@1 สัปดาห์ต่อมา
ตั้งแต่วันที่เคลียร์กับพระรามในวันนั้น เราสองคนก็ไม่ค่อยได้เจอกันอีกเลย ด้วยว่ามหาวิทยาลัยประกาศหยุดทำการเรียนการสอนหนึ่งสัปดาห์ เพื่อใช้พื้นที่ในการแข่งขันทักษะวิชาการ เราสี่คนต่างคนต่างอยู่ ไม่ค่อยได้พบได้เจอกัน ไลน์กลุ่มก็ดูเหมือนจะเงียบ
ความเงียบเหงาที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเจ็ดวันที่ผ่านมา มันเหมือนช่วงเวลาแห่งการพักฟื้นและทำใจที่แสนยาวนาน เสียงแจ้งเตือนในไลน์กลุ่มแก๊ง 4 พยัคฆ์ ที่เคยเด้งรัวๆ ตลอดทั้งวัน บัดนี้กลับเงียบสนิท ไม่มีใครส่งข้อความหรือรูปภาพอะไรเข้ามาเลยแม้แต่น้อย ทุกคนต่างทิ้งสเปซให้กันและกัน แต่สำหรับฉัน มันคือช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าภายในคอนโดกว้างใหญ่เพียงลำพัง
ออโต้มันสิงสถิตอยู่ที่ผับบาร์ กินนอนอยู่ในนั้นตลอดทั้งสัปดาห์ ผับที่พี่ชายมันเป็นเจ้าของ จะกินจะอยู่นานแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า
สำหรับออโต้ การหยุดเรียนหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ คือสวรรค์ของการปลดปล่อย มันแทบจะไม่ก้าวเท้าออกจากผับหรูใจกลางเมืองของพี่ชายมันเลยสักก้าว ใช้ชีวิตแบบดนตรีสตรีมมิ่งเปิดคลอตั้งแต่หัวค่ำยันสว่าง ดื่มเหล้าต่างน้ำ นอนบนโซฟา VIP ในห้องพักส่วนตัว พอตื่นมาตอนบ่ายก็นั่งกินข้าวแล้วก็เริ่มดื่มต่อ วนเวียนอยู่แบบนี้ตลอดทั้งสัปดาห์โดยไม่มีใครคอยห้ามหรือขัดใจ
ส่วนเซนเซอร์ รายนี้กลายเป็นพวกฤาษีบำเพ็ญเพียรไปเสียแล้ว มันปิดไฟเงียบอยู่ในห้องคอนโดหรูของมัน ไม่ยอมออกไปไหน ไม่รับสายใคร และไม่ลงรูปในโซเชียลมีเดียเลยแม้แต่รูปเดียว ปกติมันก็เป็นคนเงียบๆ และมีโลกส่วนตัวสูงอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้ดูเหมือนมันจะมีเรื่องหนักอกหนักใจอะไรบางอย่างที่ไม่ได้บอกใคร มันชอบหมกตัวอยู่กับความคิดของตัวเอง เงียบจนน่าแปลกใจ
ส่วนพระราม ฉันไม่รู้ว่ามันทำอะไร อยู่กับใคร อยู่ที่ไหน เพราะเราสองคนไม่ได้คุยกันเลย ถ้าให้เดามันก็คงจะอยู่กับมายมิ้น แฟนของมัน การตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนนอนคงจะมีแต่ฉันสินะ ที่พยายามตัดใจอยู่ฝ่ายเดียว ฉันรักมัน แต่มันไม่เคยรักฉัน มันถึงไม่ได้คิดอะไร บอกว่าจบก็คือจบ ไม่มีเกี่ยวพันอะไรกันอีก
ทุกค่ำคืนที่ผ่านไป ฉันได้แต่นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ไร้การติดต่อจากมัน ไม่มีข้อความกวนประสาท ไม่มีสายโทรตาม หรือคำถามว่า 'ทำอะไรอยู่' เหมือนเมื่อก่อน ความจริงอันแสนเจ็บปวดตบหน้าฉันฉาดใหญ่ว่า สำหรับพระรามแล้ว การตัดความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างเรา มันไม่ได้สร้างความสะเทือนใจหรือรอยร้าวใดๆ ในชีวิตของมันเลยสักนิด มันคงจะใช้เวลาตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาตักตักความสุขอยู่กับมายมิ้น แฟนสาวตัวจริงของมันอย่างมีความสุข มีแค่ฉันคนเดียว... คนโง่ที่นั่งจมกองน้ำตา พยายามแกะรอยความทรงจำและฝืนตัดใจจากเพื่อนสนิทที่ฉันเผลอมอบหัวใจให้ไปหมดทั้งดวง มันช่างง่ายดายสำหรับคนที่ไม่เคยรัก แต่ช่างทรมานแสนสาหัสสำหรับคนที่รักหมดใจ
@มหาวิทยาลัย
บรรยากาศในเช้าวันจันทร์แรกของการเปิดเรียนหลังหยุดยาวช่างวุ่นวาย ลานกิจกรรมและอาคารเรียนของคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยนักศึกษาที่ทยอยกันมาเตรียมตัวเข้าเรียน เสียงพูดคุยจอแจดังไปทั่วบริเวณ ฉันเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะหินอ่อนประจำกลุ่มใต้ตึกคณะ พบว่าออโต้และเซนเซอร์มารออยู่ก่อนแล้ว
"หยุดต่ออีกสักวันดีไหมวะ กูยังไม่พร้อม สมองกูเบลอไปหมด"
ออโต้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงฟูมฟายขณะที่มันนอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะหินอ่อนอย่างหมดสภาพ ขอบตาของมันดำคล้ำเหมือนแพนด้า ผิวพรรณซูบซีดจากการใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วงติดต่อกันเจ็ดวันเจ็ดคืนโดยไม่พักผ่อน
"เพลาๆลงบ้างดิวะ แดกเหล้าแทนข้าวแล้วนะมึงอ่ะ"
เซนเซอร์ที่นั่งจิบกาแฟดำอยู่อีกฝั่งเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่นัยน์ตาก็ยังแฝงไปด้วยความห่วงใย มันมองสภาพเพื่อนสนิทแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
"เอาอะไรมาเพลา วันๆกูอยู่แต่ผับแต่บาร์ นี่ไม่กินสามเวลาแทนข้าวก็ดีเท่าไหร่แล้ว"
ออโต้ผงกหัวขึ้นมาเถียงข้างๆ คูๆ ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ก่อนจะทิ้งหัวลงหมอนแขนตัวเองต่ออย่างหมดแรง
"ยังจะมาพูดอีก ลำไส้มึงไม่เป็นอย่างอื่นไปแล้วเหรอ ดื่มเยอะขนาดนั้นมันไม่ดี มึงก็รู้นี่ เดี๋ยวเจ็บท้อง เหมือนครั้งนั้นอีก ไม่มีคนช่วย ได้ตายห่ากันพอดี"
ฉันเอาแต่บ่นให้ออโต้ เมื่อก่อนมันกินเหล้าหนักแบบนี้แหละ เพราะอกหักจากรักแรก กินทุกวัน วันละสามเวลา จนร่างกายมันทรุดโทรม ตอนนั้นมันบ่นปวดท้องบ่อยๆ จนได้พามันไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอบอกมันดื่มแอลกอฮอล์เยอะ การดื่มเหล้าหนักไม่พักตับแบบมัน ทำให้เยื่อบุผนังลำไส้เล็กเกิดการอักเสบและมีเลือดไหลจนได้นอนแอดมิดอยู่หลายคืน
ภาพในอดีตลอยกลับเข้ามาในหัว วันนั้นออโต้โวยวายด้วยความเจ็บปวดทรมานจนหน้าเขียวหน้าเหลือง ถ้าพวกฉันไม่บังคับลากมันส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่ามันอาจจะช็อกเพราะเสียเลือดในลำไส้ไปแล้วก็ได้ การเห็นมันกลับมาทำตัวสุ่มเสี่ยงและทำลายสุขภาพตัวเองแบบนี้อีกครั้ง มันทำให้ฉันอดที่จะเป็นห่วงและเอ็ดมันออกมาไม่ได้จริงๆ
"บ่นเป็นแม่กูอีกแล้วนะ บ่นบ่อยๆเดี๋ยวจับทำเมียซะเลยนี่"
ออโต้เงยหน้าขึ้นมาทำตาแพรวพราวใส่ฉัน รอยยิ้มกวนประสาทและขี้เล่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าอิดโรยของมัน มันชอบใช้คำพูดหยอกเย้าเย้าหยวนแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนเป็นปกติอยู่แล้ว ขนาดกับเพื่อนสนิทอย่างฉัน มันก็ยังไม่เว้นที่จะเล่นหัว
"ไอ้เชี้ย ! กูเพื่อนมึงนะ"
ฉันร้องเสียงหลงพร้อมกับยกมือขึ้นทำท่าจะตบหัวมันด้วยความหมั่นไส้ในความปากเสีย
"ล้อเล่นน่า...แค่เพื่อน หยอกๆ"
มันหัวเราะออกมา ส่วนฉันได้แต่ส่ายหน้ารัวๆ ก็เพราะมันทำตัวเฟรนลี่ขี้เล่นแบบนี้แหละ คนอื่นเลยคิดว่ามันเจ้าชู้ เลยไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ล่องลอยค่ำไหนนอนนั่นอยู่แบบนี้ เสียงหัวเราะร่าของออโต้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงไปได้บ้าง ฉันมองหน้ามันแล้วได้แต่ถอนหายใจยาว ความจริงออโต้เป็นคนจิตใจดีและรักเพื่อนมาก เพียงแต่มันใช้วิธีทำตัวเฮฮา เฟรนลี่ และเข้าหาผู้หญิงไปเรื่อยๆ เพื่อกลบเกลื่อนความร้าวรานในอดีตที่เคยถูกรักแรกทำร้ายมาอย่างแสนสาหัสก็เท่านั้น
ระหว่างที่เราสามคนกำลังคุยเล่นกันอยู่ก็มีเสียงของใครบางคนแทรกเข้ามา ทำให้ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียวกัน
"พี่รามคืนนี้อย่าลืมนะคะ รับปากมายไว้แล้ว ห้ามกลับคำเด็ดขาด"
"รู้แล้ว..ไม่กลับคำหรอก"
"จริงนะ...รักพี่รามที่สุดเลย ฟอดดดดด..."