ทางด้านหญิงสาวที่กำลังนั่งจิบไวน์แก้เซ็งโดยไม่ได้สนใจผู้คนรอบกาย เมื่อร่างสูงเดินเข้ามาประชิดขอบโต๊ะ ใบหน้างดงามจึงเงยขึ้น ไล่สายตาขึ้นไปบรรจบที่ใบหน้าหล่อเหลา และเพ่งมองอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะยกยิ้มออกมา
“อ้าว...คุณ...มาได้ไงคะ” ขวัญจิราเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ก่อนมองซ้ายมองขวา “มาคนเดียวเหรอคะ”
“ครับ ขอนั่งด้วยได้ไหม”
“ได้ค่ะ เชิญเลย” ขวัญจิราผายมือเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม พร้อมรอยยิ้มแสดงไมตรี
คนตัวโตพยักหน้ารับ ก่อนหย่อนสะโพกลงนั่ง พร้อมวางขวดเครื่องดื่มราคาแพงและแก้วสองใบลงบนโต๊ะ ก่อนจะรินของเหลวสีอำพันลงในแก้วทั้งสองใบ และยื่นแก้วใบหนึ่งไปตรงหน้าหญิงสาว
“เจอกันอีกครั้งแล้วนะครับ โลกกลมจริง ๆ”
“นั่นสิคะ ว่าแต่คุณ...”
“ภูผาครับ จะเรียกภูเฉย ๆ ก็ได้”
“ค่ะ คุณภู...ฉันชื่อขวัญจิราค่ะ เรียกขวัญเฉย ๆ ก็ได้”
“ครับ”
พอได้แนะนำตัวกันเสร็จสรรพ บนโต๊ะก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ภูผายกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ และจับจ้องมองขวัญจิราอย่างไม่วางตา ทำเอาคนถูกมองเกิดร้อนวูบวาบ รีบยกแก้ววิสกี้ที่มีของเหลวกว่าครึ่งแก้วขึ้นมาดื่มดับร้อนจนหมด ทว่านั่นยิ่งทำให้เธอร้อนผ่าวหนักขึ้นไปอีกเท่าตัว
หญิงสาวผินหน้าไปอีกทาง ก่อนจะนึกบทสนทนาขึ้นได้จึงรีบหันกลับมา
“คุณภูพักที่นี่เหรอคะ”
“เปล่าครับ ผมมางานแต่ง มาทันเห็นคุณขวัญรับดอกไม้พอดี”
“อะไรนะคะ โลกกลมจริง ๆ ด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ขวัญจิราเริ่มพูดจาลิ้นพันกันด้วยความมึนเมาจากฤทธิ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายขนาน
ดวงหน้าสวยที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อนั้นแดงซ่านราวกับผลมะเขือเทศสุก ช่างดูน่ารักเสียจนภูผาอดยิ้มไม่ได้
ทั้งคู่นั่งดื่มด้วยกันแก้วแล้วแก้วเล่า ยิ่งเมาขวัญจิราก็ยิ่งเจื้อยแจ้วเจรจา โดยมีภูผาเป็นผู้ฟังที่ดี
“ว่าแต่...ทำไมคุณมานั่งดื่มคนเดียวแบบนี้ล่ะ ดื่มเหมือนคนอกหักอย่างนั้นแหละ”
ได้ยินแบบนั้น ขวัญจิราก็ทำหน้าเศร้า ก่อนวางแก้วในมือลง และถอนหายใจยาวออกมา
“อกหักซะยังดีกว่าต้องถูกจับคลุมถุงชนอีกค่ะ” หนุ่มลูกครึ่งคิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม ถึงแม้ว่าภูผาจะเติบโตมาโดยมีมารดาที่เป็นคนไทยสอนภาษาไทยจนพูดได้ชัดถ้อยชัดคำ หากแต่บางคำก็ยากเกินกว่าจะเข้าใจ
“ถูกจับคลุมถุง...นี่คุณกำลังตกอยู่ในอันตรายเหรอ คุณมีเรื่องกับพวกคนไม่ดีหรือมาเฟีย...”
ภูผาเอ่ยถามใบหน้าเครียดขึง ทำขวัญจิราอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความขบขัน กว่าเธอจะควบคุมตัวเองให้หยุดหัวเราะได้นั้นก็ผ่านไปเกือบนาที
“คืองี้ค่ะ คลุมถุงชนคือการที่ผู้ใหญ่ หรือพ่อแม่หาคนมาให้เราแต่งงาน โดยที่คนนั้นไม่ใช่คนที่เรารัก ซึ่งคุณพ่อของขวัญกำลังทำแบบนั้นกับขวัญ” ภูผาพยักหน้ารับรู้ และพยายามคิดตาม
“นี่คุณกำลังจะแต่งงานเหรอครับ” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถาม พร้อมใบหน้าผิดหวังเล็กน้อย
“ไม่ค่ะ ขวัญไม่ยอมง่าย ๆ หรอกค่ะ มันคือความสุขทั้งชีวิตของขวัญเลยนะคะ”
ภูผายกยิ้มมุมปาก ก่อนคว้าขวดเครื่องดื่มสีอำพันเทลงในแก้วทั้งสองใบ เลื่อนแก้วใบหนึ่งกลับคืนไปตรงหน้าขวัญจิรา และคว้าแก้วของตนเองชูขึ้นมา
“ดื่มให้กับความกล้าหาญของคุณ”
“ขอบคุณค่ะ”
จากนั้นทั้งคู่ก็ดื่มกันต่อไป ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊ซที่ดังเคล้าคลอสร้างบรรยากาศภายในบาร์ กระทั่งขวัญจิราเริ่มนั่งไม่ตรง ยกมือขึ้นเท้าคางจ้องมองใบหน้าคมเข้มของหนุ่มลูกครึ่งด้วยนัยน์ตาปรือเยิ้ม
“เกือบลืมไปเลย ขวัญยังไม่ได้ตอบแทนอะไรคุณภูเลยนี่นา...อยากได้อะไรตอบแทนคะ บอกขวัญมาได้เลยนะ...ขวัญจัดให้คุณภูได้ทุกอย่างเลย...” สิ้นเสียงหวาน หญิงสาวก็สะอึกหนึ่งที
“คุณขวัญครับ อย่ามาพูดแบบนี้กับผู้ชายวัยเจริญพันธุ์นะครับ มันอันตราย” ขวัญจิราหัวเราะคิกคัก ก่อนผุดลุกขึ้นเดินโซเซมานั่งอิงแอบแนบชิดหนุ่มลูกครึ่ง หน้าอกหน้าใจใหญ่โตบดเบียดต้นแขนแข็งแกร่ง ทำเอาภูผาขบกรามแน่นพร้อมกำมือทั้งสองข้างเพื่อข่มอารมณ์
“ทำไมคะ คุณอยากมีเซ็กซ์เหรอ” ความมึนเมาทำให้หญิงสาวใจกล้าบ้าบิ่น โพล่งออกไปโดยไม่คิด
“...”
“แสดงว่าอยากจริง ๆ ด้วย ทำไมล่ะ...ไม่กล้าเหรอ...กลัวอดใจไม่ไหวตกหลุมรักขวัญล่ะสิ”
ภูผาหรี่ตามองคนตัวเล็กอย่างชั่งใจ ก่อนหันไปคว้าแก้วเครื่องดื่มสีอำพันสาดลงคอจนหมด ก่อนหันมาคว้าท้ายทอยบางของสาวน้อยที่กำลังท้าทาย และโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงครอบครองริมฝีปากบางแนบแน่น
ริมฝีปากหนาบดเบียดเลาะเล็มกลีบปากเนียนนุ่มราวกับกำมะหยี่เนื้อดี ขณะที่มือหนาอีกข้างรั้งเอวเล็กเข้ามา และลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบาง
ความกำหนัดกลัดมันผสานฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกาย ทำให้ชายหนุ่มยิ่งตื่นตัวเป็นเท่าทวี
ภูผาบดขยี้เรียวปากเล็กหนักขึ้น โดยที่ขวัญจิราก็จูบตอบรุนแรงไม่แพ้กัน
เขาค่อย ๆ ยื่นลิ้นสากลากเลียไปตามไรฟันขาว ก่อนแทรกเข้าไปกวาดต้อนมธุรสแสนหวาน จากนั้นทั้งคู่ก็บดจูบเล็กลิ้นกันอย่างเมามัน โดยไม่ได้สนใจว่าจะมีใครในร้านเห็นฉากเลิฟซีนร้อนแรงนี้เข้า
กระทั่งเสียงดนตรีแจ๊ซเงียบลงไป ก่อนจะเริ่มเพลงใหม่ในจังหวะสนุกสนาน นั่นจึงทำให้ขวัญจิราได้สติ ยกสองมือขึ้นมาผลักอกแกร่ง พร้อมถอนจูบออกจากคนตัวโต
“เอ่อ...ขวัญว่าขวัญเมามากแล้ว ขวัญขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ” แม้เธอจะว่าแบบนั้น ทว่าอ้อมแขนแกร่งกลับไม่ยอมมอบอิสระแก่เธอ
“คุณจะกลับยังไง เมาขนาดนี้”
“ขวัญเปิดห้องที่นี่เอาไว้ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมเดินขึ้นไปส่ง”
ว่าจบภูผาก็หยัดกายลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ก่อนถอดเสื้อสูทราคาแพงออกมาคลุมไหล่เปลือยเปล่าของคนตัวเล็ก จากนั้นชายหนุ่มก็ยื่นมือออกมาตรงหน้าขวัญจิรา เธอมองอย่างชั่งใจ ก่อนวางมือเล็กลงไปในอุ้งมือใหญ่ และค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟา จากนั้นทั้งคู่ก็เดินเคียงกันไปขึ้นลิฟต์โดยสาร