บ่ายสามโมงตรงเป๊ะ เสียงสัญญาณหมดคาบเรียนดังขึ้นพร้อมกับอาการถอนหายใจอย่างโล่งอกของโซเฟีย ตลอดสองชั่วโมงในห้องเรียนเธอแทบไม่มีสติอยู่กับเนื้อหาบนกระดาน เพราะความร้อนผ่าวที่เอวบางจากเสื้อช็อปสีเทาของตี๋ที่ผูกทิ้งไว้มันคอยย้ำเตือนถึงเรื่องราวเร่าร้อนเมื่อคืนอยู่ตลอดเวลา
“อีโซฟี่ นั่นผัวเด็กมึงมารอหน้านิ่วอยู่ใต้ตึกแล้วค่ะ”
อ้อม เพื่อนสนิทสะกิดแขนพลางชี้ชวนให้ดูผ่านหน้าต่างห้องเรียนลงไปด้านล่าง เธอชอบเรียกโซเฟียว่าโซฟี่
ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มโยธาปีสามกำลังยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูของเธออยู่ ใบหน้าหล่อเหลาหน้านิ่งสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาดึงดูดสายตาของสาวๆ แทบทั้งคณะที่เดินผ่านไปมา แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจสายตาใครนอกจากยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาราวกับผู้คุมที่มารอรับนักโทษ
“กูไปก่อนนะพวกมึง”
โซเฟียรีบเก็บของลงกระเป๋าแล้วเดินกึ่งวิ่งลงมาใต้ตึกทันที เพราะกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้เด็ดหน้านิ่งคนนี้จะอารมณ์บูดไปมากกว่าเดิ
ทันทีที่ก้าวขึ้นมาบนรถสปอร์ตปรับอากาศเย็นฉ่ำ ตี๋ที่นั่งรออยู่ฝั่งคนขับก็เคลื่อนรถออกทันทีโดยไม่พูดไม่จา ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนโซเฟียเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กแก้เก้อ
แต่แล้วคิ้วสวยก็ต้องขมวดม้วนเมื่อหน้าจอขึ้นการแจ้งเตือนข้อความจากไลน์ของคนที่ไม่ควรจะทักมาที่สุด
พี่กวิน : คิดว่าเอาไอ้เด็กช็อปโยธาหน้าละอ่อนนั่นมาประชดแล้วฉันจะดิ้นตายเหรอโซเฟีย? ผู้ชายไม่มีอนาคตแบบนั้นจะเลี้ยงเธอได้ร้อยวันเลยเชียว คืนนี้สองทุ่มมาเจอฉันที่คอนโดเก่าถ้าเธอยังอยากได้พวกเสื้อผ้ากะของแบรนด์เนมคืนไม่งั้นฉันจะเอาไปทิ้งขยะให้หมด
“เหี้ยเอ๊ย...” โซเฟียสบถคำหยาบออกมาแผ่วเบาด้วยความโกรธ นิ้วเรียวกำลังจะพิมพ์ด่าสวนกลับไป ทว่าจู่ๆ รถสปอร์ตคันหรูที่กำลังแล่นอยู่บนถนนก็หักเลี้ยวเข้าข้างทางอย่างรวดเร็วก่อนจะเบรกกะทันหันจนตัวเธอหัวคะมำ
เอี๊ยด!!
“ตี๋ เบรกรถแรงทำไมเนี่ย...”
คำประท้วงของโซเฟียกลืนหายลงคอไปทันที เมื่อมือหนาของคนที่นั่งฝั่งคนขับเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธออย่างรวดเร็ว แรงบีบที่มหาศาลทำเอาโทรศัพท์มือถือในมือล่วงหล่นลงมาบนตัก ตี๋ใช้มืออีกข้างหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอที่ยังคงเปิดค้างข้อความของกวินเอาไว้
นัยน์ตาคู่คมปลาบหลังเลนส์แว่นวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ความนิ่งสนิทก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันอันตรายจนบรรยากาศในรถติดฟิล์มทึบเข้มเย็นยะเยือกลงในพริบ
“มันทักมา... แล้วพี่ก็กำลังจะพิมพ์ตอบมัน?”
