น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดของพระรามดังขึ้น มันก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับมายมิ้น ดึงร่างของแฟนสาวไปไว้ข้างหลัง แล้วจ้องมองฉันด้วยสายตาตำหนิอย่างเห็นได้ชัด การปกป้องอย่างออกนอกหน้าของมันยิ่งเหมือนเอาน้ำมันมารดลงบนกองไฟในอกของฉัน
"เกินไปงั้นเหรอ..แฟนของมึงมันพูดให้กูขนาดนั้น มึงยังจะบอกว่ากูทำเกินไป....จะให้กูยืนเงียบๆให้มันด่าอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ"
ฉันตวาดถามมันเสียงสั่น น้ำตาแห่งความน้อยใจและแค้นเคืองตื่นขึ้นมาจ่อที่ขอบตา มันยืนอยู่ตรงนั้น ยืนฟังคำพูดเหยียดหยามที่แฟนมันด่าฉันทุกคำ แต่สิ่งเดียวที่มันทำ คือการหาว่าฉันทำเกินไปเนี่ยนะ!
"แต่มึงก็ไม่ควรใช้กำลัง...คุยกันดีๆก็ได้นี่วะ"
พระรามขมวดคิ้วแน่น ถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัด มันยังคงพยายามพูดย้อนกลับมาที่การกระทำของฉัน โดยไม่สนใจความรู้สึกที่ถูกทำร้ายของฉันเลยแม้แต่น้อย
"คุยดีดี ..หึ...บอกคนของมึงไหม...เป็นบ้าอะไรอยู่ๆก็มาแขวะกู เป็นหมาเหรอ.."
ฉันเค้นหัวเราะในคออย่างเหยียดหยาม คำว่า 'คุยกันดีๆ' มันใช้ไม่ได้กับคนประเภทนี้ และที่สำคัญ คนอย่างฉันไม่เคยยอมให้ใครมาเหยียบหัวเล่นฟรีๆ
"มึงน่ะสิหมา..เอาเรี่ยราดไม่สนผัวใคร"
มายมิ้นโผล่หน้าออกมาจากหลังของพระรามแล้วโพล่งคำด่าออกมาอีกครั้งด้วยความโกรธเคือง
"พอได้แล้วมาย...หยุดพูด..!!"
พระรามหันไปตวาดใส่มายมิ้นเสียงดังลั่น จนเด็กนั่นถึงกับสะดุ้งโหยงและยอมย่นคอหนีด้วยความกลัว
"ก็มันมายุ่งกับผัวของมายก่อนนี่..."
มายมิ้นยังคงพึมพำกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงออดอ้อนและใส่ร้ายป้ายสีไม่หยุดหย่อน
"ใครยุ่งของมึง..มึงถามคนของมึงก่อนไหม...แล้วที่มาว่าให้กูอ่ะ ตัวมึงดีมากหรือไง...เที่ยวนอนกับคนนั้นทีคนนี้ที ใครๆเขาก็รู้ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่มันหลับหูหลับตาไม่สนใจคำพูดของคนอื่นอ่ะ"
ฉันแผดเสียงหัวเราะและโพล่งความจริงออกไปตรงๆ สายตาของฉันจ้องจับจ้องไปที่มายมิ้นที่เริ่มหน้าซีดสลับกับมองหน้าพระราม เรื่องพฤติกรรมมั่วซั่วของมายมิ้นมันฉาวโฉ่ไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย มีแต่พระรามคนเดียวเท่านั้นที่ยอมหลับตาข้างหนึ่ง ไม่รับรู้ และยอมสวมเขาอยู่อย่างน่าสมเพช
"มะ..มึงพูดบ้าอะไร...พูดมั่วๆ อย่าไปฟังนะคะพี่ราม.."
มายมิ้นหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงขี้ฟ้องเปลี่ยนเป็นสั่นเครือด้วยความลนลาน เธอรีบคว้าแขนพระรามมาบีบไว้แน่น ร้องขอความเห็นใจด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
"................"
พระรามตกอยู่ในความเงียบงัน มันไม่เอื้อนเอ่ยคำใดๆ ออกมาเลยสักคำ ดวงตาคู่คมของมันจ้องมองตรงมาที่ฉันด้วยความคงที่และแข็งกร้าว แววตาของมันลึกล้ำจนยากจะคาดเดาอารมณ์ แต่ก็พอจะรู้ว่าภายในใจของมันกำลังโกรธจัดอย่างที่สุด เพียงแต่ฉันไม่รู้เลยว่า ความโกรธในตาคู่นั้น มันโกรธเพราะฉันไปตบและประจานแฟนของมัน หรือมันโกรธเพราะความจริงเรื่องแฟนสาวที่มันพยายามพกพาไปไหนมาไหนกำลังถูกตีแผ่ออกมากันแน่
"พี่ราม..."
มายมิ้นเรียกชื่อมันเสียงแผ่วเบาด้วยความหวั่นใจ เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งจนน่ากลัวของพระราม
"ถ้ามึงจะเข้าข้างคนของมึงกูก็ไม่ว่านะ จะตัดเพื่อนกันเลยก็ได้ เพราะต่อไปนี้กูคงไม่มีวันญาติดีกับเด็กปากหมาคนนี้แน่"
ฉันจ้องหน้าพระรามด้วยความเด็ดขาด ถ้อยคำทุกคำแฝงไปด้วยความร้าวรานแต่ไร้ซึ่งความลังเล ในเมื่อมันเลือกที่จะปกป้องคนที่ทำร้ายฉัน ความสัมพันธ์คำว่าเพื่อนระหว่างเรามันก็คงไม่มีความหมายอะไรให้อนุรักษ์ไว้อีกต่อไปแล้ว
"ชมพิ้งค์....มึงใจเย็นๆ"
ออโต้รีบก้าวเข้ามาจับไหล่ฉันไว้ พยายามช่วยพูดให้สถานการณ์ที่กำลังแตกหักนี้เบาบางลง
"......ออโต้ กูฝากลาอาจารย์ด้วย คาบนี้กูไม่เข้า"
ฉันตัดบทด้วยน้ำเสียงสะบัด ลุกพรวดพราดขึ้นจากโต๊ะหินอ่อนโดยไม่สนใจคำทัดทานของใคร ความโมโหและความเจ็บปวดที่ประดังประเดเข้ามามันทำให้ฉันไม่สามารถทนอุดอู้อยู่ตรงนี้ได้แม้วินาทีเดียว แน่นอนว่าฉันผิดที่เคยไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระราม แต่เรื่องของเรามันเกิดก่อนที่มันจะคบกับเด็กมายมิ้นนั่นเสียอีก และเด็กนั่นก็ไม่ได้ดีงามอย่างที่ใครคิด ออกจะร่านและมั่วซั่วด้วยซ้ำ พระรามมันก็พอจะรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง แต่ทำไมมันถึงยังยอมคบ ยอมให้เด็กนั่นสวมเขาอยู่ได้ เพราะมันรักมายมิ้นมากจนยอมเป็นคนโง่ หรือเพราะอะไรกันแน่?
"มึงจะไปไหน..."
เสียงทุ้มของพระรามดังไล่หลังมาขณะที่ฉันกำลังจะก้าวขาเดินแยกตัวออกไป
"เรื่องของกู....มึงไม่ต้องมาเสือก ไปโอ๋แฟนของมึงโน่น แล้วต่อไปมึงไม่ต้องมาอยู่ใกล้กูอีก เกิดแฟนมึงคลุ้มคลั่งขึ้นมา จะไล่กัดคนอื่นเขาไปทั่ว!!"
ฉันหันกลับไปตอบมันด้วยใบหน้าบึ้งตึงและดุดัน ก่อนจะปัดสายตามองไปที่มายมิ้นด้วยความเอาเรื่องเป็นครั้งสุดท้าย แล้วรีบก้าวขาเดินหนีออกมาจากบริเวณนั้นทันที ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ของนักศึกษาคนอื่นที่มองตามหลังฉันมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนเริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทา เข้าใจไปเองว่าฉันคือตัวร้ายที่เข้าไปแย่งแฟนคนอื่น แต่ฉันในตอนนี้... ไม่แคร์และไม่สนใจคำพูดของใครอีกต่อไปแล้ว