เรื่องดี ๆ ในวันร้าย ๆ

889 Words
ขวัญจิราขับรถซีดานคู่ใจออกจากบ้านมาได้ราวครึ่งชั่วโมงก็ใกล้จะถึงบ้านเพื่อนรักเต็มที พลันดวงตาคู่หวานเหลือบไปเห็นแผงคอนโซลหน้ารถที่ปรากฏสัญญาณไฟแดงแจ้งเตือนน้ำมันใกล้หมด “โอ๊ย! ลืมเติมน้ำมัน แย่แล้ว อย่าเพิ่งรีบหมดตอนนี้นะลูก ใกล้ถึงแล้ว” ยังไม่ทันขาดคำ... ยานพาหนะสุดหรูคู่ใจก็ออกอาการกระตุกกึกกัก ขวัญจิราจึงรีบหักเลี้ยวรถเข้าข้างทางเพื่อหาที่จอด ทว่าด้วยความไม่ทันระมัดระวัง ทำให้เธอไปปาดหน้าเฟอร์รารีสีเทาจนเกือบถูกชนท้าย รถหรูถึงกับกดแตรยาวเหยียดเสียจนเธอสะดุ้งโหยง เมื่อเธอประคองรถจอดเทียบทางเท้าได้ก็รีบเปิดประตูลงมา ยกมือไหว้ขอโทษขอโพยซูเปอร์คาร์คันงามที่กำลังขับเคลื่อนผ่านไปช้า ๆ จากนั้น ขวัญจิราก็มุดกลับเข้ารถซีดานคันงาม คว้าสมาร์ตโฟนออกมาเพื่อจะต่อสายหาอู่เจ้าประจำ ทว่า... “เฮ้ย! แบตหมด! ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้เนี่ย” ขวัญจิราโวยวายกับหน้าจอสี่เหลี่ยมที่มืดสนิท เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าซูเปอร์คาร์คู่กรณีกำลังหักเลี้ยวเข้าจอดเทียบทางเท้าด้านหน้ารถของเธอ ก่อนที่ประตูห้องโดยสารฝั่งคนขับจะเปิดอ้าออก และคนที่ก้าวลงมาคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เกินมาตรฐานชายไทย ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูมีเค้าความเป็นลูกครึ่ง ทว่าสีหน้าของเขานั้นฉายแววความขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด “ซวย ๆ ๆ ๆ ได้ออกโหนกระแสแน่เลยฉัน” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตนเองพลางนึกหวาดหวั่นในใจ และในขณะที่เธอกำลังจะกล่าวขอโทษออกไปนั้น หนุ่มลูกครึ่งก็โพล่งเสียงดังออกมาเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ “ขับรถประสาอะไร รู้ไหมถ้าผมเบรกไม่ทันมันจะเกิดอะไรขึ้น นี่คุณมัวแต่เล่นโทรศัพท์อยู่หรือไงถึงได้ขับรถแบบนี้” ขวัญจิรายืนฟังด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ก่อนยกสองมือขึ้นประนมไหว้คนตัวโตตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด “ขอโทษค่ะ แต่ฉันไม่ได้เล่นโทรศัพท์นะคะ...” ขวัญจิรายกสมาร์ตโฟนหน้าจอดำมืดขึ้นมาเป็นหลักฐาน ก่อนจะกล่าวต่อ “คือว่ารถของฉันน้ำมันหมดค่ะ ฉันก็เลยตกใจนิดหน่อยกลัวว่ามันจะดับกลางถนนก็เลยรีบเลี้ยวไปหน่อย ฉันต้องขอโทษคุณจริง ๆ นะคะ” ขวัญจิรายกมือไหว้พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน หนุ่มลูกครึ่งขมวดคิ้วเพ่งมองเจ้าของร่างเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโคลงศีรษะเบา ๆ ด้วยความละเหี่ยใจ จากนั้นก็ล้วงเข้าไปหยิบสมาร์ตโฟนราคาแพงในกระเป๋ากางเกงขึ้นมายื่นให้ขวัญจิรา “คะ ?” หญิงสาวเลิกคิ้วสูงอย่างตั้งคำถาม “ต้องเติมน้ำมันไม่ใช่เหรอ หรือคุณจะเข็นไป” “อ้อ ค่ะ ๆ ๆ ขอบคุณมากนะคะ” ขวัญจิรารับโทรศัพท์มือถือมาจากมือหนา กดค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ของอู่ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ก่อนกดต่อสายคุยกับอู่อย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอก็รีบส่งอุปกรณ์สื่อสารราคาแพงคืนกลับไปให้คนตัวโต พร้อมคำขอบคุณ ทว่าชายหนุ่มรับไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดออกมา แต่ถ้าจะให้เดาก็คงยังขุ่นเคืองเธออยู่ไม่น้อย แต่ถึงกระนั้น หนุ่มลูกครึ่งก็ยังอยู่รอเป็นเพื่อนเธอจนกระทั่งพนักงานจากทางอู่ขับรถนำน้ำมันมาเติมให้เรียบร้อย “ขอบคุณนะคะที่ไม่ถือโทษโกรธฉัน ขอบคุณสำหรับโทรศัพท์ แล้วก็ที่อยู่รอเป็นเพื่อนฉันอีก ถ้ามีอะไรที่ฉันจะตอบแทนคุณได้...” “คุณจะตอบแทนอะไรผมล่ะ” เจ้าของร่างสูงเอ่ยถามขณะที่ยืนกอดอกทิ้งสะโพกลงบนฝากระโปรงรถซีดานคันงาม “เอ่อ...เลี้ยงกาแฟได้ไหมคะ หรือว่าคุณอยากทานข้าวไหมคะ แต่ว่าคงต้องเป็นวันอื่นนะคะ พอดีวันนี้ฉันมีนัดสำคัญกับเพื่อน” “ช่างเถอะครับ เรื่องเล็กน้อย ผมเองก็มีธุระด่วนเหมือนกัน เอาเป็นว่าเราแยกกันตรงนี้ดีกว่า” หนุ่มลูกครึ่งว่าจบก็ยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับไปที่ซูเปอร์คาร์ ทว่าคนตัวโตเกิดหยุดชะงักและหันกลับมาอีกครั้ง “ต่อไปก็อย่าปล่อยให้น้ำมันหมดนะครับ แล้วก็ขับรถดี ๆ ด้วย” “ค่ะ” ขวัญจิราตอบรับพร้อมส่งยิ้มอ่อน พลางจ้องมองคนตัวโตเดินไปขึ้นรถ และขับออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะยิ้มกว้างออกมา เธอนึกขอบคุณหนุ่มลูกครึ่งผู้ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนาม ที่อย่างน้อยก็ทำให้ในวันแย่ ๆ ของเธอได้เจอสิ่งดี ๆ แม้ปากจะพูดจาห้วน ๆ มะนาวไม่มีน้ำ ฟังดูไม่รื่นหูสักเท่าไร แต่การกระทำของเขานั้นแสดงให้เห็นความมีน้ำใจ และห่วงใยคนแปลกหน้าเช่นเธอ ขวัญจิรายืนมองจนกระทั่งเฟอร์รารีสีเทาคันงามพุ่งทะยานหายไปบนท้องถนน จากนั้นคนตัวเล็กก็กระโดดขึ้นรถ และขับต่อไปยังบ้านของเพื่อนรัก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD