“แต่งงาน!”
“ใช่...แต่งงาน...ป๊าคิดว่าขวัญควรคิดเรื่องแต่งงานได้แล้ว”
ขวัญจิราได้ยินบิดาว่าแบบนั้นก็วางช้อนส้อมลงบนจานข้าวที่เพิ่งจะรับประทานเข้าไปได้ไม่ถึงครึ่ง หญิงสาวคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม พลางจ้องมองเจ้าสัววันชัยผู้เป็นพ่ออย่างตั้งคำถาม
“ป๊า...แต่งงานอะไรกัน ขวัญเพิ่งเรียนจบมาทำงานได้ปีเดียว แฟนก็ยังไม่มี ขวัญว่าก่อนจะให้ขวัญคิดเรื่องแต่งงาน รอให้ขวัญหาแฟนให้ได้ก่อนเถอะ”
เจ้าสัววันชัยหรี่ตามองลูกสาวที่เริ่มลงมือรับประทานข้าวอีกครั้ง ท่านจ้องมองบุตรสาวเพียงคนเดียวอย่างใช้ความคิด ราวกับมีเรื่องบางอย่างภายในใจ ก่อนที่ท่านจะคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา
ด้านขวัญจิราก็หันมาสนใจสุนัขพันธุ์คอร์กี้เพศผู้ที่กำลังสวาปามอาหารในชามบนพื้นข้างโต๊ะรับประทานอาหาร
“ออสติน...กินให้มันเบา ๆ ได้ไหมหกเลอะเทอะหมดแล้ว”
หญิงสาวบ่นสุนัขตัวโปรดด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ก่อนจะหันกลับมาบนโต๊ะอาหาร ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าสัววันชัยยื่นสมาร์ตโฟนมาให้ เธอรับเอามาถือไว้ด้วยความงุนงง ก่อนก้มลงมองหน้าจอสี่เหลี่ยมที่มีภาพนิ่งของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาราวกับพระเอกซีรีส์เกาหลี
ขวัญจิราเพ่งมองภาพนั้นด้วยความข้องใจ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองบิดาพร้อมเลิกคิ้วสูง
“ขวัญไม่ต้องไปหาหรอก คนดี ๆ เดี๋ยวนี้หายากจะตาย” สิ้นเสียงบิดา ขวัญจิราก็พลันนัยน์ตาเบิกโพลง
“นี่ป๊าอย่าบอกนะว่าป๊าคิดจะคลุมถุงชนน่ะ”
“เฮ้อ...คลุมถุงชนอะไรกันล่ะ ป๊าก็แค่อยากให้ขวัญเจอคนดี ๆ”
“ป๊า...ขวัญไม่อยากแต่งงานกับใครก็ไม่รู้นะ”
“ใครก็ไม่รู้อะไรกัน นี่พี่กรไง พี่กรลูกลุงชาติน่ะ”
ขวัญจิราคิ้วขมวดเข้าหากัน ก่อนก้มลงมองหนุ่มหล่อในหน้าจอสี่เหลี่ยมอีกครั้ง หากเป็นดังที่บิดากล่าวมา คนในภาพนั่นคือภาสกร ลูกชายของลุงสุชาติ ผู้เป็นเพื่อนซี้ของเจ้าสัววันชัย
ทว่าภาสกรในความทรงจำของเธอนั้น คือหนุ่มตี๋ตาชั้นเดียวตามสไตล์ชาวไทยเชื้อสายจีน
ภาสกรมักติดสอยห้อยตามคุณลุงสุชาติมาที่บ้านของเธอเป็นประจำ อีกทั้งยังชอบเข้ามาตีสนิทติดตามเธอทุกฝีก้าวจนน่ารำคาญ และดูท่าทางของเจ้าสัววันชัยจะชอบอกชอบใจ อยากให้ลูกสาวได้สานสัมพันธ์กับลูกชายเพื่อนจนออกนอกหน้า ขวัญจิราจึงทำได้เพียงยอมสนทนากับภาสกรตามมารยาท
แต่แล้ววันหนึ่ง ภาสกรถือวิสาสะเข้ามาในห้องนอนของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต นับแต่นั้นขวัญจิราก็ไม่ไว้วางใจชายหนุ่มอีกเลย เธอพยายามหลีกเลี่ยงการพบปะกับภาสกรทุกครั้งที่เขามาที่บ้าน และก็เป็นจังหวะที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยจึงย้ายออกไปอยู่หอพัก ตั้งแต่นั้นมาขวัญจิราก็ไม่เคยพบหน้าค่าตาภาสกรอีกเลย
กระทั่งตอนนี้...
“นี่ผ่านมากี่หมอกันเนี่ย ? ถึงแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมแบบนี้”
“อย่าไปพูดแบบนั้นสิลูก พี่เขาไปทำเพื่อเสริมโหงวเฮ้งมา เห็นว่าตั้งแต่ทำมากิจการรุ่งเรือง ได้กำไรเป็นพันล้านเชียวนา...”
ขวัญจิราได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะแห้ง ๆ ออกมา ก่อนจะหันไปเผชิญหน้าบิดาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ป๊า...ถ้าขวัญจะแต่งงาน ขวัญอยากแต่งกับคนที่ขวัญรักที่ขวัญเลือกเอง ขวัญเข้าใจในความหวังดีของป๊านะ แต่ตอนนี้ขวัญยังไม่คิดเรื่องนั้น ขวัญอยากโฟกัสเรื่องบริษัทก่อน”
เจ้าสัววันชัยถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม พลางจ้องมองลูกสาวซึ่งเป็นทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของตระกูลตั้งชัยอนันต์
“ขวัญ บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ป๊าซีเรียส ขวัญเป็นลูกคนเดียวของป๊า ป๊าก็อยากให้ลูกเขยเป็นคนเก่งมีความสามารถจะได้เข้ามาเป็นช้างเท้าหน้า ช่วยดูแลทั้งงานบ้านและงานบริษัท”
สิ้นเสียงของบิดา ขวัญจิราเม้มปากแน่น ข่มกลั้นความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้ เธอรู้ดีว่าการเป็นลูกสาวนั้นยากที่จะทำให้บิดาไว้เนื้อเชื่อใจ และยอมมอบอำนาจให้จัดการทุกสิ่ง โดยเฉพาะกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่านับพันล้าน
“นี่ป๊า...ไม่เคยมองเห็นความสามารถของขวัญเลยใช่ไหม ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ ขวัญเอาอยู่ทุกงาน แต่เพียงแค่เพราะขวัญเป็นผู้หญิงเนี่ยนะ...”
ขวัญจิรากล่าวเสียงสั่นในช่วงท้าย พร้อมจ้องมองบิดาด้วยแววตาตัดพ้อ ด้านเจ้าสัววันชัยที่เพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็หน้าเสีย
“ขวัญ...คือป๊า...”
หญิงสาวเก็บกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนหันไปคว้ากระเป๋าสะพายแบรนด์เนมคู่ใจ และรีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว
“ขวัญมีนัดกับแก้ม ขวัญขอตัวนะคะ” ว่าจบ เธอก็เร่งสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องอาหาร ด้วยเกรงว่าหากถกเถียงเรื่องนี้กันต่อไป อาจบานปลายจนมีปากเสียงกันเปล่า ๆ
เธอรู้ดีว่าบิดานั้นมีนิสัยอย่างไร ท่านเป็นคนหัวโบราณ อีกทั้งยังดื้อรั้น เชื่อมั่นในความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ยากที่จะมีสิ่งใดมาหักล้าง ซึ่งนั่นก็หมายรวมถึงเรื่องภาสกรที่ท่านหมายมั่นอยากให้มาเป็นลูกเขยใจจะขาด
ขณะที่หญิงสาวกำลังซอยเท้าออกมานั้น เจ้าสุนัขคอร์กี้แสนรู้ก็วิ่งกระดิกหางตามออกมาพร้อมส่งเสียงเห่าราวกับต้องการจะห้ามปรามพี่สาวคนสวยไม่ให้ออกไป
ขวัญจิราหันกลับมาถลึงตาดุใส่สุนัขตัวโปรด
“ออสติน ! กลับเข้าบ้านไปเลยนะ เจ้ไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย อ้อ ! ถ้าจะให้ดีก็ไปหาเมียซะ ป๊าจะได้สบายใจ”
สุนัขออสตินนั่งลง พลางเอียงคอมองเจ้านายคนสวยหันหลังเดินออกจากบ้านไป
ขวัญจิราเดินกึ่งวิ่งออกมาจากคฤหาสน์หลังงาม ใบหน้าอ่อนเยาว์ฉายแววความเศร้า นัยน์ตาคู่สวยสั่นไหวระริกพร้อมหยาดน้ำตาเอ่อคลอ
เธอยืนตั้งหลักสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด และกะพริบตาถี่ขับไล่มวลน้ำตา ก่อนตัดสินใจก้าวเดินออกไป กระโดดขึ้นรถซีดานสีขาวสัญชาติยุโรป นั่งประจำที่หลังพวงมาลัย จากนั้นก็สตาร์ตเครื่องยนต์และขับเคลื่อนยานพาหนะสมรรถนะสูงออกจากเคหสถานหลังงามมุ่งหน้าสู่ท้องถนนอันเนืองแน่นไปด้วยยวดยานพาหนะ โดยมีจุดหมายปลายทางคือบ้านของกวินตราผู้เป็นเพื่อนสนิท