2
ชีวิตของมินตรา
“แม่ขาก็มินบอกแล้วไงคะว่ามินไม่อยากแต่งงานกับพี่เขตเมื่อไหร่แม่จะฟังหนูบ้าง หนูโตจนอายุสามสิบแล้วนะแม่ นี่มันปีสองพันยี่สิบสามแล้วแม่ยังจะมาคลุมถุงชนหนูอยู่อย่างนี้ไม่ได้นะคะ” มินตราที่กลับจากทำงานที่บริษัทของเธอแม่ของเธอก็เดินมาพูดเรื่องแต่งงานทันที ทำให้เธอต้องพูดอธิบายยาวเหยียดอย่างอารมณ์เสียและมันเป็นอย่างนี้มานานมากๆ
“ไม่รู้แหละถ้าแกยังหาคนดีๆ มาแต่งงานด้วยไม่ได้ทางเลือกสุดท้ายของแกก็คือภูมิเขตลูกชายของท่านผู้ว่า” เพลินจิตพูดขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจของตัวเองจนมินตราผู้เป็นลูกสาวแทบอยากจะบ้าตายที่พูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“นี่แม่กำลังจะบอกให้หนูแต่งงานกับคนที่หนูไม่ได้รัก แม่ทำอย่างนี้กับหนูไม่ได้นะคะ” มินตราที่กำลังโต้เถียงกับแม่เรื่องแต่งงานอยู่ๆ ทางบ้านของภูมิเขตก็เดินเข้ามาในบ้านของเธอทั้งภูมิเขตน้องชายของเขาพ่อกับแม่ของเขาดูๆ แล้วก็เหมือนกับว่ากำลังมาสู่ขอเธอยังไงยังงั้น
“ท่านผู้ว่ากับลูกชายท่านจะมากินข้าวเย็นที่บ้าน ช่วยทำตัวดีๆ ด้วยไว้หน้าแม่กับพ่อด้วย” เพลินจิตกระซิบข้างหูของลูกสาวแล้วก็เดินยิ้มหน้าบานไปหาภูมิเขตกับพ่อและแม่ของเขาส่วนมินตราก็ต้องจำใจเดินตามแม่ของเธอไปทักทายตามมารยาท
“สวัสดีค่ะท่านทั้งสองเชิญเข้าไปนั่งก่อนค่ะ มินตราลูกไหว้ท่านทั้งสองสิลูก” เพลินจิตพูดขึ้นมามินตราก็ต้องยกมือไหว้ตามที่แม่ของเธอ เป็นครั้งแรกที่มินตราได้เจอกับภูมิเขตหลังจากได้ยินแต่แม่พูดถึงอยู่บ่อยๆ ยิ่งได้เจอยิ่งไม่อยากแต่งงานไปกันใหญ่ บุคลิกท่าทางเหมือนคนหื่นกามยังไงไม่รู้ เธอรู้สึกไม่ชอบเขาเลยสักนิด
และในวันนี้กัปตันเป็นน้องชายของภูมิเขตก็มาด้วย เป็นครั้งแรกที่กัปตันได้รู้จักมินตรา เขากลับรู้สึกชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น เธอตรงตามสเป็กของเขาทุกอย่างรูปร่างหน้าตาผิวพรรณ เขาได้แต่อุทานในใจว่านี่คือนางฟ้าชัดๆ ส่วนภูมิเขตไม่ต้องพูดถึงเขาชอบเธอจนอยากแต่งงานด้วยตอนนี้เลย
“มินตราพาพี่ภูมิเขตไปเดินชมสวนที่หนูกับพ่อช่วยกันปลูกสิลูก ตรงนั้นเย็นร่มรื่นมากเลยนะ” เพลินจิตที่นั่งคุยกับพ่อและแม่ของภูมิเขตเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ามินตรานั่งเล่นมือถือไม่ได้สนใจภูมิเขตแม้แต่น้อย
“แต่ตอนนี้มันยังร้อนอยู่เลยนะคะ” มินตราพูดพร้อมกับมองหน้าแม่ของเขาที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเธอตาเขม็งที่ไม่ทำตามที่เธอบอก
“ไหนครับผมอยากดูต้นไม้ ผมชอบปลูกต้นไม้เหมือนกันแต่เป็นพวกต้นไม้เล็กๆ” กัปตันพูดแทรกขึ้นมา มินตราได้ยินที่กัปตันพูดเธอรู้สึกถูกชะตากับกัปตันมากกว่าภูมิเขตเพราะกัปตันดูไม่หื่นอย่างภูมิเขต
“ไปสิเดี๋ยวพี่พาไปดู” มินตราลุกขึ้นยืนแล้วก็เดินนำไปโดยไม่ได้สนใจภูมิเขตเลย กัปตันรีบเดินตามหลังของมินตราไป ภูมิเขตแม้จะไม่พอใจแต่เขาก็ต้องรักษามารยาทไว้
“ไปสิลูกเขตตามน้องไปสิ” เพลินจิตเอ่ยบอกภูมิเขตเขาทำตามเธอในทันทีเพราะภูมิเขตเองก็อยากตามเธอไปอยู่แล้ว
กัปตันกับมินตราคุยกันถูกคอมากๆ จนภูมิเขตเริ่มหมั่นไส้น้องชายของเขา
“น้องมินพอดีพี่รู้จักเจ้าของสวนต้นไม้หลายเจ้าเลยถ้ามินอยากได้บอกพี่ได้นะพี่จะติดต่อให้เขาลดราคาให้” ภูมิเขตพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปแทรกกลางระหว่างกัปตันกับมินตรา
“เรื่องนั้นไม่เป็นไรค่ะส่วนมากคุณพ่อจะเป็นคนไปซื้อค่ะ มินก็นานๆ ทีจะได้มาสนใจ ว่าแต่กัปตันอยากได้ต้นไหนกลับบ้านหรือเปล่าเลือกเอาสิพี่ยกให้” มินตราคุยกับกัปตันแล้วถูกคอเพราะเธอไม่ได้คิดเรื่องชู้สาวกับเขา เธอคิดกับเขาเหมือนน้องชายคนหนึ่งที่น่าเอ็นดูเท่านั้น
“ผมเกรงใจพี่เลือกให้ผมดีกว่าครับ” กัปตันพูดยิ้มๆ ตามฉบับหนุ่มน้อยวัยใสแต่ตอนนี้เขาไม่ใสแล้วเพราะพี่สาวคนนี้น่ารักจนเขาอยากเป็นหนุ่มเต็มตัวซะแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นเอาต้นนี้แล้วกันพี่ว่ากัปตันน่าจะชอบ” มินตราเลือกต้นไม้ให้กัปตันแล้วก็ให้คนยกไปไว้ที่รถรอ
ภูมิเขตที่อยู่ตรงนั้นก็เหมือนไม่มีตัวตนเพราะมินตราแทบไม่คุยกับเขาเลยสักคำ
หลังจากวันนั้นภูมิเขตก็มาหามินตราอีกสองสามครั้งแต่ทุกครั้งที่เขามามินตราก็หาเรื่องป่วยทุกที ส่วนกัปตันก็ได้แต่ชื่นชมดูแลต้นไม้ที่มินตราเลือกให้อย่างมีความสุข
มินตราคิดหาทางออกเรื่องแต่งงานอยู่ไม่เว้นวันว่าเธอจะหาผู้ชายที่ไหนมาแต่งงานด้วยจนมีวันหนึ่งเพื่อนสนิทของเธอชวนเธอไปเที่ยวบาร์โฮสต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง
“มินตราเย็นนี้ไปเที่ยวกัน ฉันจะพาแกไปสนุก วันก่อนฉันไปกับพี่สาวของฉันสนุกมากๆ งานดีๆ ทั้งนั้นแก แกไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นเตรียมแค่เงินกับยาดมเพราะเดี๋ยวเมากล้ามจนเป็นลม” ชนัญชิตา เพื่อนสนิทของเธอพูดออกมาตามสายจากมือถืออย่างออกรสออกชาติ
“ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันแก เงินของฉันมันพร้อมมากๆ” มินตราหญิงสาวนักล่าเหล่าชายในบาร์โฮสต์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม่ให้แต่งงานไม่ยอมแต่เพื่อนชวนเข้าบาร์โฮสต์ตื่นตาตื่นใจทันที นี่แหละมินตรา