5
บทบาทใหม่ของริกเตอร์
ริกเตอร์ขับรถพามินตราไปจอดที่แห่งหนึ่ง มินตราที่นอนหลับมาตลอดทางตอนนี้เธอตื่นขึ้นมาข้างหน้าของเธอเป็นทะเลที่สวยงามยามเช้า ริกเตอร์ที่ไม่รู้ว่าจะพาเธอไปที่ไหนเขาจึงพาเธอขับรถมาเรื่อยๆ จนมาถึงที่ทะเลแห่งนี้ มินตราที่นอนหลับจนไม่รู้เลยว่าเธอมาที่นี่ได้อย่างไร เมื่อมาถึงเขาก็ปล่อยให้เธอนอนหลับไปในรถอย่างนั้นจนส่วนเขาก็ค่อยหลับไปกับเธอ
มินตราที่พยายามนึกเหตุการณ์เมื่อคืนนึกเท่าไรเธอก็จำได้แค่ตอนที่เธอคุยเรื่องแต่งงานกับริกเตอร์หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรแทบไม่ได้เพราะเมื่อคืนเธอสนุกมากและก็เมามากจนจำอะไรแทบไม่ได้
“นี่เราเมาขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย จำอะไรไม่ได้เลยโชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่โดนข่มขืนเนี่ย หรือว่าอาจจะไม่มีใครอยากข่มขืนเรา” มินตราพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองข้างๆ ก็เห็นเป็นริกเตอร์ที่นอนอยู่เบาะข้างๆ ตรงเบาะนั่งของคนขับ
“นี่ตื่นแล้วหรอ” ริกเตอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับหันมามองเธอเพราะเขาได้ยินเธอบ่นพึมพำคนเดียว
“เรื่องข่มขืนไม่มีหรอก ผมไม่ชอบรังแกคนที่ไม่มีทางสู้ ถ้าพี่ยอมผมค่อยทำ” ริกเตอร์พูดหน้านิ่งๆ แต่คนฟังอย่างมินตรากลับเขินทำไมก็ไม่รู้
“ว่าแต่ทำไมเธอพาพี่มาที่นี่ล่ะ” มินตราเอ่ยถามเขาพลางเปิดประตูลงจากรถเพื่อออกไปสูดอากาศที่เย็นสดชื่น
“ก็พี่บอกผมว่าพี่ไม่อยากกลับบ้านผมก็ไม่รู้ว่าจะพาไปที่ไหนก็เลยขับรถมาเรื่อยๆ จนมาถึงที่นี่” ริกเตอร์พูดขึ้นมาก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบแต่เขาเดินไปสูบไกลจากเธอพอสมควร
หลังจากที่ทั้งสองนั่งชมบรรยากาศได้สักพัก มินตราก็นึกถึงเรื่องแต่งงานขึ้นมาได้จึงพูดคุยข้อตกลงกับริกเตอร์เรื่องที่เธอจะจ้างเขามาแต่งงานทันที
“ยังไงเราก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยกันแล้วพี่ว่าพี่อยากจะคุยเรื่องที่จะจ้างเธอมาแต่งงานด้วย” มินตราพูดขึ้นพลางหันข้างมองไปที่ริกเตอร์
“เรื่องนั้นผมยังไงก็ได้ เรื่องเงินเท่านั้นที่ผมต้องการในตอนนี้” ริกเตอร์พูดขึ้นมาอย่างไม่อายว่าตอนนี้เขาต้องการแค่เงินเท่านั้น
“เรื่องเงินพี่ไม่เกี่ยง เธออยากได้เป็นเดือนเป็นสัปดาห์หรือรายวันก็ได้นะ” มินตรายอมจ่ายขอแค่ริกเตอร์รับงานนี้จากเธอ
“ถ้าผมเรียกเยอะไปพี่จะว่าอะไรหรือเปล่าแต่ถ้าพี่ไม่อยากจ้างถ้าเห็นว่าผมเรียกเยอะก็ได้นะ” ริกเตอร์แม้ปากจะบอกว่าเขาต้องการเงินเท่านั้นแต่พอจะเรียกเงินจากมินตราจริงๆ ก็เกิดความเกรงใจขึ้นมาซะอย่างนั้น
“พี่ให้เดือนละแสนพอมั้ย นี่เฉพาะเงินเดือน ถ้าอยากไปเที่ยวกับพี่ พี่จ่ายเอง เพราะพี่ต้องการเธอมาแต่งงานด้วยจริงๆ นะ พี่ไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ” มินตราพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของริกเตอร์เพราะเธอกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ
“มันไม่มากไปหรอพี่” ริกเตอร์ทักท้วงเธอขึ้นมาแม้ว่าเขาจะอยากได้เงินแต่เขาก็ยังมีความเกรงใจเธอ
“ไม่มากหรอกตกลงตามนั้น แล้ววันนี้พี่จะพาไปเจอกับที่บ้าน เธอก็ช่วยเล่นบทแฟนที่น่ารักของพี่ด้วยไม่ต้องเกร็งเรื่องพ่อกับแม่ของพี่เพราะพี่จะจัดการเอง”
“โอเคเริ่มตอนนี้เลย” ริกเตอร์ขยับไปนั่งใกล้ๆ เธอแล้วก็เลื่อนมือของเธอไปจับที่มือของเธอ
“ทำอะไรของเธอริกเตอร์”
“ก็ทำหน้าที่แฟนที่ดีไงครับ” ริกเตอร์เองก็ดูเจ้าเล่ห์พอตัวอยู่เหมือนกันเขาตอบกลับเธอยิ้มๆ แล้วก็จับมือเธอลุกขึ้น
“ไปกินข้าวเช้ากันครับที่รักของผม” ริกเตอร์พูดขึ้นคนฟังอย่างมินตราแม้รู้ว่าจะเป็นแค่เรื่องสมมติแต่ทำไมเธอเขินริกเตอร์ก็ไม่รู้
“ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ตอนนี้ไม่มีคนรู้จักเราสักหน่อย”
“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวไม่สมจริงพี่จ้างผมแพงขนาดนั้นก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” ริกเตอร์พูดออกมายิ้มๆ มินตราก็เลยต้องปล่อยให้เขาทำงานของเขาไปแต่ก็ผลดีต่อเธอด้วยเพราะทุกคนจะได้เชื่อว่าริกเตอร์เป็นแฟนของเธอจริงๆ
มินตรารู้สึกพร้อมมากที่จะพาแฟนเด็กหลอกๆ ของเธอไปหลอกแม่ของเธอเพื่อที่จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่แม่เลือกให้
มินตราให้ริกเตอร์ขับรถมาที่บ้านของเธอ เมื่อมาถึงที่บ้านมินตราเดินเข้าไปในบ้านก็เจอพ่อกับแม่ของเธอนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกำลังนั่งพูดคุยเรื่องงานแต่งของมินตรากับภูมิเขตโดยไม่รู้เลยว่าลูกสาวไม่อยากแต่งงานจนต้องจ้างผู้ชายคนอื่นมาแต่งงานด้วย
“แกไปไหนมามินตราทำไมไม่กลับบ้านกลับช่องไปเที่ยวดึกๆ ดื่นๆ เป็นผู้หญิงยิงเรือ” เพลินจิตพูดเสียงดุๆ ใส่เธอทันทีที่เห็นหน้า
“อย่าไปว่าลูกเลยคุณลูกก็โตแล้ว แกดูแลตัวเองได้แล้ว” กองพลคือคนที่คอยห้ามแม่ของเธออย่างนี้ทุกครั้งแต่กองพลก็ช่วยอะไรลูกสาวมากไม่ได้เพราะขัดภรรยาไม่ค่อยได้
“แล้วนั่นใคร” เพลินจิตมองไปที่ริกเตอร์แล้วก็ถามทันที ริกเตอร์ที่เห็นว่าเพลินจิตทักท้วงก็รีบยกมือไหว้ทันที
“สวัสดีครับผมริกเตอร์เป็นแฟนของพี่มินตราครับ” ริกเตอร์พูดออกมาเพลินจิตแทบอยากจะเป็นลม
“นี่มันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรอมินตรา” เพลินจิตถามลูกสาวย้ำอีกครั้งเพราะเธออยากรู้จากปากของลูกสาวของเธอว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
“ใช่ค่ะ ริกเตอร์คือแฟนของหนูเพราะฉะนั้นแล้วแม่อย่าบังคับให้หนูแต่งงานกับคนที่หนูไม่ได้รักอีกเลย คนที่หนูรักคือริกเตอร์” มินตราพูดขึ้นด้วยเสียงที่หนักแน่นมั่นใจมากๆ
“แกตาต่ำไปคว้าไอ้เด็กนี่จากที่ไหน ทำไมแกมันไม่เอาไหนอย่างนี้มินตรา ลูกชายของผู้ว่าไม่ดีตรงไหนทำไมแกถึงไม่ชอบเขา” เพลินจิตพูดขึ้นมาเสียงดังด้วยความโกรธจนกองพลสามีของเธอต้องคอยบอกให้ใจเย็นๆ
“ใจเย็นๆ สิคุณค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน เรื่องความรักเราไปเลือกให้ใครไม่ได้หรอกนะคุณ” กองพลที่พยายามปลอบแต่กลับไม่ถูกใจของเพลินจิตจนเธอต้องโวยวายอีกครั้ง
“คุณก็เหมือนกันเข้าข้างลูก ตามใจลูกจนเสียคนอย่างนี้ ไม่มีใครได้ดั่งใจฉันเลยสักคน” เพลินจิตพูดพลางจ้องมองลูกสาวของเธออย่างผิดหวังที่เธอไม่ได้ดั่งใจของตัวเอง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวนะคะ” มินตราจับมือของริกเตอร์แล้วพาเขาเดินผ่านหน้าแม่ของเธอไปและกำลังจะขึ้นไปบนห้องนอนของเธอ
“นี่มินตราแกจะพามันขึ้นห้องทั้งๆ ที่แม่ยังนั่งอยู่ตรงนี้”
“ใช่ค่ะ ไม่เห็นเป็นไรหนูก็โตพอที่จะใช้ชีวิตของหนูสักที” มินตราพูดจบก็พาริกเตอร์เดินขึ้นห้องต่อแต่เธอก็ตัดสินใจไม่ขึ้นไป
“ไม่ขึ้นห้องดีกว่า เราไปข้างนอกกันดีกว่าริกเตอร์” มินตราพูดจบก็จับมือของริกเตอร์เดินย้อนกลับมาอีกครั้งแล้วก็เดินออกจากบ้านไปโดยไม่ได้สนใจแม่ของเธอเลยสักนิด
มินตราไม่ได้อยากทำให้แม่เสียใจแต่ที่แม่ของเธอทำมันบีบบังคับให้เธอต้องทำอย่างนี้ ในเมื่อแม่ของเธอใจร้ายกับเธอก่อนทำให้เธออยู่นิ่งๆ ไม่ได้