รสจูบจาบจ้วงเอาแต่ใจในตอนกลางวันแสกๆ ทำเอาโซเฟียเข่าอ่อนจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ถ้าไม่ได้ฝ่ามือหนาของตี๋ช่วยประคองเอวบางเอาไว้เธอคงล้มพับไปแล้ว หนุ่มรุ่นน้องบดจูบเน้นย้ำอยู่ซ้ำๆ จนพอใจก่อนจะผละใบหน้าออกช้าๆ นัยน์ตาคู่คมปลาบหลังกรอบแว่นยังคงเรียบเฉยหน้านิ่ง ราวกับเมื่อครู่เขาไม่ได้เป็นคนปล้นลมหายใจของเธอไป
“กลางวันแล้วยังไงครับ? ในสัญญาไม่ได้ระบุเวลานี่นาเเสดงว่าผมทำได้”
ตี๋เอ่ยเสียงทุ้มต่ำพลางใช้นิ้วโป้งเช็ดคราบน้ำใสที่มุมปากของรุ่นพี่สาวอย่างแผ่วเบา
“เตรียมตัวเถอะครับ บ่ายนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวไปด้วยกัน "
โซเฟียได้แต่ยืนหอบหายใจถี่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวแดงซ่านไปถึงใบหู เธอถลึงตาใส่คนหน้านิ่งด้วยความหมั่นเขี้ยวแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินสะบัดก้นเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตัวไปมหาวิทย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา โซเฟียเดินก้าวออกมาจากห้องนอนในชุดนักศึกษาพอดีตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวขับเน้นทรวดทรงอวบอิ่มคู่กับกระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าที่ช่วยโชว์เรียวขาเนียนสวย อดีตดาวมหาลัยจัดเต็มความแซ่บเพื่อกู้หน้าคืนอย่างเต็มที่
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกมา ตี๋ที่อยู่ในชุดเสื้อช็อปสีเทาเข้มประจำภาควิชาโยธาก็ปรายตามามอง นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบเป็นเส้นตรง แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งสนิทตามฉบับของเขา
“กระโปรงสั้นไปไหมครับ?”
เสียงทุ้มเอ่ยทักนิ่มๆ แต่อมความดุไว้ข้างใน
“สั้นตรงไหน? ฉันก็แต่งแบบนี้มาตั้งปีหนึ่งแล้ว ยัยพวกดาวคณะคนอื่นสั้นกว่านี้อีก”
โซเฟียเถียงพลางหมุนตัวเช็กความเรียบร้อย
ตี๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเดินดิ่งเข้ามาหาโซเฟียช้าๆ ก่อนจะถอดเสื้อช็อปสีเทาตัวหนาของตัวเองออก แล้วจัดการผูกมันเข้าที่เอวบางของรุ่นพี่สาว บังคับให้ชายเสื้อช็อปทิ้งตัวลงมาปิดบังเรียวขาเนียนสวยแสนยั่วยวนของเธอจนมิดชิด
“ตี๋! ทำอะไรของนายเนี่ย มันร้อนนะ”
โซเฟียโวยวาย พยายามจะแกะปมเสื้อออก
“หน้าฉากผมเป็นแฟนพี่ เพราะฉะนั้นผมมีสิทธิ์ที่จะ หวงแฟนตัวเอง”
ตี๋รวบมือเรียวทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ บังคับให้สบตากับความจริงจังหลังเลนส์แว่น
“หลังฉากขาขาวๆ ของพี่ มีไว้ให้ผมดูคนเดียวในห้องนอนคนอื่นไม่มีสิทธิ์มอง ไปเถอะครับเดี่ยวสาย”
คำพูดเผด็จการแสนหยาบโลนทว่าทำเอาหัวใจคนฟังเต้นโครมคราม โซเฟียหน้าแดงก่ำยอมเดินตามแรงจูงของหนุ่มรุ่นน้องไปที่รถแต่โดยดี โดยที่เอวบางยังคงมีเสื้อช็อปสีเทาผูกเอาไว้แน่น
รถสปอร์ตคันหรูของโซเฟียแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษากำลังพลุกพล่านพอดี ตี๋ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันมากระชับแว่นสายตาแล้วเปิดประตูรถก้าวลงไปเป็นคนแรก
ออร่าความหล่อ ดิบ และเท่ของหนุ่มโยธาปีสามในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวเผยให้เห็นลอนกล้ามเนื้อแน่นหนา ดึงดูดสายตาของสาวๆ ทั้งตึกคอมฯ ให้หันมามองเป็นตาเดียว ยิ่งเมื่อตี๋เดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งคนขับให้โซเฟีย พร้อมกับเอื้อมมือหนาไปประคองร่างระหงลงมาจากรถ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันที
“นั่นมันพี่โซเฟียอดีตดาวมหาลัยนี่นาแล้วผู้ชายคนนั้น ตี๋ โยธาปีสาม ที่ขึ้นชื่อว่านิ่งและหยิ่งที่สุดไม่ใช่เหรอ?” เสียงซุบซิบเริ่มดังระงม
โซเฟียแสร้งทำเป็นยิ้มหวาน ส่งมือเรียวไปให้ตี๋เกาะกุมเอาไว้ เล่นตามบทบาทแบบเนีบนๆ
ตี๋สอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือของเธอแน่น แผ่ออร่าความปกป้องและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเต็มภาคภูมิ จนพวกผู้ชายในคณะที่เคยคิดจะเข้ามาจีบโซเฟียหลังจากรู้ข่าวว่าเธอเลิกกับแฟนเก่า ต่างต้องพากันถอยร่นหนีไป
“เล่นเนียนดีนี่นา...”
โซเฟียกระซิบแผ่วเบาพลางยิ้มหวานตบตาคนรอบข้าง
“ผมไม่ได้เล่นละครครับผมทำจริง”
ตี๋ตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าสายตาที่เขามองลงมาที่เธอนั้น เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและจริงจังจนโซเฟียแทบจะหลุดมาดสาวมั่น
และในจังหวะนั้นเอง สายตาของโซเฟียก็เหลือบไปเห็นร่างของพี่กวินแฟนเก่าตัวดี ที่กำลังเดินลงมาจากทางด้วนหลังเหมือนจะมาดักรอเธอ
เพราะจากที่เขาพยายามมาติดต่อเรื่องงานโปรเจกต์ กวินชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นอดีตคนรักกำลังเดินจับมือหนุงหนิงมากับหนุ่มรุ่นน้องวิศวะที่ทั้งหล่อและดูแผ่ออร่าความผัวดุดันกว่าเขาหลายเท่า
กวินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความอิจฉาและเสียหน้า ลานคณะวิศวะยามบ่ายด้วยอารมณ์หึงหวง