บทที่ 3 คัดเลือกตัว 5

1039 Words
บัณฑิตจิวจิ่นฟางรู้ข่าวจากน้องสาว เขาก็นั่งเกี้ยวพุ่งมาที่บ้านเฉินจินเหยาทันที “ข้าตั้งใจจะเสนอชื่อน้องสาวเจ้าเข้าวังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทางหลี่ชุ่ยผินก็เห็นด้วย สั่งให้เหมยเซียงเตรียมตัวเข้าวังตามหลังนางไปได้เลย ข้าให้คนส่งข่าวไปที่บ้านเจ้าแล้ว ป่านนี้คงจะกำลังฉลองอยู่แน่” เฉินจินเหยาเอ็นดูหลานทั้งสองคนนี้นัก กิริยามารยาทของจิวเหมยเซียงนางเป็นผู้อบรมมากับมือ ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะล้วนเหมาะสมไม่มีผู้ใดในอำเภอหม่าเจียงสู้ได้ หากจะสนับสนุนให้ใครได้ดี มิสู้สนับสนุนเครือญาติกันเองไม่ดีกว่าหรือ พอจิวจิ่นฟางได้ยินข่าวดีเช่นนั้นก็หัวใจพองโต อีกหน่อยน้องสาวคลอดพระโอรส เขาก็ย่อมมีหน้ามีตา ตำแหน่งสำคัญใหญ่ๆ อย่างมหาเสนาบดีจะไปไหนเสีย “ข้ากำชับให้คนส่งข่าวไปหาท่านเสนาบดีกวงไว้แล้ว รับรองว่าเหมยเซียงมีแต่รุ่งกับรุ่ง เจ้าเองก็ด้วยนะ เข้าเมืองหลวงไปพร้อมเหมยเซียงคราวนี้ เจ้าต้องเตรียมเงินเบิกทางไปให้มากๆ หน่อย” “ท่านป้ารู้ใจหลานยิ่งนัก แต่หลานมีความคิดหนึ่งจะเสนอ” “ว่ามาสิ” “อีกหน่อยซิ่วไฉอย่างหลานก็จะได้กินตำแหน่งขุนนางใหญ่ น้องสาวก็เข้าวังไปเป็นชายาเอก จะขาดก็แต่หญิงรับใช้ติดตามเข้าวัง” “ตามธรรมเนียมแล้วเหมยเซียงจะพาคนสนิทเข้าวังไปได้สองคน เดี๋ยวนางก็เลือกเสี่ยวฮวากับเสี่ยวจื้อเข้าวังไปรับใช้เองล่ะ เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก” “หลานต้องการให้ท่านป้าช่วยเสนอชื่ออีกคนต่างหาก” “ใคร?” “อู๋ซานเหนียง” จิวจิ่นฟางแสยะยิ้มพลางจ้องมองขาที่หักทั้งสองข้างของตนเอง จะไปไหนมาไหนก็ต้องให้คนแบกขึ้นหลังน่าทุเรศสิ้นดี ไหนจะพวกชาวบ้านไร้สมองที่ยังคงซุบซิบเรื่องฉาวโฉ่ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าโมโหจนผูกใจเจ็บ เมื่อวานก่อนได้ยินชาวบ้านปรึกษากันว่าจะทำร่ม[1]ให้อู๋ซื่อหวง จิวจิ่นฟางจึงยิ่งนึกแค้น ต้องการล้างผลาญสองพ่อลูกสกุลอู๋ให้ตายทั้งโคตร “อืม... นับว่าเจ้ามีความคิดตรงกับข้า ทางหลี่ชุ่ยผินยืนยันว่าจะให้เด็กนั่นเข้าวังด้วยให้ได้ ข้าจึงเสนอให้นางติดตามเหมยเซียงในฐานะสาวใช้ หลี่ชุ่ยผินก็ไม่ได้ว่าอะไร” “ดี! งั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หลานหวัง หลานจะให้นางนั่นถูกกดขี่ข่มเหง รองมือรองเท้าเหมยเซียงไปจนตาย ส่วนพ่อของมัน ข้าจะ...” จิวจิ่นฟางคำรามคั่งแค้น เกือบจะพลั้งปากออกไป ดีที่เขาตาไวเห็นคนรับใช้ยืนอยู่ไม่ไกล ตั้งแต่เกิดเรื่องน่าอาย จิวจิ่นฟางก็ระมัดระวังตัวจนเข้าขั้นหวาดระแวง เฉินจินเหยาป้องปากหัวเราะพลางประคองป้อนขนมให้หลานชายอย่างเอาใจ “ท่านขุนนางใหญ่ไม่ต้องใจร้อน หลี่ชุ่ยผินฝากงานให้เจ้าจัดการแล้ว” “งานอะไรหรือ?” “เอาเป็นว่าสมหวังดังตั้งใจเจ้าทุกประการก็แล้วกัน” นางเฉินจินเหยาไม่ตอบให้ตรงคำถาม เอาแต่หัวเราะพลางปาดฝาชากับขอบถ้วย เป่าไอน้ำชาร้อนๆ อย่างสบายอารมณ์ [1] เป็นธรรมเนียมของชาวจีน ขุนนางที่สร้างความดี ชาวบ้านจะร่วมกันทำร่มกระดาษคันใหญ่แล้วร่วมกันลงชื่อบนร่ม เรียกว่าร่มเชิดชูความดี ตกค่ำ บ้านเรือนแต่ละหลังล้วนปิดมืดเนื่องจากเทียนไขเป็นของฟุ่มเฟือย แต่จวนที่พักของนายอำเภอยังมีแสงเทียนลอดผ่านหน้าต่างตามปกติ เพราะอู๋ซานเหนียงสังเกตเห็นว่าเทียนไขที่จุดแต่ละแท่งใช้แล้วก็หมดไป ดังนั้นนางจึงทำแท่นวางเทียนจากกระบอกไม้ไผ่ เมื่อเทียนละลายก็ไหลลงไปที่กระบอกไม้ไผ่ด้านล่าง กลายเป็นเทียนใหม่อีกแท่งหนึ่ง เวียนใช้ได้ไม่ขาดแคลน อู๋ซานเหนียงประคองแท่นวางเทียนนำไปไว้ที่ห้องอ่านหนังสือของบิดาเพิ่มขึ้น ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือใกล้กันเพื่อช่วยบิดาตรวจทานหนังสือราชการ สักพักใหญ่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบไปรื้อค้นตะกร้าใส่หนังสือตอบกลับแต่มันว่างเปล่า “ท่านพ่อ ฎีกาของดเว้นภาษีที่ท่านส่งไปเมืองหลวงเมื่อเดือนก่อนยังไม่มีหนังสือตอบกลับมาเลยนะเจ้าคะ ข้าเกรงว่ามันอาจจะตกหล่นระหว่างทาง หรือไม่ก็เป็นเพราะ...” “เหนียงเอ๋อร์...” อู๋ซื่อหวงตวัดพู่กันโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา น้ำเสียงเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด “มันไม่ตกหล่นหรอกลูก แต่เป็นเพราะพ่อไม่มีพี่ข่งฟาง[1]” ใบหน้าอ่อนเยาว์ของอู๋ซานเหนียงงอง้ำ ระบบสินบนเฮงซวย! [1] ข่งฟาง หมายถึง รูสี่เหลี่ยม (เหรียญกลมแบนจะเจาะรูสี่เหลี่ยมตรงกลาง) แปลความหมายว่าอู๋ซื่อหวงไม่มีเงินจ่ายใต้โต๊ะขุนนางเพื่อส่งฎีกาถวายให้เหลียนอ๋องทอดพระเนตรนั่นเอง “ท่านพ่อ ตอนนี้ดึกมากแล้ว ท่านตรวจหนังสือมาตั้งแต่บ่าย พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ” “อืม เจ้าไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวดื่มชาหมดถ้วย พ่อก็จะเข้านอนแล้วละ” อู๋ซื่อหวงไอเบาๆ สองสามครั้ง ลูกสาวจึงลุกขึ้นไปเทน้ำชาของบิดาทิ้งด้านนอกหน้าต่าง ก่อนจะคะยั้นคะยอให้อู๋ซื่อหวงวางพู่กันด้วยการยึดแท่นฝนหมึกไป “เฮ้อ! ไอ้ลูกคนนี้ เออๆ นอนก็นอน” “งานไม่หนีท่านพ่อไปไหนหรอกเจ้าค่ะ วางไว้พรุ่งนี้ก็ยังอยู่ที่เดิม ลุงเป่าเป็นเสมียนให้ท่านตั้งแต่หนุ่มยันแก่ อายุมากแล้วแต่ยังแข็งแรงเพราะเข้านอนแต่หัวค่ำ ท่านต้องเอาอย่างลุงเป่า ตื่นตอนเช้ามาสดชื่น ตรวจงานได้เร็วกว่าตอนอ่อนเพลียแน่นอนเจ้าค่ะ เมื่อเย็นป้าหยวนหอบขิงมาฝาก ข้าจะต้มน้ำขิงร้อนๆ ให้ทานแต่เช้า ท่านพ่อต้องถนอมตัวเอง จะได้อยู่ดุข้าไปนานๆ นะเจ้าคะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD