เลิกกันแล้ว

1609 Words
@ร้านเหล้า ออกจากมหาวิทยาลัยฉันก็มาต่ออยู่ที่ร้านเหล้า เป็นร้านนั่งชิลแถวๆริมแม่น้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร อารมณ์ของฉันตอนนี้มันโคตรนอย ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์เหี้ยอะไรเลย...มือเรียวเล็กยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม...ดื่มแล้วดื่มอีก ดื่มมันอยู่คนเดียวตั้งแต่หัวค่ำจนตอนนี้ล่วงเลยมาถึงหนึ่งทุ่มตรง ออโต้ เซนเซอร์ พระราม มันโทรหาฉันอยู่หลายสาย ก็เห็นแหละแต่มันไม่อยากรับสาย ไม่อยากคุยกับใคร ด้วยอารมณ์โกรธที่มันยังไม่จางลง ฉันโมโหที่มายมิ้นใช้คำพูดคำจาที่สุนัขไม่รับประทาน โกรธพระรามที่มันเอาแต่เข้าข้างแฟนของมัน..ทั้งที่เด็กนั่นก็ไม่ได้ดีกว่าฉันสักเท่าไหร่ สายลมเย็นๆ จากแม่น้ำเจ้าพระยาที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้าไม่ได้ช่วยลดความร้อนรุ่มภายในอกของฉันลงได้เลยสักนิด แสงไฟสัวๆ สีส้มทองภายในร้านบวกกับเสียงดนตรีสดโฟล์กซองเบาๆ ยิ่งขับเน้นให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและน้อยใจของฉันเด่นชัดขึ้น ความเจ็บปวดจากการถูกคนที่รักทำร้ายจิตใจกลางลานคณะยังคงตอกย้ำวนเวียนอยู่ในหัว ภาพที่พระรามก้าวเข้ามาปกป้องมายมิ้น ภาพที่มันมองฉันด้วยสายตาตำหนิ มันเหมือนมีดสั้นที่มองไม่เห็นแทงเข้ากลางหัวใจของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันได้แต่ปล่อยให้หยาดน้ำสีอำพันไหลผ่านลำคอเพื่อดับความรวดร้าว แม้หน้าจอสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะจะสว่างวาบขึ้นมานับสิบครั้งด้วยชื่อของพวกมันสามคน แต่ฉันก็เลือกที่จะเมินเฉยและปล่อยให้มันดับไปเอง นั่งดื่มคนเดียวอยู่นาน ก่อนจะมีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก แล้วยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาชนกับแก้วของฉัน ฉันเองยิ้มให้ด้วยสายตาพร่ามัว คงจะเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทำให้สติสตางค์ไม่อยู่ครบ ใครเดินมาชนแก้ว ฉันชนด้วยหมด...ใครชวนคุย คุยด้วยกับทุกคน แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ทำเอาฉันหยุดนิ่ง พอมองหน้าเขาสติสตางค์ของฉันก็เริ่มกลับมา ผู้ชายมากหน้าหลายตาที่แวะเวียนเข้ามาหยอดคำหวานและชวนคุย กลายเป็นเพียงภาพเบลอๆ ในสายตาของฉัน รอยยิ้มยวนยั่วที่ฉันส่งกลับไปให้พวกเขาเป็นเพียงกิริยาของคนเมาที่ขาดการควบคุม จนกระทั่งเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาแทรกกลางวง แหวกผู้ชายพวกนั้นออกไปอย่างดุดัน และเงาร่างที่คุ้นเคยนั้นก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน "ไง....จะกลับได้หรือยัง" น้ำเสียงทุ้มเข้มที่คุ้นหูดังขึ้นเหนือหัว ฉันพยายามเพ่งสายตาที่พร่ามัวมองขึ้นไป ใบหน้าคมคายที่แสนคุ้นเคยแต่บึ้งตึงจนน่ากลัวปรากฏขึ้นในระยะกระชั้นชิด "...................." ฉันจ้องหน้ามันนิ่ง นัยน์ตาฉ่ำปรือไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่กลับเต็มไปด้วยความมึนตึง สมองของฉันพยายามประมวลผลว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และมาทำไมในเมื่อมันควรจะไปเสวยสุขอยู่กับแฟนสาวของมัน "ถามไม่ได้ยินเหรอชม จะกลับได้หรือยัง..." พระรามกดเสียงต่ำลงอีกขั้น ความอดทนของมันเริ่มลดน้อยลงเมื่อเห็นฉันเอาแต่นั่งจ้องหน้ามันนิ่งๆ โดยไม่ยอมตอบคำถาม "กูไม่กลับ" ฉันเค้นเสียงตอบกลับไปอย่างตัดรอน แล้วสะบัดหน้าหนี นำแก้วเหล้าขึ้นมากระดกเข้าปากอีกครั้งอย่างประชดประชัน "แต่มึงเมาแล้วนะ นั่งคนเดียวแบบนี้มันอันตราย ดูไอ้พวกเหี้ยนั่นมันมอง เหลือแค่มันจะลากมึงไปแค่นั้นแหละ" : พระรามมันเดินเข้ามาประชิดตัวฉัน ก่อนจะใช้มือหนาของมันโอบเอวของฉันเอาไว้ สายตาของมันจ้องมองเขม่นกวาดไปรอบๆ ทำเอาหนุ่มๆที่เคยเดินมาชนแก้ว มาชวนพูดคุยอยู่ก่อนหน้าต้องถอยทัพกลับไปนั่งประจำโต๊ะของตัวเอง ลำแขนแกร่งของมันสอดเข้ารัดรอบเอวบางของฉันไว้แน่น กระชากร่างของฉันให้ลอยไปชิดติดกับแผงอกหนาของมันอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของมันลอยเข้ามาเตะจมูก รังสีความเหี้ยมเกรียมและสายตาดุดันที่มันส่งไปรอบๆ ร้าน ทำเอาพวกผู้ชายโต๊ะข้างๆ ที่เคยจ้องจะเข้ามาจีบฉันถึงกับหน้าเสียแล้วรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที "มึงอย่ามายุ่งกับกูได้ป่ะ กลับไปหาแฟนของมึงโน่น คนสำคัญไม่ใช่เหรอ" ฉันใช้สองมือดันแผงอกกว้างของมันออกอย่างแรง พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการของมัน น้ำเสียงสะบัดร้อนสะบัดหนาวด้วยความประชดประชันที่กักเก็บไว้ไม่มิด "กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจจะเข้าข้างมายมิ้นเลย กูแค่ไม่อยากให้มึงไปทำร้ายร่างกายเขา..พ่อของมายมิ้นเป็นตำรวจยศใหญ่ ถ้าเขาเอาเรื่องขึ้นมามึงจะเดือดร้อน" พระรามไม่ยอมปล่อยมือ มันกระชับวงแขนแน่นขึ้นกว่าเดิม น้ำเสียงของมันอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาคมคายจ้องลึกลงมาในดวงตาของฉันเพื่อแสดงความจริงใจ อธิบายถึงเหตุผลที่มันต้องห้ามฉันในตอนนั้น "มึงก็เลยปล่อยให้มันด่ากู ว่ากู ดูถูกกูแบบนั้นใช่ไหม...โอเค กูเข้าใจแล้ว อธิบายเสร็จแล้วก็กลับไปดิ กลับไปหาเมียของมึงโน่น" ฉันเบ่นปากหลายๆ ครั้งด้วยความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลือ เหตุผลของมันฟังดูดี แต่การกระทำของมันในตอนนั้นมันทำร้ายความรู้สึกของฉันไปแล้ว ฉันบิดตัวหนีและพยายามแกะมือหนาของมันออกจากเอว "มายมิ้นไม่ใช่เมีย...กูบอกมึงหลายครั้งแล้ว....แฟนกับเมียมันต่างกัน.." พระรามย่นคิ้วขมวดแน่น โพล่งคำพูดขัดขึ้นมาเสียงแข็ง มันเน้นย้ำคำว่าแฟนกับเมียด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อดึงสติฉัน "งั้นมึงก็กลับไปหาแฟนของมึง ไม่ต้องมายุ่งกับกู กูกับมึงไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว" ฉันจ้องหน้ามันด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว ทิ้งคำขู่เรื่องการตัดขาดเพื่อนสนิทออกไปเต็มปากเต็มคำ เพื่อวัดใจมันดูอีกครั้ง "กูไม่ไป..ต่อให้มึงไล่ให้ตายกูก็ไม่ไป จะอยู่กับมึงที่นี่แหละ" พระรามตอบกลับทันควันอย่างงอแงและเอาแต่ใจ มันขยับตัวลงนั่งข้างๆ ฉันบนเบาะโซฟาตัวยาว แล้วถือวิสาสะคว้าแก้วเหล้าในมือฉันไปถือไว้เองอย่างไม่เกรงกลัว "หึ..อยู่กับกู อยู่กับกูทำไม เดี๋ยวแฟนของมึงก็หาว่ากูไปแย่งมึงมาจากมันอีก" ฉันเค้นหัวเราะประชดประชัน ยักไหล่อย่างไม่แยแส ทั้งที่ภายในใจเริ่มสั่นคลอนกับท่าทีดื้อดึงของมัน "แย่งอะไรกัน กูกับมึงเอากันมาก่อนคบกับมายมิ้นซะอีก ใช้คำว่าแย่งไม่ได้หรอก" พระรามพูดคำว่า 'เอากัน' ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยโดยไม่แคร์สายตาใคร น้ำเสียงของมันเรียบเนียนราวกับเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป "ได้ดิ เพราะมึงกับมายมิ้นคบกันในสถานะแฟน แต่กูกับมึงคบกันในสถานะเพื่อน มันแตกต่างอยู่แล้วราม" : ฉันหันไปสบตากับมันตรงๆ น้ำเสียงสั่นพร่าไปด้วยความเศร้าที่ซ่อนไว้ไม่มิด ความจริงอันแสนเจ็บปวดตอกย้ำให้มันเห็นว่า เส้นแบ่งระหว่างแฟนกับเพื่อนสนิทที่ลึกซึ้งมันมีช่องว่างกว้างใหญ่ขนาดไหน "มึงฟังนะ ต่อให้กูคบกับใคร กูจะยังเหมือนเดิมกับมึง ชีวิตกูขาดมึงไม่ได้หรอกชม...มึงคือส่วนหนึ่งของชีวิตกูไปแล้ว" พระรามมันจ้องมองฉัน สายตาของมันสื่อให้รู้ว่าทุกคำพูดของมัน ไม่ใช่คำที่พูดออกมาลอยๆ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่แปลกหรอกที่มันจะเห็นฉันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ส่วนเล็กๆที่ขาดไปไม่ได้ แต่คงไม่ใช่ส่วนสำคัญ ไม่มีค่ามากพอที่จะให้มันถนอมรักษา มือหนาของพระรามยกขึ้นมากุมแก้มเนียนของฉันไว้ช้าๆ นิ้วโป้งของมันลูบไล้เบาๆ บนผิวแก้มอย่างทะนุถนอม สายตาของมันสุกใสและแน่วแน่จนหัวใจของฉันวูบไหว แต่ลึกๆ แล้วฉันก็ยังคงเจ็บปวด เพราะคำว่า 'ส่วนหนึ่งในชีวิต' มันอาจหมายถึงแค่ความชินชา ความผูกพันตั้งแต่เด็กที่มันไม่อยากสูญเสียไป ไม่ใช่ความรักแบบที่ฉันต้องการ "อย่ามาทำเป็นพูดดี กูขอบอกมึงไว้ตรงนี้เลยนะ ถ้ามึงยังคบอยู่กับมายมิ้น กูกับมึงก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน กูไม่ลงรอยกับแฟนของมึง กูพูดชัดเจนขนาดนี้แล้ว มึงคงจะเข้าใจนะ จะเลิกคบกับกูก็ได้ กูไม่ซีเรียส ต่างคนต่างอยู่ ผูกคนของมึงเอาไว้ให้ดี อย่าให้มาเห่ามาหอนใส่หูกูอีก" ฉันปัดมือมันออกจากใบหน้า แล้วพูดคำขาดออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ฉันจะไม่ยอมตกอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้อีกต่อไปแล้ว ถ้ามันเลือกแฟน มันก็ต้องตัดฉันออกไป "กูบอกเลิกไปแล้ว"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD