบเสียงเบา พลางประจงจูบลงบนหน้าผากของฉันอย่างคุ้นเคย ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ไม่แม้แต่จะขยับตัวกอดตอบเขา ได้แต่นอนนิ่งๆ ฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่ในอกกว้าง หัวใจดวงที่เขามอบให้มายมิ้นไปหมดแล้ว... แต่กลับใช้ร่างกายและสิทธิ์ความเป็น 'เพื่อน' ดักขังฉันไว้ในกรงขังแห่งความทรมานนี้ตลอดกาล.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD