เมื่อขวัญจิราเดินทางไปถึงคฤหาสน์หลังงามใจกลางกรุง ก็เห็นทีมงานออแกไนซ์หลายสิบชีวิตกำลังตระเตรียมสถานที่สำหรับงานวิวาห์ที่จะมีขึ้นในเช้าวันพรุ่งนี้
หญิงสาวเดินผ่านบรรดาทีมงานขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ก่อนจะตรงเข้าไปในห้องนอนของกวินตรา และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำเอาเธออดยิ้มไม่ได้
กวินตราคือเพื่อนรัก เพื่อนแท้ และเพื่อนเพียงคนเดียวที่ขวัญจิราสามารถพูดคุยปรับทุกข์กันได้ทุกเรื่อง
ปีที่ผ่านมากวินตราถูกคู่หมั้นนอกใจไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลลดา ซึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทของพวกเธอ
การถูกคนที่รักและไว้ใจถึงสองคนทรยศหักหลัง สร้างความเจ็บปวดให้แก่กวินตราอย่างหนักหนาสาหัส ทว่าโชคดีที่กวินตราได้พสุธาเข้ามาเยียวยาหัวใจ สุดท้ายทั้งคู่ก็ตัดสินใจร่วมชีวิตกัน
ขวัญจิรายิ้มออกมาพลางจ้องมองกวินตราที่อยู่ในชุดไทยประยุกต์สีทองอร่าม ขับผิวขาวนวลเนียนให้ดูผุดผาดงดงามราวกับหลุดออกมาจากวรรณคดี เจ้าหล่อนปรายตามองภาพสะท้อนในกระจกเงามาหยุดที่ขวัญจิรา ก่อนทำหน้ามุ่ย
“โห...กว่าจะมาได้นะยัยขวัญ”
“โทษที พอดีมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ”
“เออ ๆ งั้นรีบมาช่วยฉันดูเลยว่าชุดโอเคหรือยัง มีอะไรต้องแก้ไหม”
เมื่อเพื่อนรักว่าแบบนั้น ขวัญจิราจึงสาวเท้าก้าวออกไปหากวินตรา ไล่สายตาสำรวจว่าที่เจ้าสาวตั้งแต่หัวจรวดเท้า
“เพอร์เฟ็กต์”
“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนอีกชุด”
เมื่อไม่มีจุดไหนต้องแก้ไข กวินตราก็เข้าไปเปลี่ยนชุดเจ้าสาวสำหรับงานฉลองมงคลสมรสที่จะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้
หลังจากเรื่องชุดเจ้าสาวผ่านพ้นไป สองสาวก็มานั่งเลือกแบบทรงผม และเครื่องประดับราคาแพงที่วางเรียงรายอยู่บนที่นอน
ผ่านไปกว่าชั่วโมง สองสาวก็นอนแผ่หราอยู่บนพื้นห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง
“จัดงานแต่งนี่มันเหนื่อยจริง ๆ เลยเนอะ” ขวัญจิราว่าจบก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด
“คนที่ต้องบ่นคือฉันไหมล่ะ แกเหนื่อยตรงไหนไม่ทราบ แค่ให้มาช่วยตัดสินใจอะไรนิดหน่อย”
“นิดหน่อยเหรอ...ถามจริง...แกเล่นโทรตามฉันเกือบทุกวันเนี่ย”
“เออ ๆ พรุ่งนี้ก็แต่งแล้วน่า”
“อืม...ดี...ครั้งเดียวพอนะ”
“ไอ้บ้า...แกคิดว่าฉันจะปล่อยพี่พอลหลุดมือไปง่าย ๆ เหรอ” กวินตราเอ่ยชื่อพสุธา ว่าที่เจ้าบ่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใส
“จ้า...ว่าแต่พี่พอลไปไหนล่ะ เดินขึ้นมาไม่เห็นเลย” ขวัญจิราเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เนื่องจากเธอมักจะเจอพสุธาทุกครั้งที่มาหากวินตรา
“ไปหาแด๊ดกับคุณแม่น่ะ เห็นว่าวันนี้น้องชายเพิ่งเดินทางมาจากซูริคก็เลยไปรวมตัวกัน เดี๋ยวเย็น ๆ ก็จะมาทานข้าวรวมญาติที่บ้าน”
ขวัญจิราพยักหน้ารับ เนื่องจากเธอพอจะรู้ว่าพ่อเลี้ยงของพสุธาเป็นนักธุรกิจชาวสวิส และเขามีน้องชายต่างบิดาอีกหนึ่งคน
“งั้น...ฉันขอหลบอยู่บนห้องนะ ยังไม่อยากกลับบ้าน”
กวินตราได้ยินแบบนั้นก็ผุดลุกขึ้นมานั่ง และชะโงกหน้ามาจ้องมองเพื่อนรักอย่างตั้งคำถาม
“เป็นไรอ่ะ ที่บ้านมีเรื่องไร”
“เฮ้อ...ป๊าน่ะ อยากให้ฉันแต่งงานกับลูกเพื่อน”
“หา...อะไรนะ?” กวินตราร้องอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ ทำเพื่อนรักที่กำลังนอนหมดอาลัยตายอยากถึงกับสะดุ้งโหยง
“โอ๊ย ! ตกใจหมด”
“โทษ ๆ ว่าแต่แกจะเอาไง”
“ไม่เอาไง ไม่แต่ง ไม่อะไรทั้งนั้น เหตุผลที่ป๊าว่ามามันบ้ามากเลย ป๊าอยากได้ลูกเขยที่เก่งและมีความเป็นผู้นำ ถามจริง...แล้วฉันล่ะ ฉันเป็นลูกสาวแท้ ๆ ที่ไม่เคยทำให้ป๊าผิดหวัง ทำไมฉันถึงจะเป็นผู้นำไม่ได้” ขวัญจิราร่ายยาวด้วยความอัดอั้นตันใจ
“แล้วแกจะเอาไงต่อ...” กวินตราถามเสียงอ่อย
“ยังไม่รู้เลย อยากหนีไปไหนไกล ๆ สักพัก ไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้ หนีจากทุกสิ่งทุกอย่าง ไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก”
ว่าจบขวัญจิราก็หลับตาลงข่มกลั้นความเศร้าเอาไว้ กวินตราเห็นแบบนั้นก็รู้สึกสงสารเพื่อนรักขึ้นมาจับใจ หากขวัญจิราได้ไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ หนีความวุ่นวายในเมืองหลวงก็คงดีไม่น้อย
“นึกออกแล้ว”
กวินตราโพล่งออกมาด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง ก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงและวิ่งไปยังโต๊ะทำงานที่มุมห้อง หล่อนเปิดลิ้นชักค้นหาบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคว้าพวงกุญแจสีเงินและเดินกลับมานั่งลงบนพื้นเคียงข้างขวัญจิรา
“อะไรของแก ?” ขวัญจิราเอ่ยถามพร้อมลุกขึ้นมานั่งมองด้วยความงุนงง
“นี่!” กวินตรายกพวงกุญแจขึ้นมาตรงหน้าขวัญจิรา
“กุญแจ...แล้วไงอ่ะ...”
“กุญแจบ้านพักตากอากาศของพี่พอลที่สวิส ถ้าแกอยากหนีไปไหนแกไปที่นั่นได้เลย ไปได้เท่าที่ต้องการ แต่ฉันขออย่างเดียว ถ้าแกจะไปที่ไหนให้บอกฉันก่อน อย่าหายไปเฉย ๆ โอเคไหม...”
กวินตราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาจริงจัง ขวัญจิราเห็นแบบนั้นก็ส่งยิ้มให้เพื่อนรักด้วยความซาบซึ้ง ก่อนยื่นมือไปรับพวงกุญแจนั้นมา
“ขอบใจนะ เดี๋ยวเอาไว้ฉันค่อยตัดสินใจอีกทีหลังงานแต่งแก”
“โอเค”
“โคตรรักแกเลยว่ะ”
“ฉันก็รักแก และอยากให้แกมีความสุขกับคนที่แกรัก ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งแกต้องเจอคนคนนั้นแน่นอน”
ขวัญจิราพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ก่อนโผเข้ากอดกวินตราด้วยความรู้สึกขอบคุณเต็มหัวใจ แม้จะต้องเผชิญเรื่องราวร้าย ๆ เพียงใด กวินตราก็จะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ เธอโชคดีเหลือเกินที่มีเพื่อนแท้คนนี้