ตี๋เอ่ยเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยความเดือดดาลไว้จนคนฟังขนลุก
“ฉัน ..แค่จะพิมพ์ด่ามันเฉยๆ มันขู่จะเอาของของฉันไปทิ้งนะตี๋”
โซเฟียพยายามอธิบาย พลางจะเอื้อมมือไปแย่งโทรศัพท์คืน
ทว่าหนุ่มรุ่นน้องกลับเบี่ยงหลบ เขาจัดการกดล็อกหน้าจอมือถือของเธอแล้วโยนมันทิ้งไปที่เบาะหลังอย่างไม่ใยดี ก่อนจะขยับกายสูงใหญ่ข้ามเบาะฝั่งคนขับตรงเข้ามาหาโซเฟีย ร่างหนาเบียดเสียดดันให้ร่างระหงถอยร่นจนแผ่นหลังบางแนบสนิทไปกับประตูรถสปอร์ตแสนแคบ
“ตี๋... นายจะทำอะไร นี่มันริมถนนนะ คันอื่นมองเข้ามาเห็น”
โซเฟียเอ่ยเสียงสั่นพร่า มือเรียวยันแผงอกแกร่งของคนตัวโตเอาไว้
“ฟิล์มรถพี่มันมืด ข้างนอกมองไม่เห็นหรอกครับ”
ตี๋เอ่ยช้าๆ ทว่าฝ่ามือหนากลับเอื้อมไปสอดลึกเข้าไปใต้กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าของเธออย่างเอาแต่ใจ สัมผัสอุ่นร้อนบีบเค้นต้นขาเนียนสวยหนักๆ จนโซเฟียหลุดเสียงครางเครือ
“อื้อ... ตี๋... อย่าแกล้ง...”
“ผมบอกพี่แล้วใช่ไหม ว่าในสัญญาส่วนตัว สายตา ร่างกาย และความรู้สึกของพี่มันเป็นของผมคนเดียว”
ตี๋โน้มใบหน้าลงมาจนชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากบาง นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างข่มขู่แฝงความหึงหวงที่ปิดไม่มิด
“การที่พี่เอารอยจูบของผมไปนั่งคิดถึงผู้ชายคนอื่นตอนนี้ แถมยังจะพิมพ์โต้ตอบกับมัน พี่กำลังทำให้ผม เครียดกว่าเดิมนะรู้ไหมครับ?”
“ฉันไม่ได้คิดถึงมันนะ เเค่จะด่า อ๊ะ...”
โซเฟียสะดุ้งสุดตัวเมื่อนิ้วเรียวยาวแกร่งของหนุ่มช่างสอดแทรกผ่านขอบชั้นในตัวจิ๋ว เข้าไปบดคลึงจุดอ่อนไหวกลางกายสาวที่ยังคงไวต่อสัมผัสจากบทเรียนเมื่อคืนอย่างรุนแรงและเน้นย้ำ สัมผัสเรียลๆ ในพื้นที่จำกัดบนรถยนต์บวกกับความดิบเถื่อนของเด็กหน้านิ่งทำเอาโซเฟียเสียวสะท้านจนตัวสั่นระริก แขนเรียวเปลี่ยนเป็นโอบรอบคอแกร่งของเขาไว้แน่นเพื่อหาที่พึ่ง
“อึ๊ก... ตี๋ พอแล้วพี่ขอโทษ อื้อ...”
เสียงหวานครางประท้วงแผ่วเบา สลับกับเสียงหายใจหอบกระเส่าที่ดังสะท้อนอยู่ภายในรถยนต์ส่วนตัว
“อยากให้พอ... คืนนี้ก็ห้ามไปเจอมันเด็ดขาด”
ตี๋กระซิบพร่าชิดใบหูพลางเร่งจังหวะปลายนิ้วปรนเปรอความเสียวซ่านให้รุ่นพี่สาวจนเธอแทบสำลักสุข “เรื่องของที่คอนโดเก่ามันเดี๋ยวผมจัดการเอง หน้าที่ของพี่คืนนี้คือตั้งใจนอนอ้าขาเป็นที่ระบายความเครียดให้ผมบนเตียงเข้าใจไหมครับพี่เฟีย?”
คำพูดหยาบโลนแสนดุดันปะปนความหึงหวงทำเอาสมองของโซเฟียขาวโพลน ร่างกายบางเกร็งกระตุกตอดรัดนิ้วแกร่งถี่รัวก้าวข้ามขอบสวรรค์กลางวันแสกๆ บนเบาะรถสปอร์ตข้ามเบาะคนขับจนหมดแรงสยบยอมอยู่ใต้ร่างของเด็กหน้านิ่งคนนี้อย่างราบคาบ