บทที่ 3 คัดเลือกตัว 4

1156 Words
“อ้อ... แสดงว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกสินะ” “ใช่ มีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น” เฉินจินเหยาตอบโดยไม่คิดอะไร “นายอำเภออู๋มีตำแหน่งขุนนาง แต่ไม่รู้จักผูกมิตรพ่อค้าคหบดี ฐานะจึงยากจนและไม่ก้าวหน้า รับราชการมาค่อนชีวิตแล้วยังเป็นได้แค่ขุนนางขั้นสี่ ดูเอาเถิด ชุดเสื้อผ้าของซานเหนียงใส่ซ้ำมาสามปีแล้ว เครื่องประดับสักชิ้นก็ไม่ซื้อให้ลูกสาว จนป่านนี้แล้วยังไม่มีแม่สื่อมาทาบทามซานเหนียงเลยสักคน น่าละอายจริงๆ” อู๋ซานเหนียงฟังวาจาร้ายกาจของอาจารย์แล้วไม่พอใจ บิดาของนางปฏิบัติหน้าที่ทุกวันไม่มีวันหยุด ที่ใดมีปัญหาก็จะไปตรวจดูด้วยตนเอง สร้างผลงานในฐานะขุนนางซื่อตรง ไม่เคยรับสินบน ไม่ฉ้อฉลเงินทองเข้ากระเป๋าตัวเอง ถึงแม้ว่าอู๋ซานเหนียงจะกำพร้ามารดา แต่เป็นเพราะความดีของบิดาทำให้นางยืดอกภาคภูมิใจ “อาจารย์... ท่านพ่อสอนข้าเสมอว่าหากเสื้อผ้าอาหารการกินไม่เท่าผู้อื่นก็อย่าน้อยใจ แต่หากคุณธรรมความรู้ความสามารถไม่เท่าผู้อื่น นี่สิควรละอายเจ้าค่ะ” “ฟังคารมของนางสิ กล้ากล่าววาจาล่วงเกินผู้ใหญ่แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน” “ความจนเป็นเรื่องธรรมดาของนักปราชญ์ พี่เฉินตำหนิพ่อของนางเช่นนั้น นางเป็นลูก ทั้งผูกพันทั้งสนิทกับพ่อย่อมไม่พอใจ” “เฮ้อ เจ้าไม่รู้อะไร เด็กคนนี้ยิ่งกว่านางจิ้งจอก ทำตัวไม่รู้จักโต ทั้งดื้อทั้งพูดจาก้าวร้าว ถามคนหม่าเจียงสิ คนทั้งอำเภอต่างก็รู้วีรกรรมของนางทั้งนั้น” “นางทำอะไรหรือ” “ล่าสุดก็เรื่องหลานของข้าต้องโขกศีรษะให้คนตักส้วม แถมยังถูกพ่อของนางสั่งโบยจนขาหัก ต้นเหตุนั่นก็เพราะนางไงละ เขาเป็นถึงซิ่วไฉ แต่นางเด็กโตแต่ตัวช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถ้าท่านต้องการตัวนางเข้าวัง ข้านี่แหละจะออกปากคัดค้าน” “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ น่าตกใจจริงๆ” นางข้าหลวงเอ่ยไปพลางกลั้นหัวเราะไปพลาง นึกขำในใจว่าถ้าเด็กคนนี้มีแม่สื่อมาทาบทามสิแปลก เพราะนางเฉินจินเหยามีแต่ด่าไม่มีชม แถมอู๋ซานเหนียงยังล่วงเกินหลานรักของนาง เฉินเจินเหยาจึงยิ่งโมโหหนัก คอยพูดจากระทบกระเทียบขึ้นไปอีก นางข้าหลวงจิบน้ำชาคลายเหนื่อยอึกหนึ่ง ก่อนจะหันไปหาอู๋ซานเหนียง “เด็กน้อย เรื่องที่เจ้าพูดมาก็ถูก ท่านพ่อของเจ้าไม่บกพร่องต่อหน้าที่ขุนนาง แต่อย่าลืมว่าเรื่องที่เจ้ายังไม่ออกเรือน ไม่มีผู้ใดมาขอหมั้นหมาย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของลูกผู้หญิง ดังนั้นถือว่าท่านพ่อบกพร่องหน้าที่ต่อเจ้า อาจารย์เฉินนึกกังวลแทน เจ้าต้องขอบคุณนางถึงจะถูก” “ผู้น้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ อาจารย์... ข้าใจร้อน ไม่ทันคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน พูดจาล่วงเกินอาจารย์ ข้าขออภัยเจ้าค่ะ” หญิงสาวคุกเข่าโขกคำนับขออภัยต่ออาจารย์ แต่เฉินจินเหยาชักเท้าหนี “ความรู้ที่ข้าทุ่มเทสั่งสอนเจ้าไปก็เหมือนเทน้ำราดลงพื้น หายวับไม่เหลืออะไรสักนิด น่าขายหน้ายิ่งนัก” “อาจารย์ ข้ายอมรับคำตำหนิทุกอย่างเจ้าค่ะ แต่เรื่องเข้าวัง ข้าไม่สมัครใจ...” “เหอะ! วางใจเถอะ ข้าไม่มีวันส่งเจ้าเข้าวังให้ผู้คนตามด่าข้าลับหลังหรอก ไปซะ ข้าหมดธุระกับพวกเจ้าแล้ว ออกไปให้หมดทุกคน” ถ้าหากจิวเหมยเซียงเป็นศิษย์รัก อู๋ซานเหนียงก็เป็นศิษย์ชัง เฉินจินเหยากับนางข้าหลวงยังคงนั่งพูดคุยกันต่อเพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ส่วนหญิงสาวทั้งหลายต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน “นางงูพิษ โผล่หางออกมาจนได้สินะ” แม้ว่าอาภรณ์จะงดงามแต่ก็ไม่สามารถปกปิดนิสัยที่แท้จริงได้ จิวเหมยเซียงเดินชนไหล่อู๋ซานเหนียง จงใจยิ้มเยาะและกระซิบด่า “เจ้าแกล้งพูดวิธีการออกมาไม่หมด จงใจทำให้ข้าขายหน้า อย่านึกนะว่าข้าจะไม่รู้ ลูกสาวขุนนางต่ำต้อยอย่างเจ้ารู้วิธีเล่นกับมด เพราะเจ้ามันก็พวกหนอนแมลงเหมือนกันเลยคุยกันรู้เรื่องละสิ” “คุณหนูเหมยเซียง เจ้าหาเรื่องข้าทุกวัน ไม่เบื่อบ้างหรือไง” “หึ! เรื่องที่เจ้าทำกับพี่ชายข้า ข้ายังไม่ได้คิดบัญชี หนอย วันนี้ทำเป็นเสแสร้งไม่อยากเข้าวัง แต่ความจริงอยากชูคอเป็นนางหงส์จนตัวสั่น บอกให้รู้ไว้ซะด้วยว่าลูกสาวขุนนางจนๆ อย่างเจ้า อย่าได้คิดฝันเลย! นางคนไร้มารยาท ไม่มีแม่คอยอบรม” อู๋ซานเหนียงถูกหยามกลับยิ้มแย้ม เดินถือผ้าเช็ดหน้าสะบัดพลิ้วไปมา แม้ว่าการแต่งกายของอู๋ซานเหนียงจะไม่หรูหรางดงามเท่าจิวเหมยเซียง แต่ชุดของอู๋ซานเหนียงซึ่งเป็นชุดเก่าของมารดาก็เรียบง่าย งามสง่าชวนมอง เมื่อผสมกับบุคลิกเชื่อมั่นในตัวเอง อู๋ซานเหนียงสวยน่ามองไม่ด้อยกว่าเลยสักนิด “เจ้าด่าใครไม่มีแม่หรือ” “ด่าเจ้าน่ะสิ นางโง่” พูดไม่ทันจบ อู๋ซานเหนียงก็ถีบเท้าใส่เต็มแรง จิวเหมยเหนียงไม่ทันระวัง ร่างปลิวถลาลงสระน้ำจมโคลนลงไปครึ่งตัว ตามด้วยเสียงกรีดร้องดังลั่นเพราะอู๋ซานเหนียงเอาไม้ยันตัวจิวเหมยเซียงไว้ไม่ให้ขึ้นมา ปากก็ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ที่แท้เอาไม้กดคู่อริไว้ “ช่วยด้วยๆๆ คุณหนูเหมยเซียงคนงามตกน้ำป๋อมแป๋ม ช่วยด้วยๆ รีบมาดูกันเร็วๆ พ่อแม่พี่น้องมาดูคุณหนูเหมยเซียงเล่นขี้โคลนกันเร็วๆ” เสียงร้องโหวกเหวกของอู๋ซานเหนียงเรียกความสนใจจากชาวบ้าน พากันมามุงดูคุณหนูสกุลจิวผู้แสนเลิศหรูตกโคลน จนกระทั่งมีคนงานลงไปช่วย อู๋ซานเหนียงจึงโยนไม้ทิ้งพลางหัวเราะปากกว้าง “จับลูกหมูตัวเมียอาบน้ำโคลนเสร็จแล้ว ไปหาข้าวกินดีกว่า ปากก็เหม็น ตัวก็เหม็น อุ้ยลืม... คุยกับหมูต้องร้องอู๊ดๆ” “นังชาติชั่ว! ข้าจะฟ้องพ่อเจ้า!” “มาได้เลย อู๊ดๆๆ ข้ารออยู่นะจ๊ะ คราวหน้าข้าจะพาลงบ่อส้วมเลยคอยดู อู๊ดๆ” อู๋ซานเหนียงเดินยืดเนื้อยืดตัวสบายอารมณ์ ส่วนผิงผิงละล้าละหลังแต่ก็ตัดสินใจตามอู๋ซานเหนียงไป จิวเหมยเซียงแค้นใจจนแทบกระอัก พอตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ก็กระทืบเท้า สะบัดตัวจากการเกาะกุมของพวกคนงานชั้นต่ำ นางจ้องกราดบรรดาเพื่อนในกลุ่มที่ยืนนิ่งเป็นใบ้ ไม่ยอมช่วยนางสู้เลยสักคน น่าเจ็บใจนัก!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD