3
บาร์โฮสต์บาร์ใจ
มินตราแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดมากๆ เสื้อเกาะอกสีแดงเลือดหมู โชว์หน้าท้องแบนราบ กระโปรงหนังสั้นเลยขึ้นมาเหนือหัวเข่าค่อนข้างสูงแต่ก่อนออกจากบ้านเธอก็สวมเสื้อคลุมมิดชิดเพราะเธอไม่อยากให้แม่ของเธอทวงติงเรื่องการแต่งตัวเพราะแม่ของเธอค่อนข้างที่จะหัวโบราณ
เมื่อเธอเดินผ่านแม่ของเธอแน่นอนว่าแม่ของเธอก็ถามขึ้นในทันทีว่าเธอกำลังจะออกไปไหน “มินตราจะไปไหนลูก”
“จะไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ” มินตราพูดให้ดูเบาที่สุดเพราะเธอไม่อยากทะเลาะกันกับแม่เพราะช่วงหลังๆ เธอไม่ค่อยลงรอยกับแม่เท่าไร
“พรุ่งนี้แม่นัดคุยกับพ่อและแม่ของภูมิเขตเรื่องงานแต่ง” มินตราได้ยินจากที่เธอพยายามใจเย็นอารมณ์ของเธอก็ร้อนขึ้นมาทันที
“มินบอกเรื่องนี้กับแม่หลายครั้งแล้วนะคะ ว่าหนูจะไม่ยอมแต่งงานกับคนที่หนูไม่ได้รัก” มินตราพูดแค่นั้นก็เดินออกไปจากบ้านทันที “แกจะพูดยังไงก็ช่างแกต้องแต่งงานตามที่แม่สั่งถ้าไม่อย่างนั้นแกกับฉันก็ไม่ต้องมาเป็นแม่เป็นลูกกันอีก” เพลินจิตตะโกนไปตามหลังลูกสาวของเธอเสียงดังมินตราได้ยินมันทุกอย่างแต่เธอไม่หันกลับไปโต้เถียงกลับแม่เพราะเธอรู้ดีว่าต่อให้เธอตอบโต้ไปแม่ก็ไม่ยอมเธออยู่ดีมีทางเดียวในตอนนี้คือเธอต้องหาผู้ชายมาแต่งงานกับเธอให้ได้
บาร์โฮสต์ชื่อดังในย่านที่มีสถานบันเทิงมากมาย
มินตราออกไปรับชนัญชิตาที่บ้านของเธอแล้วก็ออกมาพร้อมกันแล้วก็นัดเพื่อนอีกสองคนให้มาเที่ยวด้วยกันในวันนี้ ชนัญชิตาดูตื่นเต้นมากที่จะได้ไปเที่ยวบาร์โฮสต์ในวันนี้
พอลลีนกับเพื่อนฝาแฝดของเธอก็มาเที่ยวที่บาร์โฮสต์ที่เดียวกันกับมินตราเช่นเดียวกันแต่กลุ่มของมินตรามาถึงที่บาร์ก่อนกลุ่มของพอลลีน
“นี่แกฉันชอบน้องคนนั้นว่ะ” ชนัญชิตาชี้ไปที่ริกเตอร์ มินตราเองเมื่อเห็นก็เห็นด้วยกับเพื่อนเพราะทั้งรูปร่างหน้าตาผิวพรรณของเขามันสะดุดตาของเธอมากๆ
“งานดีนะตาแกนี้ถึงจริงๆ ชิตา” เพื่อนอีกคนที่มาด้วยเอ่ยชมเธอทันทีเพราะริกเตอร์หล่อน่ารักมากๆ ในสายตาของพวกเธอ
“แกว่าไงมินตราถ้าแกโอเคฉันซื้อเลยจ้า” ชนัญชิตาหันไปถามความเห็นจากมินตราเธอพยักหน้าเขินๆ ที่ต้องมาเลือกผู้ชายอย่างนี้แม้ว่าเธอจะเคยมาแต่การมาทุกครั้งก็มีแต่เพื่อนๆ เลือกหนุ่มๆ มาทั้งนั้นส่วนเธอตามแล้วแต่เพื่อนจะเลือกมาให้
“ถ้าอย่างนั้นเรามาสี่คนผู้ชายห้าคนพอ” ชนัญชิตาพูดพลางมองหนุ่มเพิ่มโดยมีเพื่อนอีกสองคนที่มาด้วยเลือกช่วยและแต่ละคนที่พวกเธอเลือกมาก็มีแต่ตัวท๊อปๆ ของร้านทั้งนั้นเรื่องเงินไม่ต้องห่วงเพราะเพื่อนในกลุ่มของมินตรามีแต่ลูกของเศรษฐีร้อยล้านทั้งนั้นเรียกว่าชีวิตดีไม่มีที่ติ
ริกเตอร์และหนุ่มๆ อีกสี่คนเดินตรงมาที่โต๊ะเพื่อเอนเตอร์เทนสาวๆ ทั้งสี่คน ดูพวกเธอจะชอบใจมากแต่มินตราวันนี้ไม่รู้เป็นอะไรเธอซึมๆ ไม่ร่าเริงอย่างเช่นทุกครั้งที่เธอมาเที่ยวจนชนัญชิตาต้องถามเธอด้วยความเป็นห่วง
“มินตราแกเป็นอะไรแกอยากได้หนุ่มคนไหนเพิ่มหรือเปล่าทำไมวันนี้แกไม่จอยเลยล่ะ” ชนัญชิตาเอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาเพราะอยากเห็นเธอร่าเริงสดใสอย่างเช่นทุกวัน
“มีเรื่องกับแม่นิดหน่อย เรื่องเดิมๆ ที่แกก็รู้ว่าเรื่องอะไร” มินตราพูดออกมาแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เรื่องที่แม่ของแกอยากให้แกแต่งงานกับพี่หื่นคนนั้นน่ะหรอ เป็นฉัน ฉันก็ไม่ยอมแต่งหรอกถ้าหนุ่มๆ อย่างนี้ก็ว่าไปอย่าง” ชนัญชิตาพูดพลางใช้มือของเธอลูบไล้ไปตามแผงอกของหนุ่มคนหนึ่งที่เธอเลือกมา
“คิดอะไรบางอย่างออกแล้ว” เพื่อนที่มาด้วยกันที่ได้ยินปัญหาของเธอก็พูดขึ้นมาเสียงดัง
“แกก็แค่หนี หนีไปให้ไกลให้แม่ของแกตามตัวไม่เจอสักสองปีแล้วค่อยกลับมา”
“ไร้สาระ พูดไปเรื่อย” เพื่อนอีกคนที่กำลังนั่งตักหนุ่มหล่อกล้ามแน่นพูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วยกับคำแนะนำของเพื่อนคนนั้น
“ยกก่อนสิครับเผื่อจะคิดอะไรดีๆ ออก” ริกเตอร์เดินมานั่งข้างๆ มินตราพร้อมกับยื่นแก้วเหล้าให้กับเธอ มินตรารับแก้วนั้นมาดื่มพรวดเดียวหมดแก้ว
“น้องนี่น่ารักจริงๆ เอาใจก็เก่งว่าแต่น้องชื่ออะไรนะ” ชนัญชิตาเอ่ยถามเขาทันทีแต่ตอนนี้เธอกำลังนั่งนัวเนียกับหนุ่มอีกคนจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว
“ริกเตอร์ครับ” เมื่อเขาพูดจบมินตราก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าของเขาชัดๆ และในตอนนั้นเขาเองก็มองหน้าของเธอพอดีใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น มินตรามองหน้าของเขาไม่ชัดเลยเพราะมันใกล้มากจนภาพเบลอ
“แค่ได้ยินชื่อพี่ก็สั่นแล้วอ่ะ อยากให้ริกเตอร์มาวัดแรงสั่น” ชนัญชิตาพูดขึ้นมาเสียงอ่อยๆ
“พี่ชื่อชิตา ส่วนเพื่อนพี่ที่น้องนั่งข้างๆ ชื่อมินตรา พี่อยากบอกว่ามินตราเงินหนักมาก ส่วนสองคนนั้นไม่ต้องสนใจเพราะดูแล้วมันก็คงไม่สนใจน้องหรอก” ชนัญชิตามองไปที่เพื่อนสาวของเธอสองคนที่นั่งหัวเราะคิกคักกับหนุ่มอีกสามคนที่เหลือ ริกเตอร์ก็ได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไรต่อ แต่ริกเตอร์รู้สึกสนใจมินตรามากๆ อย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกกับลูกค้าคนไหนที่เขาเคยบริการมา
“ฉันคิดอะไรออกแล้ว” มินตราพูดขึ้นมาพร้อมกับพูดขึ้นมาเสียงดังจนเพื่อนๆ กับหนุ่มๆ ต้องหยุดนัวเนียกันเพื่อหันมามองที่เธออย่างสงสัยว่าเธอกำลังจะพูดอะไรออกมา