แสงไฟสีนีออนสลัวสาดสลับไปมาตามจังหวะเพลงบีตหนักยามค่ำคืนภายในผับหรูย่านมหาลัย ไม่ได้ช่วยให้ความอบอ้าวและเสียงอึกทึกรอบกายแทรกซึมเข้าสู่การรับรู้ของ โซเฟียได้เลย ในมือกำแก้วคริสตัลที่บรรจุน้ำของเหลวสีอำพันเข้มไว้แน่น ก่อนจะกระดกมันลงคอรวดเดียวจนความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งอก
มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บแสบที่กำลังกัดกินใจเธออยู่ในตอนนี้
ผู้หญิงเรียนเก่งแต่จืดชืดแบบเธอ วันๆ รู้จักแต่หน้าจอดำๆ กับโค้ดน่าเบื่อ คบไปก็มีแต่จะพาชีวิตผมหมดสนุก
คำพูดร้ายกาจของกวิน แฟนหนุ่มนักธุรกิจที่เธอทุ่มเทความรักให้มาตลอดหลายปีดังสะท้อนอยู่ในหัว ภาพที่เขาโอบกอดผู้หญิงคนอื่นอย่างเปิดเผยและตราหน้าว่าเธอเป็นแค่เด็กมหาลัยที่ไร้รสนิยม มันทำให้ศักดิ์ศรีของอดีตดาวมหาลัยวิศวะคอมฯ พังทลายไม่เหลือชิ้นดี
“จืดชืดงั้นเหรอ. .? หึ น่าเบื่อขนาดยอดวิวมองตามทั้งคณะเลยหรือไงไอ้แก่นี่"
โซเฟียพึมพำกับตัวเองด้วยความเมามาย ใบหน้าสวยเฉี่ยวแดงก่ำ ดวงตาคู่คมฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปอึกแล้วอึกเล่าจนสติเริ่มเลอะเลือน
สายตาของเธอสอดส่องไปทั่วร้านอย่างคนประชดชีวิต จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่นั่งอยู่ในมุมมืดฝั่งโซนวีไอพีชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ กำลังนั่งนิ่ง ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนวิศวะที่กำลังหัวเราะเฮฮา
ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักน้ำแข็ง นัยน์ตาคมปลาบสีเข้มหลังกรอบแว่นดูเย็นชาและตัดขาดจากสิ่งรอบข้างอย่างสิ้นเชิง
ตี๋ รุ่นน้องปีสามคณะเดียวกับเธอคนละสาขา ผู้ชายที่ผู้หญิงทั้งมหาลัยขนานนามว่าเป็นน้ำแข็งขั้วโลกที่จีบยากที่สุด
ความโกรธ ความเจ็บใจ และความต้องการเอาชนะขับเคลื่อนให้ร่างบางลุกขึ้นยืน ทรงตัวบนรองเท้าส้นสูงอย่างยากลำบากก่อนจะก้าวตรงไปยังโต๊ะของหนุ่มโยธาสุดนิ่งทันที
..หึ จืดชืดใช่ไหม ?งั้นดูสิน้องเขาจะว่าเราจืดชืดด้วยรึเปล่า "
"หวัดดี ขอพี่นั่งด้วยคนได้มั้ย "
กลุ่มเพื่อนของตี๋หันมามองอดีตดาวมหาลัยสายแซ่บเป็นตาเดียวเมื่อเธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ทว่าคนตัวโตที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับเพียงแค่ปรายตาขึ้นมองนิ่งๆ ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร
"อ่า... เชิญครับพี่เฟีย "
โซเฟียไม่สนสายตาใคร เธอทิ้งตัวลงนั่งข้างตี๋โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว แขนเรียวโอบหมับเข้าที่ลำคอแกร่ง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นเหล้าจางๆ จากกายสาวรินรดอยู่ตรงปลายจมูกของหนุ่มรุ่นน้อง โซเฟียโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบชิดใบหูของเขา ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าทว่าใจกล้าอย่างที่สุด
“ตี๋... คืนนี้ ไปต่อกับพี่ไหม วันไนต์กันกันสักคืนสิ”
คำชวนตรงไปตรงมาทำเอาเพื่อนๆ ร่วมโต๊ะสำลักน้ำเมากันเป็นแถว มีเพียงตี๋เท่านั้นที่ยังคงนิ่งสนิท นัยน์ตาคมปลาบหลังเลนส์แว่นวาวขึ้นเล็กน้อย เขามองลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำปรือที่พยายามซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ของรุ่นพี่สาว ข้อมือหนาเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่แผ่นหลังบาง ดึงร่างของเธอที่เกือบจะทรุดฮวบให้เข้ามาพิงอกแกร่ง
“ผมว่าพี่เมามากแล้วครับพี่โซเฟีย”
ตี๋เอ่ยเสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อย เขาไม่ได้ปฏิเสธและไม่ได้ตอบรับ แต่หันไปพยักหน้าให้เพื่อนในโต๊ะเป็นเชิงบอกลา
ตี๋ช้อนอุ้มร่างบางของโซเฟียขึ้นในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ท่าทางกระฉับกระเฉงและทรงพลังของหนุ่มช่างทำเอาหญิงสาวซุกใบหน้าลงกับอกกว้างอย่างหมดแรง ตอนแรกตี๋ไม่ได้คิดจะทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ เพราะเขารู้ดีว่าเธอเป็นใคร และที่สำคัญคือเธอไม่มีสติ ชายหนุ่มตัดสินใจพาร่างระหงเดินขึ้นไปยังชั้นบนของผับ ซึ่งเป็นโซนห้องพักส่วนตัวของเจ้าของร้านที่เป็นรุ่นพี่สายรหัสโยธาที่เขาเอ่ยปากขอคีย์การ์ดมาได้อย่างง่ายดาย
ภายในห้องพักส่วนตัวอันเงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นบรรยากาศให้ดูอึดอัดและลึกลับ ตี๋วางร่างของโซเฟียลงบนเตียงคิงไซส์อย่างแผ่วเบา เขาตั้งใจจะหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้เธอแล้วปล่อยให้นอนพัก ทว่าทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่ม โซเฟียกลับคว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ฮึก... ทำไมต้องทำแบบนี้...
น้ำตาที่กลั้นไว้มาตลอดทั้งวันไหลรินลงมาอาบแก้มเนียน โซเฟียละเมอพึมพำเสียงสั่นเครือ ร่างกายสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดที่ระเบิดออกมาในยามไร้สติ
“ฉันจืดชืดตรงไหนน่าเบื่อตรงไหน ทำไมพี่กวินต้องนอกใจทำไมต้องทิ้งฉันไปหาผู้หญิงคนอื่น...”
คำสารภาพอันเปราะบางจากปากของรุ่นพี่สาวสุดมั่นใจทำให้ตี๋ชะงักไป นัยน์ตาคู่งามสั่นไหวเล็กน้อย เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง มองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่บัดนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาด้วยความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ มาตลอดหลายปี
ที่จริงแล้ว เขาแอบมองเธอมาตั้งแต่เธอเป็นดาวมหาลัยปีหนึ่ง แอบมองความเจิดจรัสที่เขาคิดว่าตัวเองไม่มีวันเอื้อมถึง
“พี่โซเฟีย...” ตี๋เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว เอื้อมมือหนาไปเกลี่ยคราบน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างอ่อนโยนทว่าหักห้ามใจ
แต่สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนากลับทำให้โซเฟียลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยเบิกขึ้นมองหนุ่มหน้านิ่งตรงหน้า ความเหงาและความต้องการประชดรักทำให้เธอผุดลุกขึ้นคว้าคอเสื้อของเขา ดึงรั้งร่างสูงใหญ่ให้ก้มลงมาจนลมหายใจเป่ารดกัน
“ตี๋... ช่วยพี่ที”
หญิงสาวเว้าวอน นัยน์ตาคู่งามเต็มไปด้วยความสับสนและแรงอารมณ์
“ทำเรื่องอย่างว่ากับพี่ที ลบคำว่าจืดชืดของไอ้บ้านั่นออกไปจากหัวฉันที ได้โปรด...”
คำขอร้องครั้งที่สองราวกับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดระเบิดความอดทนอันต่ำเตี้ยของหนุ่มโยธาให้พังทลายลงในพริบตา ตี๋ไม่ใช่อิฐไม่ใช่ปูนที่จะทนต่อเสียงหวานและเนื้อนางที่เบียดเสียดเข้ามาได้อีกต่อไป
“พี่ขอเองนะ... พี่โซเฟียขะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากบาง ก่อนที่ตี๋จะบดเบียดริมฝีปากหนพลงไปครอบครองความหวานอย่างรุนแรงและเฉียบขาด ความหน้านิ่งหายไปสิ้น เหลือเพียงเสือร้ายที่กำลังกระหายเหยื่อ จูบของเขาดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยพลังจนโซเฟียหลุดเสียงครางเครือในลำคอ สมองของเธอขาวโพลนไปหมดเมื่อลิ้นร้อนแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ
ฝ่ามือหนาที่แสนหยาบกร้านจากการจับเครื่องมือช่างสอดลึกเข้าไปใต้เสื้อนักศึกษาตัวสั้น ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนและเอวคอดกิ่ว ความร้อนจากฝ่ามือของเขาทำเอาหญิงสาวสะท้านเยือก โซเฟียแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว มือเรียวทึ้งเสื้อเชิ้ตสีดำของรุ่นน้องหนุ่มจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นแผงอกกำยำและลอนกล้ามเนื้อแน่นหนาตามแบบฉบับของหนุ่มวิศวะ
ตี๋ผละริมฝีปากออกช้าๆ ลากไล้ลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนียนละเอียดจนเกิดรอยรักสีแดงระเรื่ออย่างแสดงความเป็นเจ้าของ เสียงหายใจหอบกระเส่าของคนสองคนดังประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบของห้องพัก ยิ่งโซเฟียบิดเร้าและส่งเสียงครางแผ่วเบา สัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มก็ยิ่งปะทุร้อน
เสื้อผ้าชุดนักศึกษาที่แสนเกะกะถูกถอดสะบัดทิ้งไปทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าอันงดงามใต้แสงไฟสลัว ตี๋จับเรียวขาสวยให้แยกออกก่อนจะแทรกตัวเข้ายึดครองพื้นที่ส่วนตัว สายตาคมกริบจ้องมองดวงหน้าหวานที่บัดนี้คลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียวซ่าน เขาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าเลือนทว่าหนักแน่น
“ พี่จำไว้ว่าคืนนี้คนที่อยู่บนตัวพี่คือผม ไม่ใช่คนอื่น”