หลังจากข้อตกลงลับถูกเซ็นอนุมัติด้วยวาจาและรอยตีตราสีกุหลาบบนผิวเนื้อ โซเฟียก็ต้องพาตัวเองและรุ่นน้องหน้านิ่งลงมาจากห้องพักชั้นบนของผับ ขาเรียวสั่นพั่บๆ จนแทบจะก้าวไม่ออก แต่ด้วยศักดิ์ศรีของอดีตดาวมหาลัยเธอจึงต้องเชิดหน้าเดินนำตี๋มายังลานจอดรถ
รถสปอร์ตคันหรูของโซเฟียส่งเสียงปลดล็อค หญิงสาวก้าวขึ้นฝั่งคนขับอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนความประหม่า ส่วนร่างสูงใหญ่ของหนุ่มโยธาปีสามเปิดประตูเข้ามานั่งฝั่งผู้โดยสารได้อย่างหน้าตาเฉย แผ่ออร่าความกว้างจนทำให้ห้องโดยสารรถสปอร์ตดูแคบลงไปถนัดตา
“บอกทางมาสิ จะให้ไปส่งที่ไหน?”
โซเฟียเอ่ยถามขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ มือเรียวกำพวงมาลัยแน่น สายตาแสร้งทำเป็นมองตรงไปข้างหน้า
“คอนโดผมครับ...”
ตี๋บอกพิกัดเสียงเรียบ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้คนฟังแทบจะเหยียบเบรกหัวทิ่ม
"ผมจะไปเก็บของ... ผมจะย้ายไปอยู่กับพี่วันนี้เลยเล่นละครฉากใหญ่ต้องเล่นให้แนบเนียนกะนหน่อยสิ "
“ฮะ !! ว่าไงนะ”
โซเฟียหันขวับมามองหนุ่มหน้านิ่งทันที
“ย้ายมาอยู่กับฉัน? นายจะบ้าเหรอตี๋ เราแค่แกล้งเป็นแฟนกันนะ ไม่ได้แต่งงาน”
ตี๋ยกมือขึ้นดันกรอบแว่นสายตาช้าๆ นัยน์ตาคมปลาบหลังเลนส์แว่นมองสบตาเธอด้วยความนิ่งสนิท ราวกับเรื่องที่เขาพูดเป็นเรื่องลมฟ้าอากาศธรรมดา
“ก็ถ้าคิดจะหลอกคนอย่างไอ้กวิน แฟนเก่าพี่แค่เดินจับมือกันในมหาลัยมันไม่เนียนหรอกครับ”
ตี๋อธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเหตุผลที่เหนือกว่า “คนระดับนักธุรกิจสายสืบเยอะจะตายไป ถ้ามันให้คนตามดูแล้วรู้ว่าเราแยกกันอยู่ สัญญากำมะลอของพี่ได้แตกตั้งแต่วันแรกแน่”
“แต่ว่า...”
“อีกอย่าง...” ตี๋โน้มตัวเข้าไปใกล้ฝั่งคนขับเล็กน้อย จนกลิ่นอายดิบๆ ของเขาทำเอาโซเฟียใจสั่น
“ย้ายไปอยู่ด้วยกันเวลาผมเรียนเครียดๆ จะได้เก็บค่าจ้างจากพี่ได้สะดวกไงครับ”
คำพูดตอกย้ำข้อตกลงหลังม่านทำเอาใบหน้าสวยเฉี่ยวร้อนผ่าว โซเฟียได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดมันมีเหตุผล โดยเฉพาะเรื่องแฟนเก่าจอมจับผิด เธอจึงทำได้เพียงกระแทกคันเร่ง ขับรถมุ่งหน้าไปยังคอนโดของตี๋ทันที
"โอเค เอางั้นก็ได้ "
คอนโดของตี๋ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย เป็นห้องสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ปูนเปลือยที่ดูเรียบขรึมและสะอาดตาผิดคาด โซเฟียเดินตามเจ้าของห้องเข้ามาด้านในพลางกอดอกมองร่างสูงที่เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า
ตี๋ใช้เวลาเก็บของไม่ถึงสิบนาที สมกับเป็นผู้ชายดิบๆ เขาหยิบเพียงเสื้อผ้าเนื้อดีไม่กี่ชุด หนังสือเรียน พิมพ์เขียวโครงสร้าง และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้
“เก็บเสร็จแล้วครับ มีแค่นี้แหละ”
ตี๋หันมาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อมและเป้สะพายหลัง
“มีแค่นี้เองเหรอ?” โซเฟียเลิกคิ้วมอง
“ที่เหลือค่อยมาเอาครับหรือถ้าขาดเหลืออะไร ค่อยใส่เสื้อผ้าของพี่แทนก็ได้”
ตี๋ปรายตามองชุดนักศึกษาของโซเฟียอย่างมีความหมาย ลำคอแกร่งขยับไหวเมื่อนึกถึงผิวเนียนลื่นมือที่เขาได้สัมผัสตลอดทั้งคืน
“ฝันไปเถอะเสื้อผ้าพี่มีแต่ไซส์ผู้หญิง นายใส่จนปริแน่”
โซเฟียสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นเดินนำออกไปจากห้องเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่ออีกรอ
เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงคอนโดสุดหรูของโซเฟีย หญิงสาวจัดการเปิดประตูรหัสพารุ่นน้องหน้านิ่งเข้ามาด้านใน ห้องของอดีตดาวมหาลัยตกแต่งอย่างสวยงามและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ตี๋วางกระเป๋าลงกับพื้น กวาดสายตามองรอบๆ ห้อง ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของโซเฟียที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องแชร์พื้นที่ส่วนตัวกับผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต
“ห้องนอนมีห้องเดียวนะ แต่นายต้องนอนที่โซฟาเบดตรงห้องนั่งเล่น”
โซเฟียรีบออกกฎเหล็กทันทีเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ตี๋ไม่ตอบ เขาขยับก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางช้าๆ จนโซเฟียต้องถอยหลังไปจนมุมที่ผนังห้อง ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านเอื้อมไปยันผนังคล่อมร่างเธอเอาไว้ นัยน์ตาคู่คมปลาบถอดแว่นออกตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ จ้องมองลงมาลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
“ในสัญญาส่วนตัวของเราไม่มีคำว่านอนโซฟานะครับพี่เฟีย”
ตี๋กระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส
“หน้าฉากผมยอมเป็นแฟนเด็กแสนดีให้พี่ใช้งาน... แต่หลังฉาก เตียงนอนของพี่ ก็คือเตียงนอนของผมเหมือนกัน”
“ตี๋... แต่นี่มันเพิ่งจะกลางวันนะ อื้อ...”
คำประท้วงถูกกลืนหายเข้าไปในลำคออีกครั้ง เมื่อหนุ่มโยธาสุดนิ่งก้มลงบดจูบสั่งสอนรุ่นพี่สาวจอมดื้อรั้นอย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ สัญญาแฟนกำมะลอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นแท้ๆ แต่โซเฟียเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า... เธอคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่ลากเสือซุ่มตัวนี้เข้ามาอยู่ในชีวิต