ฉันนั่งรอเพื่อนจนแล้วจนเล่ากว่ามันจะมาก็เกือบจะดึกแล้วด้วยแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจและยังคงนั่งดื่มต่อไปก่อนที่จะแกะกระป๋องใหม่และยื่นให้กับมันที่หัวเสียตั้งแต่เข้ามา
"เป็นเชี้ยอะไรเนี่ย"
"ทะเลาะกับแป้ง"
"เรื่องอะไรวะ"มันหยิบเหล้ากระป๋องนั้นขึ้นมาดื่มทันทีและยังคงไม่ได้ตอบกลับฉันแต่อย่างใดทำได้เพียงแค่มองหน้าฉันนิ่งๆ เท่านั้น
"ก็....ช่างมันเหอะไม่มีอะไรหรอก"
"ไม่มีอะไรได้ยังไง มีอะไรเล่าให้กูฟังได้"
"ไม่มีอะไรหรอก แดกเหอะ"เพราะความแปลกไปของเพื่อนทำเอาฉันถึงกลับสงสัยเป็นอย่างมากเพราะกลัวว่าเพื่อนจะคิดมากและเป็นอะไรไป
ฉันนั่งเค้นความจริงของเรื่องทั้งหมดแต่มันก็ยังคงไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาทั้งนั้นจนฉันต้องยอมยกธงขาวยอมพ่ายแพ้ให้กับมันไป
"มึงจริงจังกับไอ้ต้ามากรึยัง"
"อื้ม กูว่า.....กูจะลองคบกับต้าดูอ่ะมึง"
"เผื่อใจไว้บ้างก็ดี"มันพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงราบนิ่งแต่สายตาก็หันมองไปทางอื่นด้วยอารมณ์ที่ยังคงไม่ดีมากนัก
"ทำไมอ่า"
"กูแค่อยากเตือนมึง...."
ครืดดดดด ครืดดดดด
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะในระหว่างที่ไทม์กำลังพูดออกมา ปลายสายที่โชว์ขึ้นเป็นเบอร์ของแม่ฉันก็รีบกดรับสายนั้นทันทีอย่างไม่รอช้า
"ว่าไงคะแม่"
(พระพายเป็นยังไงบ้างลูก)
"สบายดีค่ะแม่ แล้วพ่อกับแม่ล่ะคะ"ฉันถามออกไปด้วยความเป็นห่วงแต่ปลายเสียงกลับดูไม่สู้ดีมากนักจนทำเอาฉันถึงกับอดเป็นห่วงไม่ได้
(พ่อกับแม่สบายดี แต่พระแพงนี้สิอา.....)
"ถ้าแม่จะโทรมาเพราะเรื่องยัยนั่นพายขอไม่ฟังนะคะ พายไม่อยากรับรู้เรื่องของมัน"
(พระพายทำไมพูดถึงน้องแบบนั้นล่ะลูก ไม่น่ารักเลยนะแม่ไม่ชอบเลย)
"ค่ะ พายคงเป็นลูกที่ไม่น่ารักของพ่อกับแม่สินะคะ ไม่เหมือนยัยแพง พายวางสายนะคะ"พูดจบฉันก็รีบกดตัดสายทันทีและเปิดกระป๋องใหม่ยกดื่มขึ้นทันทีเพื่ออยากให้มันเมาๆ จบๆ ไปซะ
แต่ยังไม่ทันไรมือหนาของอีกฝ่ายกลับจับรั้งฉันไว้แน่นเพื่อห้ามปรามไม่ให้ฉันดื่มเยอะจนเมาเละร้องไห้ฟูมฟายอีก
"กูไม่รู้เลยว่า....ทุกวันนี้กูหรืออีแพงกันแน่ที่เป็นลูกพ่อกับแม่"
"อย่าพูดแบบนั้นดิ พ่อกับแม่เค้ารักพวกมึงเท่ากันนะเว้ย"
"ไม่จริงหรอก พ่อกับแม่รักอีแพงมากกว่าไม่งั้นกูคงไม่ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้หรอกถ้าอีแพงไม่ทำตัวอ่อนแอจนต้องไปรักษาตัวที่นู่น"ใช่ตอนแรกทุกอย่างก็ปกติดีฉันอยู่กับพ่อแม่เป็นอย่างดีมากแต่พอขึ้นปีหนึ่งได้ไม่นานพระแพงก็ดันเกิดป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หายจึงต้องพาตัวมันไปอยู่ที่นู่น
แต่เหมือนจะหายแล้วแต่ก็ทรุดลงไปอีกพอจะกลับมาก็ทรุดลงอีกจนพ่อกับแม่แทบจะอยู่ดูแลมันที่นู่นถาวรเลยด้วยซํ้า
พ่อแม่ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีในตอนนั้นจึงคิดตัดสินใจขยายกิจการที่ต่างประเทศซะจนเจริญรุ่งเรืองเอาเรื่องเช่นกัน ฉันแทบจะไม่เข้าไปดูงานที่บริษัทเลยด้วยซํ้าเพราะไม่ค่อยรู้งานเกี่ยวกับของพวกนี้สักเท่าไหร่เลย
"มึงควรเปิดใจให้แพงมันบ้างนะพายเพราะยังไงตอนนี้พวกมึงก็คือพี่น้องกัน"
"แต่กูไม่อยากนับพี่นับน้องกับมันแม่งตอแหลแค่ไหน ไม่มีใครรู้เลยด้วยซํ้า แล้วก็ไม่มีใครเชื่อกูเลย"ที่พูดออกมาก็สื่อบอกถึงเพื่อนตรงหน้าด้วยเช่นกันที่ไม่เชื่อว่าแพงจะเป็นพวกชอบตอแหลและทำตัวอ่อนแอ
ทุกครั้งที่เกิดเรื่องอะไรขึ้นแพงก็มักจะโยนความผิดมาให้กับฉันอยู่เสมอเพราะฉันเป็นพวกหัวรุนแรงเลยแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาจึงทำให้ไม่มีใครเชื่อมากสักเท่าไหร่
ต่างจากพระแพงที่ทำตัวเรียบร้อย อ่อนหวาน นิสัยดี แต่พออยู่กับฉันไม่ใช่เลยนางเหมือนมีสองบุคลิกต่างหาก พอบอกให้ใครก็หาว่าฉันใส่ร้ายหรือโกหกจนฉันต้องยอมและถอยห่างออกไปเอง
"กูเชื่อมึง"
"มึงเชื่อกูงั้นหรอแต่สายตามึงไม่ใช่เลยไทม์ ไม่มีใครเชื่อกูเลยสักคนแม้กระทั่งวันนั้น"
ตอนนั้นพวกเราอยู่ปีหนึ่งกันซึ่งตอนนั้นพระแพงยังอยู่ที่นี่พร้อมกับพ่อแม่ พวกเราพักอาศัยอยู่ที่บ้านกัน วันนั้นพวกเราทุกคนนัดกันไปเดินเล่นที่ริมหาดเพื่อไปตั้งแคมป์กัน
พวกเราแบ่งหน้าที่กันไปหาของกันไป พวกผู้ชายไปหาฝืน ส่วนฉันและแพงเป็นคนจัดการกับของที่แคมป์ นางแทบจะไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้นและมีข้ออ้างที่ว่าทำอะไรไม่เป็น ยกไม่ไหว จนฉันต้องเป็นคนยอมทำจนเสร็จหมดทุกอย่างแทนจนแทบจะไม่ได้สังเกตเลยด้วยซํ้าว่าตัวเองมีแผลอยู่ที่หลังมือและแขนด้วย
"แพงมายกกล่องนี้หน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะจัดของ"
"แพงยกไม่ไหวอ่ะพายมันหนัก"
"งั้นก็มากางที่นอน"
"แพงทำไม่เป็น ขอโทษนะพาย พายคงต้องทำเองแล้วหล่ะ"
พอเสร็จแล้วฉันก็ไปนั่งพักเอาแรงก่อนที่พวกมันจะกลับมาและเห็นว่าแพงกำลังจัดที่นอนอยู่คนเดียวจึงหาว่าฉันไม่ยอมทำงานและใช้ให้แพงทำเพียงคนเดียวเท่านั้น
"ทำไมมึงไม่ทำช่วยแพงวะ แพงยิ่งไม่สบายอยู่"
"ไม่เป็นไรเราไหว"
"เห้ยย กูทำนะนั่นอ่ะ"
"กูเห็นมึงนั่งชิวๆ ปล่อยแพงทำเนี่ย"
"ไอ้ชิ! แพงก็บอกเพื่อนไปดิว่าฉันทำอะไรบ้าง"ตอนนั้นฉันแทบจะหัวเสียอยู่แล้วที่นางสวมบทเป็นคนดี๊ซะขนาดนี้ทำเอาฉันเลวในสายตาเพื่อนๆ เลยด้วยซํ้า พระรามที่เห็นว่าสถานการณ์กำลังจะแย่ลงก็เลือกที่จะเดินเข้ามาจับตัวฉันไว้ให้อารมณ์เย็นๆ ลง ส่วนไทม์ก็แทบจะไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว
"ว่าไงแพงบอกไปดิว่าพายมันทำอะไรบ้าง"เหมือนพระรามกับไทม์จะเห็นบาดแผลและสีผิวที่ฝ่ามือฉันที่แดงก่ำและดูมือของพระแพงที่ขาวซีดอยู่เลย
"พายแค่นั่งดูเฉยๆ อ่ะ"
"นั่นไงมึงนี่แม่ง
"เห้ยยย"จะหัวเสียก็ทำอะไรไม่ได้จนฉันต้องหลีกตัวเองหลบหนีไปจากตรงนั้นทันทีเพื่อไม่อยากให้บรรยากาศการมาเที่ยวครั้งนี้มันหายไปเพราะฉันเอง
เหมือนพอเห็นแผลก็รู้สึกแสบขึ้นมาจนได้และโชคดีที่มีปลาสเตอร์ติดตัวด้วย และเหมือนจะพึ่งเกิดอีกต่างหาก
"เป็นอะไร ทำไมหนีมานั่งคนเดียวล่ะ"
"ป่าวก็แค่....เบื่อๆ อ่ะ"
"กูเชื่อมึงนะพาย กูอยู่กับมึงมานานกูรู้ว่าใครพูดจริงใครตอแหล"
"ช่างเหอะ ครั้งหน้าถ้ามีมันมาเที่ยวก็จะไม่มีกู ถ้ามีกูต้องไม่มีมันอีก!!"เพื่อนทำได้แค่พยักหน้าเป็นการตอบกลับเหมือนกับว่าเข้าใจดี
ตอนอยู่โรงเรียนแพงอยู่ห้องสองซึ่งอยู่ห้องสองก็มีเพื่อนอยู่บ้างแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนิทกันเพราะแพงชอบทำตัวอ่อนแอจนเพื่อนเริ่มอึนๆ บ้าง
ส่วนฉันอยู่ห้องหนึ่งซึ่งก็มีพระรามนี่แหละที่เป็นเพื่อนอยู่ด้วยกันเพราะไม่อยากคบกับใครมาก แต่ก็พอคุยพอเล่นกับเพื่อนในห้องได้บ้างราวกับสนิทสนมกันเลยด้วยซํ้า
"เริ่มเย็นแล้วรีบไปอาบน้ำจะได้ไปกินข้าวกัน"ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับก่อนที่จะพากันเดินกลับไปที่แคมป์ที่ตอนนี้เห็นแพงที่กำลังนั่งเล่นและยิ้มหวานให้กับอชิและไทม์อยู่
"รีบไปอาบน้ำได้แล้วจะได้มากินข้าว"
"ใช่เหลือแต่พายแล้วนะ"
"ไปเหอะเดี๋ยวพวกกูรอ"ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับและเดินหยิบของไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย