จากใจนักเขียน
เดิมทีปุ๋มตั้งใจว่าจะตั้งชื่อเรื่องชายาพยัคฆ์เป็นชื่ออื่นที่แสนหวานพาฝันกว่านี้ แต่ความแกร่ง สู้คนของนางเอกเหมาะกับชื่อชายาพยัคฆ์นี้แล้ว อู๋ซานเหนียง นางเอกของนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงลูกสาวขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ในอำเภอห่างไกล เป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ มีสติปัญญาแต่ชาติกำเนิดต่ำ จนกระทั่งชะตาชีวิตของนางผกผัน จำยอมต้องเป็นตัวแทนขององค์หญิงเพื่อเข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายแคว้นศัตรู นอกจากจะต้องเอาชีวิตให้รอดแล้ว นางยังต้องหยุดยั้งสงครามให้ได้อีกด้วย พระเอกร้ายกาจ แต่นางเอกก็สู้ไม่ถอย จะสู้อย่างไรอ่านในเล่มได้เลยค่ะ
ปุ๋มวางโครงเรื่องนิยายชุดนี้ไว้ 4 เรื่องด้วยกัน โดยใช้ชื่อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำทิศตามคติความเชื่อของจีน ได้แก่ มังกร เสือ หงส์และเต่า ตัวเอกของแต่ละเรื่องจะเป็นพี่น้องกัน (สามารถอ่านแยกกันได้ค่ะ)
ชายาพยัคฆ์... เป็นเรื่องราวของเอี้ยนเซิน องค์ชายใหญ่แคว้นเอี้ยนกับชายากำมะลออู๋ซานเหนียง
ชายาเสวียนอู่... องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีกับมนต์นภา หญิงสาวผู้หลงมิติมาจากชลบุรีด้วยฝีมือเทพเสวียนอู่
ชายาหงส์... องค์ชายสามเอี้ยนซื่อจิ้นกับองค์หญิงฟางหนิงแห่งแคว้นศัตรู
ส่วนชายามังกร... ตัวเอกคือน้องสาวคนเล็ก องค์หญิงหย่งอานกับองค์ชายหลี่เซวียนหลง ปุ๋มจะพยายามเขียนให้ครบชุดสี่เรื่อง ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ ^_^
ตันเหมย (มณีริน)
สามารถติดตามข่าวสารได้ที่
แฟนเพจ @maneerin.novel
บทนำ
“ความตายเท่านั้นที่จะช่วยเจ้าหนีไปจากข้าได้ แต่จงจำไว้... ต่อให้เจ้าลงนรก ข้าก็จะตามเจ้าไป”
เสียงกระซิบอันเยือกเย็นนั้นแผ่ความโกรธแทรกทั่วทุกอณูลมหายใจ ปลายดาบคมกริบพาดอยู่บนลำคอระหง นัยน์ตาของอู๋ซานเหนียงสั่นไหว เนื้อตัวสกปรกมอมแมมและเต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน รายล้อมไปด้วยซากศพและเขา... ชายผู้เลือดเย็นดุจพญามัจจุราชคนนั้นยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า...
เอี้ยนเซิน... องค์ชายผู้สูงศักดิ์ เจ้าของวิญญาณและร่างกายของนาง
ดวงตาคมกร้าวคู่นั้นสะท้อนประกายเพลิง แผดเผานางให้กลายเป็นเถ้าธุลีได้เพียงปรายตามอง... ไร้หัวใจ... กระชากนางให้ร่วงลงสู่เบื้องบาทใต้พื้นธรณี
“อย่าบังอาจหนีไปจากข้า!!”
บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ
ชายแดนแคว้นเหลียน หนึ่งในสามแคว้นใหญ่
ดวงตะวันฉายแสงแรงกล้าท่ามกลางควันไฟคุกรุ่นจากเถ้าสงคราม สองทัพกำลังประจันหน้ากันอย่างดุเดือด ซากศพทหารกองทับถมมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา คนที่ยังเหลือรอดไม่บาดเจ็บก็พิการแต่ยังคงฟันแทงศัตรูไม่ยั้งมือ ม้าศึกหลายสิบหลายร้อยตัวถูกฟันบาดเจ็บนอนชักกระตุกด้วยความทรมาน ผงกหัวขึ้นๆ ลงๆ อยู่สองสามครั้งก่อนจะขาดใจตาย
วันนี้เป็นการทำศึกล่วงเข้าเดือนที่สองแล้ว ศีรษะทหารที่ถูกตัดขาดกระเด็นถูกม้าศึกวิ่งเตะไปมาเหมือนเศษหิน ทหารแต่ละนายอาบเลือดจนแทบแยกแยะไม่ออกว่าเป็นฝ่ายไหน ต่างฝ่ายต่างสู้รบแบบถวายชีวิต กลิ่นเลือดเน่าๆ ผสมกลิ่นเนื้อคนเหม็นไหม้กลายเป็นกลิ่นติดจมูกชาชิน เหนือศีรษะขึ้นไปยังเบื้องบน ฟ้ากำลังแลบแปลบปลาบเป็นประกายระหว่างชั้นเมฆดุจมังกรพาดผ่าน สายลมกระโชกพัดมาม้วนเอาฝุ่นดินซัดใส่ใบหน้าทุกชีวิต
ท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยซากศพควรจะเป็นทุ่งข้าวสีทอง แม้ว่าจะรบพุ่งกันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่สงครามก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป แคว้นใดที่ปรับตัวสู้ไม่ได้ก็จะถูกกลืนกิน แคว้นเล็กแคว้นน้อยไร้พลังอำนาจถูกลบชื่อไปจากประวัติศาสตร์ ดังนั้นแผ่นดินจึงเหลือเพียงสามแคว้นใหญ่ได้แก่ แคว้นเอี้ยน แคว้นหลี่และแคว้นเหลียน แย่งชิงความเป็นใหญ่อย่างดุเดือด
เอี้ยนเซิน องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยนนิ่งฟังเสียงเป่าเขาสัตว์ ดวงตาคมกริบแดงก่ำขณะมองทหารม้ากว่าหมื่นนายยืนเรียงแถวสงบนิ่ง ม้าศึกย่ำเท้าไปมาจนพื้นดินซึ่งแห้งแตกระแหงฝุ่นตลบ เขากำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ รุกไล่ทัพของฝ่ายแคว้นเหลียนจนเหลือกำลังเพียงสองในสาม ลุยยึดเมืองหน้าด่านไปกว่าสิบเมืองจนเหลืออีกเพียงแค่ด่านเดียว ทัพพยัคฆ์ขาวอันเกรียงไกรของเขาก็จะบุกไปเคาะประตูถึงห้องนอนเหลียนอ๋อง
แต่เขาจำเป็นต้องยุติศึกตามคำสั่งเสด็จพ่อ
“ถะ...ถวายบังคมองค์ชายใหญ่ ขอทรงเกษมสำราญพ่ะย่ะค่ะ”
ขุนนางตัวอ้วนกลมสามคนคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าจอมทัพหลวง แต่ละคนกินดีอยู่ดีไม่เคยลำบากลำบน ผิวพรรณจึงขาวใสยองใย เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าทหารแนวหน้าผิวหยาบกร้านแววตาโหดเหี้ยม เนื้อตัวเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผลทั้งเก่าทั้งใหม่ ทุกคนยืนคุมเชิงนิ่งเหมือนรูปปั้น ขุนนางจากเมืองหลวงทั้งสามจึงก้มหน้าหลุกหลิก แต่ทหารองครักษ์น่ากลัวเหล่านี้เทียบไม่ได้เลยเมื่อเทียบกับชายผู้น่าเกรงขามซึ่งนั่งบนเก้าอี้ปูหนังเสือตรงหน้า
ฝ่าเท้าของบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์เหยียบบนหัวเสือ เท้าแขนบนพนักเก้าอี้ พาดนิ้วชี้มาแตะบนใบหน้า ท่วงท่าองอาจแกร่งกร้าว แผ่กลิ่นอายเข่นฆ่ารุนแรง
“เจ้าเฒ่าเหลียนอ๋องจะยกองค์หญิงให้ข้า แล้วจบเรื่องทุกอย่างงั้นหรือ”
“ถะ...ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ทางเหลียนอ๋องกับฝ่าบาททรงเห็นพ้องตรงกันแล้ว กระ...กระหม่อมจึงนำราชโองการมาถวาย”
“บัดซบ!!” เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนถ้วยชาหล่นแตก เอี้ยนเซินผุดลุกขึ้นชี้หน้าอย่างโกรธเกรี้ยว “องค์หญิงของไอ้เฒ่ามันเทียบชีวิตราษฎรนับหมื่นที่โดนมันฆ่าล้างได้หรือ?! มันบังอาจล้ำเขตแดนเข้ามาปล้นสะดมคนของแคว้นเอี้ยน ข้ายกทัพมาปราบต้องสูญเสียทหารไปเท่าไหร่ ความผิดที่มันก่อไว้ชดใช้แล้วหรือ?!”
“พูด!!”