คำพูดสั้นๆ หลุดออกมาจากปากของพระรามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"อะไรนะ..!"
ฉันชะงักกึก ดวงตาขยายกว้างด้วยความตกตะลึง ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เคยทำให้มึนชาคล้ายจะหายไปในทันที ฉันจ้องหน้ามันอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง หูฉันไม่ดี หรือว่ามันพูดเบาไปกันแน่ พระรามมันบอกว่าเลิกกับเด็กนั่นไปแล้ว เรื่องจริงหรือฉันหูฝาด
"กูบอกว่ากูเลิกกับมายมิ้นแล้ว...เลิกกันแบบถาวร ไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้ว"
พระรามย้ำประโยคนั้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เน้นย้ำทุกคำชัดถ้อยชัดคำเพื่อให้ฉันได้ยินอย่างเต็มสองหู
"มึงพูดจริง ?"
"อืม"
"ทำไม......? เพราะมันสวมเขาให้มึงเหรอ"
ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย เรื่องการสวมเขาของมายมิ้นที่ฉันประจานไปเมื่อเช้า อาจจะเป็นชนวนเหตุให้คนอย่างพระรามทนรับไม่ได้จนต้องเลิกรา
"เรื่องนั้นกูรู้นานแล้ว แต่กูแค่ไม่สนใจเพราะกูไม่ได้คิดจะจริงจังกับมายมิ้นตั้งแต่แรก ที่ยังคบกันอยู่ก็เพราะเหตุผลทางธุรกิจ ทางนั้นมีประโยชน์กับครอบครัวกู แต่ตอนนี้กูไม่สนใจแล้ว....กูสนแค่มึงคนเดียว"
คำตอบของมันทำเอาฉันนิ่งอึ้งไปอีกรอบ ความจริงที่ว่ามันรู้เรื่องพฤติกรรมของแฟนสาวอยู่แล้วแต่ไม่สนใจ ทำให้ฉันตกใจ แต่ประโยคทิ้งท้ายที่ว่า 'กูสนแค่มึงคนเดียว' มันกลับดังก้องวนเวียนอยู่ในหัวของฉันจนไร้คำพูดจะเอื้อนเอ่ย
ความเงียบเข้าปกคลุม บรรยากาศรอบตัวของฉันเหมือนทุกอย่างมันหยุดนิ่ง เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ ก่อนจะเรียกสติตัวเองให้กลับมา แล้วทวนคำพูดของมันอีกครั้ง
"มึงหมายความว่าไง..มึงเลิกกับมายมิ้นเพราะกูงั้นเหรอ"
ฉันถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามค้นหาความหมายที่แท้จริงใต้คำพูดเหล่านั้น
"ใช่...เลิกเพราะมึง...เพราะมึงคนเดียวเลยชม..."
พระรามก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของมันรดผ่านปลายจมูกของฉัน สายตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉันโดยไม่หลบสายตา
"ทำไม ??"
"เพราะมึงบอก..ถ้ากูคบกับมายมิ้น ก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน กูขาดมึงไม่ได้ แต่มายมิ้นถึงเลิกกันไปก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับกู"
มันตอบออกมาราวกับเป็นเรื่องง่ายดายที่สุดในชีวิต การตัดความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งที่คบหามานาน เพื่อรักษาฉันเอาไว้ คือการตัดสินใจที่มันไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
"ไหนมึงบอกว่าชอบเขามาก แล้วเลิกกันเพราะเพื่อนแบบกู มึงไม่เสียดายเหรอ ชอบเขามาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วนิ"
ฉันขมวดคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ ในอดีตพระรามเคยออกตัวว่าปลื้มมายมิ้นมากขนาดไหน แล้วจู่ๆ มันจะมาบอกว่าเลิกได้ง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง
"มึงจะเอาอะไรแน่นอนกับความคิดของเด็ก ม.ต้น วะ ตอนนั้นกูชอบ แต่ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว มายมิ้นไม่ได้น่ารักเหมือนเมื่อก่อน ต่างจากมึงที่เสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด วัดกันแล้วกูว่ากูชอบมึงมากกว่า"
เหมือนถูกค้อนหนักๆทุบลงที่กลางศีรษะ มันมึนๆ งงๆ กับประโยคของพระรามเมื่อครู่นี้ สมองของฉันหยุดการทำงานไปชั่วขณะ ประโยค 'กูว่ากูชอบมึงมากกว่า' ของมันกระแทกเข้ากลางใจอย่างจัง จนฉันรู้สึกเหมือนโดนวัตถุหนักๆ ทุบเข้าที่หัวอย่างแรง มันมึนชาและงุนงงไปหมด
"มะ...มึงพูดอะไร ?"
ฉันถามเสียงติดขัด หัวใจเริ่มเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
"กูบอกว่าชอบมึง"
มันพูดได้หน้าตาเฉย เหมือนทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ทั้งที่ตอนนี้ตัวฉัน หัวใจฉันมันไม่เป็นปกติเลยสักนิด เต็มเร็วและแรงยิ่งกว่าฟาสต์แปด
มันย้ำคำเดิมด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความเขินอายหรือลังเล ราวกับเป็นเรื่องธรรมชาติที่ควรจะเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว ต่างจากฉันที่หัวใจเต้นโครมครามกระหน่ำอกจนกลัวว่ามันจะได้ยินเสียง
"อย่ามาแกล้งกูนะราม กูไม่ตลก"
ฉันรีบยกมือขึ้นดันหน้ามันออกไปห่างๆ พยายามบอกตัวเองว่ามันแค่อำเล่นเหมือนทุกครั้ง
".... กูคิดว่ากูน่าจะชอบมึง...กูชอบมึงแล้วแน่ๆ"
พระรามจับมือฉันไว้แน่น ไม่ยอมให้ดันออก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิต
"...................."
ตัวชาอย่างกับแช่อยู่ในน้ำแข็ง นั่นแหละความรู้สึกของฉันในตอนนี้ พระรามมันจ้องมองฉัน สายตาของมันดูแน่วแน่และจริงจัง.. เป็นฉันเองที่สตั๊น ประมวลผลในคำพูดของมันไม่ทัน เออร์เรอร์ไปหมด ไม่รู้มันพูดอะไร หูอื้อ หัวใจเต้นแรงจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ ปิดอาการของตัวเองไม่มิด ทั้งที่พยายามนิ่ง แต่มันก็แสดงท่าทีเลิ่กลั่กออกมาจนได้ ฉันนั่งแข็งทื่อเป็นหินอยู่บนโซฟา จ้องมองใบหน้าคมคายของเพื่อนสนิทตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสนและงุนงงอย่างถึงที่สุด คำว่าชอบจากปากของคนที่ไม่เคยคิดจะรัก มันกำลังทำให้ระบบความคิดของฉันพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
"มึงได้ยินไหม...กูชอบมึงนะชมพิ้งค์.."
พระรามโน้มตัวเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของมันเกือบจะชิดกับใบหูของฉัน กระซิบย้ำคำสารภาพรักนั้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"กูว่ามึงเมา..มึงเมามากแล้วแน่ๆ"
ฉันพยายามหาทางรอด พึมพำตอบกลับไปเพื่อปฏิเสธความจริงที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
"เมาเหี้ยอะไร กูยังไม่ได้ดื่มเลยสักอึก....สติกูครบถ้วนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ มีแต่มึงนั่นแหละที่เมาจนเลอะเลือน"
พระรามสบถออกมาเบาๆ อย่างขำๆ ก่อนจะใช้นิ้วเคาะหน้าผากฉันเบาๆ เพื่อเรียกดึงสติ
"ไม่จริงอ่ะ...มึงกำลังแกล้งกูอยู่ใช่ไหม"
ฉันยังคงส่ายหน้ารัวๆ ไม่ยอมรับง่ายๆ ความกลัวและความไม่แน่ใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
"กูดูเป็นคนไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยเหรอ..."
มันขมวดคิ้วถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กน้อย สายตาจ้องมองฉันอย่างตัดพ้อ
".....แต่เราเป็นเพื่อนกันนะ เพื่อนสนิทที่มึงบอกไม่มีทางเลื่อนขั้นเป็นอย่างอื่น"
ฉันยกกำแพงคำว่า 'เพื่อน' ขึ้นมากั้นไว้ทันที กำแพงที่มันเคยเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือเพื่อขีดเส้นความสัมพันธ์ของเราสองคน
"กูไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึงแล้ว...ตั้งแต่มึงตัดสัมพันธ์ ใจกูไม่เคยสงบเลยสักวัน เอาแต่คิดถึงคำพูดของมึง กูโคตรคิดถึงมึงเลยวะ...หยุดหลายวันไม่ได้เจอ ความรู้สึกกูมันยิ่งชัด...จนมึงบอกไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน..ตอนนั้นแหละมันโคตรชัดเจน..กูชอบมึงแล้วแน่ๆ"
พระรามปล่อยความรู้สึกในใจออกมาทั้งหมดตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมารวดเดียว สายตาของมันสุกใสไปด้วยความโหยหาและความรักที่เพิ่งจะตื่นรู้ มันดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของฉันอย่างออดอ้อน
"...................."
ฉันได้แต่นั่งเกร็งตัวนิ่งอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของมัน สมองและหัวใจเออร์เรอร์อย่างสมบูรณ์แบบ พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว จากตอนแรกที่คิดว่ามันจะโกรธแค้นเรื่องตบแฟนสาว แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันไปไกลเกินกว่าจะคาดคิด มันไม่โกรธ บอกเลิกแฟนสาว และจบลงด้วยการสารภาพรักกับฉันตรงนี้ ท่ามกลางเสียงเพลงและบรรยากาศในร้านเหล้า... ความสัมพันธ์เพื่อนสนิทที่ฉันเคยคิดว่าจบลงแล้ว บัดนี้กำลังจะถูกเขียนขึ้นใหม่อย่างที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อน