บทที่4 เผชิญชะตา 2

1091 Words
อู๋ซานเหนียงร้องอึกอักเมื่อองค์หญิงกรีดปลายนิ้วเชยคางของนางขึ้น พลิกซ้ายขวาเพื่อสำรวจตรวจสอบ แววตาขององค์หญิงเกิดเพลิงริษยาขึ้นเล็กๆ เพราะอู๋ซานเหนียงถึงจะเป็นเพียงบุตรขุนนางชั้นผู้น้อยหน้าตาธรรมดาๆ แต่ก็มีประกายความงามโดดเด่นแอบซ่อนอยู่ เพียงหากนางจะฝึกยิ้มอ่อนหวาน หัวใจชายทั้งหลายย่อมต้องตกอยู่ในห้วงเสน่หาเป็นแน่ “แม่ของเจ้ามาจากแคว้นฉู่เหมือนเสด็จแม่ของข้า ใบหน้าของเจ้าคล้ายคลึงกับข้าหลายส่วน ส่วนรูปร่างก็... ช่าง... น่าเร้าใจชาย” องค์หญิงเหวินเฉิงไล้ปลายนิ้วลงมาที่พวงแก้มแล้วจิกเล็บเข้าไปอย่างแรง แม้อู๋ซานเหนียงจะกลั้นเสียงร้องไว้เพียงใดแต่ไหล่บอบบางก็สะดุ้งไหว ดวงตาสะท้อนความหวาดกลัว ปฏิกิริยานี้น่ารักจนองค์หญิงหัวเราะคิก “ท่าทางจะไม่เคยผ่านมือชายใดเลยจริงๆ ถึงจะมอมแมมเหม็นสาบบ้านนอก แต่นางนี่แหละเหมาะมากเพคะเสด็จพ่อ” “เด็กน้อย เจ้าไม่ต้องกลัว เจ้าอยากจะกลับบ้านหรือไม่” เหลียนอ๋องรับสั่งถาม อู๋ซานเหนียงหมอบอยู่ที่พื้นจึงเงยหน้าขึ้น พยักหน้าแรงๆ ทั้งน้ำตา “เพคะ ได้โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย บิดาของหม่อมฉันไม่มีผู้ใดดูแล ตอนนี้ท่านกำลังป่วย...” “งั้นก็ง่ายนิดเดียว แค่ทำงานเล็กน้อยให้ข้า แล้วเจ้าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย และบิดาของเจ้าจะได้รับตำแหน่งเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างที่เจ้าไม่อยู่ ข้าจะสั่งคนให้ดูแลเขาอย่างใกล้ชิดแทนเจ้าเอง” เหวินเฉิงตอบเสียงเยาะๆ อู๋ซานเหนียงจึงเหลือบดูขุนนางกังฉินที่รายล้อมเจ้าชีวิตของตน แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเหลียนอ๋องเป็นคนเช่นใด “องค์หญิงมีพระประสงค์มอบหมายงานอะไรให้หม่อมฉันเพคะ” “นางเด็กโง่! แค่ทำตามคำสั่งขององค์หญิงก็พอ ถ้าพระองค์ไม่ได้ถาม อย่าบังอาจสอดปากพูด” นางข้าหลวงหลี่ชุ่ยผินหยิกหลังอู๋ซานเหนียง แต่อู๋ซานเหนียงไม่ได้ร้อง นางก้มหน้านิ่ง บอกชัดเจนว่าต้องการคำตอบ นางจะเต็มใจช่วยก็ต่อเมื่อรู้ว่าผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายต้องการอะไรและนางต้องต่อสู้กับใคร อู๋ซานเหนียงกำลังจะเจรจาต่อรอง แต่วาจาของหลี่ชุ่ยผินทำให้นางฉุกใจคิด นางข้าหลวงผู้นี้จงใจย้ำ จงใจเรียกนางว่า ‘นางโง่’ อู๋ซานเหนียงไม่เข้าใจ แต่ครั้นจะอ้าปากถาม นางสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอะไรบางอย่างบนร่างกายขององค์หญิง อู๋ซานเหนียงจึงตัดสินใจสงบปากสงบคำ แสร้งทำตัวเซ่อซ่า ไม่รู้ความ “มะ...หม่อมฉันรู้จักแต่งานทำความสะอาด เย็บปักถักร้อย ปลูกผักเลี้ยงไก่ ไก่... ไก่... มะ...มะ...ไม่ทราบว่าองค์หญิงทรงมีงานใดให้หม่อมฉันรับใช้เพคะ” “งานชั้นต่ำพวกนั้นไม่จำเป็นสำหรับเจ้าอีกแล้ว จงเป็นตัวแทนของข้า เดินทางไปยังแคว้นเอี้ยนเพื่อเข้าพิธีอภิเษกในฐานะข้าไงล่ะ” เหวินเฉิงเหยียดยิ้มที่มุมปาก ยิ่งเห็นเนื้อตัวของอู๋ซานเหนียงสั่นเทา พูดจาสับสน องค์หญิงก็ยิ่งรู้สึกสนุก “เจ้าจะต้องเข้าไปอยู่ข้างกายองค์ชายเอี้ยนเซิน หญิงสามัญชนไร้ฐานะอย่างเจ้ามีวาสนาจะได้แต่งกับเชื้อพระวงศ์คนสำคัญของแคว้นเอี้ยนเชียวนะ ดีใจละสิ” อู๋ซานเหนียงเบิกตากว้างพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ทันทีที่ถูกพาตัวออกมาจากอำเภอหม่าเจียง ชั่วชีวิตที่เหลือของนางก็ไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่ออู๋ซานเหนียงอีกต่อไปแล้ว... “มะ...หม่อมฉันเป็นคนไม่รู้ความ กะ...เกรงว่าจะทำไม่ได้ตามที่ทรงคาดหวัง” “ไม่ต้องกังวลไป ไพร่อย่างเจ้าก็แค่ไปทำหน้าที่แทนข้าชั่วคราว แล้วเมื่อข้าพร้อมเมื่อไหร่ เราค่อยสลับตัวกันกลับมา... จงหาทางรับใช้ใกล้ชิดและทำให้พระสวามีของข้าหลงใหลเจ้าให้ได้ ทำเพื่อข้า... เจ้าต้องทำให้สำเร็จนะ ถ้าไม่... พ่อของเจ้าต้องเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด” อู๋ซานเหนียงสะกดเสียงกรีดร้อง ก้มลงคำนับปะหลกๆ “องค์หญิงทรงเมตตาด้วย องค์หญิงทรงเมตตาด้วย” “ข้ากำลังให้เจ้าได้มีวาสนาเป็นองค์หญิง ต่อไปจะได้กินดีอยู่ดี มีเสื้อผ้าสวยๆ สวมใส่ และยังมีพระสวามีรูปงามพะเน้าพะนอ ทุกอย่างนี้ต่อให้เจ้าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นนับพันก็ไม่มีทางได้ ยังไม่รีบขอบคุณข้าอีกรึ?!” อู๋ซานเหนียงมองไปรอบๆ เห็นทหารองครักษ์มีอาวุธในมือยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ หากกล้าเอ่ยปฏิเสธ นางก็จะต้องเจอดาบเล่มนั้น แต่มันอดไม่ได้ที่น้ำตาจะร่วงเผาะ องค์หญิงจึงยกชายเสื้อขึ้นบังพระโฉมอย่างนึกรำคาญ นึกเหม็นกลิ่นสาปของพวกสามัญชน ไหนจะชุดเสื้อผ้าที่แสนจะไร้รสนิยมนั่นอีก สิ่งที่อู๋ซานเหนียงทำได้จึงมีเพียงกลั้นน้ำตาไว้และหาทางถ่วงเวลาเพื่อเอาตัวรอด “มะ...หม่อมฉันจากบ้านมาโดยมิได้บอกกล่าวบิดา ขอองค์หญิงและท่านอ๋องทรงเมตตาเด็กต่ำต้อยเช่นหม่อมฉันสักครั้ง หม่อมฉันขอพบหน้าบิดาเพื่อร่ำลาก่อนเถิดเพคะ แล้วหม่อมฉันจึงจะจากไปทำงานถวายองค์หญิงอย่างเบาใจได้” องค์หญิงเหวินเฉิงทำเสียงชิชะในลำคอด้วยกิริยาที่ไม่น่าชื่นชม ก่อนจะพยักพเยิดให้นางข้าหลวงพาตัวอู๋ซานเหนียงไป “สั่งสอนให้นางรู้ว่าอย่าบังอาจขัดใจข้า” “เพคะ” อู๋ซานเหนียงพยายามขัดขืนแต่ทว่าถูกมัดปิดตาอีกครั้งแล้วลากตัวออกไป องค์หญิงผู้เอาแต่ใจจึงลูบครรภ์นูนเด่นของตนอย่างพึงพอใจ เหลียนอ๋องนึกอยากจะด่าสักเท่าใดแต่ก็ทำได้เพียงเคี้ยวฟันกรอด เรื่ององค์หญิงทรงตั้งครรภ์ทั้งที่ยังไม่ได้อภิเษกนี้จึงถือเป็นความลับสูงสุด ห้ามผู้ใดแพร่งพรายเด็ดขาด “เสด็จพ่อเลิกกังวลได้แล้วเสียทีนะเพคะ” แคว้นเหลียนอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้มั่งคั่งจากการขายพืชพรรณธัญญาหารและขุดเหมืองสินแร่ แต่ทว่าภาวะสงครามหนักหน่วง องค์ชายเอี้ยนเซินบุกตียึดครองเมืองหน้าด่านเข้ามาและยึดครองพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ไปเกือบหนึ่งในสาม แคว้นหลี่ที่เหมือนจะเป็นมิตรดีก็มีแต่จะหาช่องเอาเปรียบ ฐานะของแคว้นเหลียนจึงเริ่มสั่นคลอนหนัก นับถอยหลังรอเวลาล่มสลาย เหลียนอ๋องจึงจำต้องใช้พระธิดาเป็นหมากล่อ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD