บทที่ 5 เจ้าสาวผู้สูงศักดิ์ 1

1090 Words
บทที่ 5 เจ้าสาวผู้สูงศักดิ์ ตกมืด... โคมประทีปตามมุมตำหนักต่างๆ ภายในเขตราชวังสว่างเรืองรอง พระจันทร์ลอยเด่นส่องสกาวบนฟากฟ้า อู๋ซานเหนียงถูกพาตัวไปกักขังในตำหนักเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีการเฝ้าเวรยามแน่นหนาชนิดที่ว่าเข้าได้แต่ออกไม่ได้ อู๋ซานเหนียงผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอย่างเชื้อพระวงศ์ ชุดผ้าไหมงามแวววาวเป็นประกายยาวลากพื้นกับเครื่องประดับผมทำจากทองคำกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามนางไว้ สิ่งที่นักโทษอย่างนางต้องทำคือ ฝึกหัดกิริยามารยาทและฝึกทำท่าทางให้เหมือนองค์หญิงเหวินเฉิงมากที่สุด เบื้องหน้าหญิงสาวคือโต๊ะยาววางอาหารชั้นเลิศมากมายละลานตา มีชามทองคำใบใหญ่ตั้งตรงกลาง รายล้อมด้วยเป็ดตุ๋นรังนก หม้อไฟทะเล ไก่ตอนนึ่ง เนื้อกวางผัด น้ำแดงใส่ลิ้นจี่และเหล้ารสหวาน อู๋ซานเหนียงไม่เคยเห็นอาหารที่ตกแต่งอย่างวิจิตรส่งกลิ่นหอมหวนเช่นนี้มาก่อน แต่เวลานี้นางกินอะไรไม่ลง ทำได้เพียงเขี่ยอาหารในจานไปมาเท่านั้น “เชิญเพคะองค์หญิง เนื้อลูกวัวตุ๋น ของโปรดขององค์หญิงอย่างไรเล่าเพคะ” “ข้าไม่กินเนื้อวัว” “ของโปรดขององค์หญิง ทรงลืมแล้วหรือเพคะ เชิญเสวย” นางกำนัลปฏิบัติต่อนางในฐานะองค์หญิงเหวินเฉิงทุกประการ พวกนางทดสอบพิษในอาหารแล้วจึงนำขึ้นทูลถวาย นั่นยิ่งทำให้อู๋ซานเหนียงกังวลถึงบิดา ไหนจะผิงผิงที่หายตัวไปโดยไม่ได้ข่าวคราว หลังจากอดทนทำตัวว่าง่ายมาตลอด ในที่สุดอู๋ซานเหนียงจึงตัดสินใจเปิดปาก “ข้าต้องการรู้ว่าผิงผิง เพื่อนของข้าสบายดีหรือไม่” “องค์หญิงไม่มีเพื่อนชื่อผิงผิงเพคะ ยามนี้ได้เวลาบรรทมแล้ว วันพรุ่งนี้ท่านต้องออกเดินเสด็จไปยังแคว้นเอี้ยนตั้งแต่ฟ้าสาง เชิญทางนี้เพคะ” พวกนางกำนัลไม่ตอบสนองคำถามของนาง องค์หญิงตัวปลอมไม่มีสิทธิ์มีเสียงเรียกร้องอะไรเกินไปจากที่กำหนดให้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่วางไว้เท่านั้น อู๋ซานเหนียงจึงเริ่มเรียนรู้ฐานะของตนเองผ่านความเย็นชาของพวกนาง จะมีหนทางใดเอาตัวรอดจากภัยร้ายนี้ได้บ้างหนอ... ร่างบอบบางพลิกตัวไปมาบนเตียง ข่มตานอนอย่างไรก็นอนไม่หลับ นางเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะขัดขวางสงครามโดยไม่ให้เหลียนอ๋องระแวงสงสัยได้อย่างไร แล้วคนของแคว้นเอี้ยนอีกเล่า หากพวกเขาจับได้ว่านางลักขโมยข้อมูลความลับส่งให้แคว้นเหลียน หรือหากเหลียนอ๋องมีคำสั่งให้สังหารใครแล้วถูกจับได้ นางย่อมต้องตายสถานเดียว ถ้านางตายแล้วท่านพ่อจะทำอย่างไร อู๋ซานเหนียงนอนคิดจนหลับไปทั้งน้ำตา สะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนที่นางกำนัลเดินเรียงรายเข้ามา แต่ละคนประคองถาดเครื่องทรงทองคำและยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น หลี่ชุ่ยผินในฐานะหัวหน้านางข้าหลวงรวบม่านวิสูตร สบตาอู๋ซานเหนียงพลางพยักหน้า “ยิ่งโง่ยิ่งสบายใจ” นางกระซิบขณะสางผมยาวสลวยให้ อู๋ซานเหนียงพลันคิดวิธีเอาตัวรอดได้ นางจึงสบตาหลี่ชุ่ยผินผ่านบานคันฉ่องและไม่พูดอะไร ไม่นานนักอู๋ซานเหนียงก็พร้อมในชุดราชนิกูลสูงศักดิ์ เกล้าผมเป็นรูปหงส์ ปักปิ่นประกายมุกทองและแต่งโฉมงดงามจนตาลาย เมื่อคลุมหน้าด้วยผ้าไหมแดงปักลายมงคลทอง เปล่งประกายราศีแรงกล้า เหล่าข้ารับใช้และนางกำนัลต่างพากันหมอบคำนับสูงสุดโดยไม่รู้ตัว บุตรสาวขุนนางบ้านนอกกลายเป็นองค์หญิงเหวินเฉิงเต็มตัว และไม่อาจหันหลังกลับได้อีกแล้ว อู๋ซานเหนียงสงบนิ่งขณะย่อกายคำนับพระบิดาในนามของตนเพื่อทูลลาจากไปแดนไกล สายพระเนตรของพระองค์ว่างเปล่า อู๋ซานเหนียงจึงรู้ดีว่าตนมีค่าเพียงเบี้ยใช้แล้วทิ้งเท่านั้น ยิ่งเมื่อมองไปรอบๆ ตัวก็มีแต่คนแปลกหน้ารายล้อม หัวใจของนางพลันวูบโหวง หวาดกลัวและเต็มไปด้วยความวิตกกังวล แต่แล้วแสงตะวันรุ่งอรุณตรงขอบฟ้ากับสายลมวูบใหญ่ที่ปะทะร่างของนางนั้นช่วยกันกระซิบบอกความหวัง ผ้าคลุมหน้าของอู๋ซานเหนียงถูกลมพัดพเยิบพยาบ แสงตะวันสีทองสะท้อนเข้านัยน์ตา อาบทั่วทั้งบริเวณลานกว้างเบื้องหน้าราชวังให้งดงาม ดุจอาบชโลมด้วยทองคำเหลืองอร่าม นี่ไม่ใช่หรือที่นางเฝ้ารอขอจากฟากฟ้า หน้าที่ที่จะหยุดสงครามและทำให้ท้องทุ่งเต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองอย่างรูปวาดในห้องเขียนหนังสือของพ่อ นางจะทำความใฝ่ฝันนี้ให้เป็นจริงได้ไหมนะ... อู๋ซานเหนียงจึงเชิดหน้าขึ้น มาเถิดเภทภัย ข้าจะไม่ยอมตายเด็ดขาด พิธีส่งตัวเจ้าสาวเป็นไปอย่างรวบรัด ทางแคว้นเอี้ยนส่งเพื่อนายทหารระดับนายกองกับขุนนางตำแหน่งไม่สำคัญมาร่วมพิธี อู๋ซานเหนียงมิได้ใส่ใจ ขณะกำลังจะก้าวขึ้นรถม้านั้นเอง นางสังเกตเห็นคนที่คุ้นเคยอยู่ในกลุ่มนางกำนัลติดตามขบวนเสด็จด้วย ผิงผิง!! พบเพื่อนเก่าในแดนไกลก็เหมือนทะเลทรายแห้งแล้งพบฝน อู๋ซานเหนียงผวาจะเข้าไปหาเพื่อน แต่หลี่ชุ่ยผินยึดแขนนางไว้พลางส่ายหน้าเตือน ไม่ใช่แค่ผิงผิงคนเดียวที่ถูกเลือก ยังมีจิวเหมยเซียงร่วมในกลุ่มนางกำนัลด้วย สีหน้าของนางเคืองแค้นและกระฟัดกระเฟียดอย่างไม่คิดจะปิดบัง ก็แน่ละ... นางตั้งความหวังเสียเลิศหรู ใครจะไปรู้ว่าเหลียนอ๋องทรงมีบัญชาให้นางเป็นหญิงรับใช้ หากรับใช้องค์หญิงตัวจริงนางก็ยังพอจะทำใจได้ แต่นี่นางต้องก้มหัวให้อู๋ซานเหนียงแล้วยังต้องจากบ้านจากเมืองไปตกระกำลำบาก จิวเหมยเซียงจึงเงยหน้าจ้องตาถลน ก่อนจะถูกหลี่ชุ่ยผินสบตาคมกริบ นางถึงได้ยอมสำรวมและเก็บอาการ จิวเหมยเซียงก้มหน้านิ่งฟังเสี่ยงปี่ฆ้องประโคมขบวนเจ้าสาว ในใจตั้งความปรารถนามุ่งมาด มิใช่ปรารถนาในตำแหน่งหรือเงินทองอย่างเช่นเคยอีก แต่นางปรารถนาจะสังหารอู๋ซานเหนียงให้ทรมานสุดชีวิตจนต้องร้องขอความตายให้จงได้!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD