ตัวภาระ

1896 Words
ครองขวัญเริ่มงานเช้าวันจันทร์ด้วยท่าทางอ่อนเพลีย การที่เคยอยู่คนเดียวจนชินแล้วมีคนมาอาศัยอยู่ด้วยมันไม่ง่ายเลยต่อการปรับตัว เมื่อเช้าก่อนออกมาทำงานหนุ่มน้อยของเธอก็ทำเอาเธอหัวใจแทบวายด้วยการเดินหัวฟู สวมกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวออกมาจากห้องนอน พอเห็นเธอร้องกรี๊ดเขาก็รีบกลับเข้าไปแต่งตัวใหม่แล้วออกมาขอโทษ เหตุผลเพราะเขาเองก็เคยชินกับการอยู่คนเดียวเหมือนกันจึงไม่ทันระวังตัว หญิงสาววางกระเป๋าลงบนเก้าอี้เมื่อมาถึงโต๊ะทำงาน พอนั่งลงได้ก็ใช้มือทั้งสองข้างเท้าคาง ทอดถอนใจออกมาอีกครั้งอย่างกลัดกลุ้ม ไม่รู้เธอคิดถูกหรือเปล่าที่ไว้ใจให้เขามาอยู่ด้วยขนาดนั้น ต้องยอมรับว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างกะทันหัน ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากให้เชนกับนิรินเลิกยุ่งกับเธอ จึงได้ตอบรับข้อเสนอของเด็กนั่น ซึ่งในเรื่องของการป้องกันไม่ให้เชนเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเธออีกเขาทำได้ดีมาก แจ็คให้เธอโทรหาเขาทันทีที่กำลังจะกลับคอนโด เขาจะได้ไปรอเธอที่ลานจอดรถแล้วเดินขึ้นห้องไปพร้อมกัน ซึ่งทำให้เชนไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงตัวเธอได้ ตอนแรกเขาจะมารอเธอถึงที่ทำงานด้วยซ้ำ แต่ครองขวัญยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น เพราะถ้าเป็นที่ทำงานเชนจะไม่กล้าเข้ามาคุยกับเธออยู่แล้ว เธอเดาว่าอาจเพราะเขากลัวจะมีคนมาเห็นเข้าแล้วเอาไปบอกนิริน แต่ช่วงนี้เชนก็หายไปเลย ไม่มาคอยดักรอเธอเหมือนโรคจิตอีกทำให้ครองขวัญเบาใจลงได้บ้าง หญิงสาวพยายามเอาเรื่องไร้สาระออกไปจากหัวแล้วตั้งใจทำงานต่อ “พี่ขวัญไปกินข้าวกัน” จันทร์เจ้าส่งเสียงร่าเริงดังมาก่อนตัว ด้านหลังมีณคุณเดินตามมาด้วย ก็เหมือนดังเช่นทุกวัน ช่วงเที่ยงเธอจะไปกินข้าวพร้อมกับจันทร์เจ้าและณคุณ ครองขวัญหยิบกระเป๋าและเดินตามคนทั้งคู่ไป ช่วงนี้ณคุณสนิทกับกลุ่มเธอมากขึ้น แต่เธอก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนัก เรื่องที่เธอและทุกคนรู้คือ ณคุณทำงานเก่งมาก แม้จะเข้ามาทีหลัง แต่เขาก็เรียนรู้งานได้เร็ว หัวหน้าชอบผลงานของเขามากจนเอ่ยปากชมบ่อยครั้ง ล่าสุดเธอได้ยินมาว่าเขาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการโครงการหนึ่งของสาขาภูเก็ต ซึ่งอีกไม่กี่วันเขาต้องย้ายไปทำงานที่โน่นชั่วคราว เขาได้รับความชื่นชมจากหัวหน้าว่าเป็นคนหนุ่มไฟแรงคนหนึ่งของบริษัทและน่าจะอนาคตไกล เธอเองก็ควรจะใช้เวลากับการพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้บ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นรุ่นน้องที่มาทีหลังคงมีผลงานแซงหน้าเธอไปกันหมด ดังนั้นถือโอกาสที่เชนไม่มาวอแวเธอแล้ว เธอจะได้มีสมาธิกับงานอย่างเต็มที่ ทั้งสามคนเดินมาถึงโรงอาหารช่วงเที่ยงพอดี ทำให้ไม่มีโต๊ะว่าง โชคดีที่จันทร์เจ้าเหลือบไปเห็นว่าโต๊ะของสาวประเภทสองคนสวยประจำแผนก มิเชล และชาช่า ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้คือมิกซ์และชัยแต่ห้ามทุกคนในแผนกเรียกแบบนั้นเด็ดขาด ไม่งั้นจะโดนเคืองได้ “มาเร็ว มานั่งด้วยกัน” พอเห็นว่ามีหนุ่มหล่ออย่างณคุณมาด้วย ทั้งสองคนก็ยิ่งแย่งกันแบ่งที่ให้ชายหนุ่มกันใหญ่ พอแบ่งกันไม่ลงตัวแบบไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองคนจึงนั่งข้างกันเอง แล้วให้พวกเธอสามคนนั่งฝั่งตรงข้าม จะได้ไม่ต้องเสียสละให้ใครได้ที่นั่งข้างณคุณไป ยกเว้นชะนีมีผัวแล้วอย่างจันทร์เจ้าและชะนีเฉิ่มเชยอย่างครองขวัญอันนี้พวกเธอถือว่ายอมได้ “กำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่เหรอ” จันทร์เจ้าถามอย่างอยากรู้อยากเห็น หลังจากที่ไปสั่งอาหารและกลับมานั่งอีกครั้งพบว่าสองสาวกำลังกระซิบกระซาบกันอย่างสนุกสนาน “ก็พี่เอมอรแผนกการเงินไง ที่เป็นสาวโสดอะ” พี่เอมอรทำงานฝ่ายการเงินของบริษัท ทุกคนรู้จักพี่แกเป็นอย่างดี เพราะเวลาเงินเดือนออกก็จะเข้าไปสอบถามแกว่าเดือนนี้เงินเดือนจะออกวันไหน โอทีจะออกตรงเวลาหรือเปล่า “ทำไมเหรอ?” จันทร์เจ้าถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “พี่แกเลิกกับผัวแล้วเธอ” สองสาวจีบปากจีบคอเล่า ความจริงครองขวัญไม่ชอบฟังเรื่องนินทาทำนองนี้ เพราะรู้ดีว่าวันนี้นินทาเรื่องคนอื่น วันอื่นก็อาจเป็นเรื่องเธอได้เหมือนกัน ก็เหมือนตอนที่เธอถูกเชนทิ้ง เธอก็เป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่หลายเดือน “พี่แกเลิกกับผัวแล้วยังไงเหรอคะ?” จันทร์เจ้าผู้ถือคติเรื่องของชาวบ้านคือเรื่องของเราเหมือนกันถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “เลิกกับผัวเก่าแล้วไปเลี้ยงเด็กผู้ชายนะสิ ได้ข่าวว่าอยู่ด้วยกันด้วย ไม่รู้โดนเด็กหลอกหรือเปล่า” มิเชลกระซิบกระซาบเล่าอย่างออกรส คราวนี้ครองขวัญสำลักจนน้ำพุ่งออกมาจากปาก ลำบากณคุณที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องมาช่วยลูบหลังให้ “โธ่ ขวัญคงตกใจมาก” ชาช่าหยิบกระดาษทิชชูยื่นให้เธออย่างเห็นใจ ตอนที่ครองขวัญผู้ใสซื่อถูกบอกเลิก พวกเธอล้วนช่วยกันสาปส่งผู้ชายคนนั้น ตอนนี้ก็คงซื่อมากจนตามเรื่องพวกนี้ไม่ทัน ชาช่าได้แต่คิดและมองครองขวัญอย่างสงสาร คนทั้งกลุ่มไม่รู้เลยว่าที่สำลักไม่ใช่เพราะรับไม่ได้ แต่เพราะมันเข้าตัวต่างหาก เพราะตอนนี้เธอก็เลี้ยงเด็กอยู่เหมือนกันนะสิ @คอนโด “เหนื่อยไหมครับ?” แจ็คในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาหาเมื่อเธอลงมาจากรถญี่ปุ่นคันเล็ก ครองขวัญเหลือบตามองเขา ไม่ตอบอะไร เดินนำขึ้นลิฟต์ไปเงียบๆ แจ็คได้แต่มองตามอย่างงงๆ ที่อยู่ดีๆ ก็ถูกเมิน ผู้หญิงสูงอายุนี่เอาใจยากจริง วันนี้หญิงสาวดูเงียบผิดปกติเหมือนคนมีเรื่องให้คิด เขาจึงทำตัวสงบเสงี่ยมไม่อยากจะรบกวนเธอจนกระทั่งถึงหกโมงเย็น เสียงเคาะประตูดังขึ้นขณะที่ครองขวัญกำลังตั้งใจทำงานอยู่ในห้อง ทำให้คนที่กำลังมีสมาธิกับงานหยุดมือลงชั่วขณะ “หิวข้าวหรือยังครับ?” คนมาเคาะประตูส่งยิ้มระรื่นให้เมื่อเธอเปิดประตูออกมา “ยังไม่หิว” ครองขวัญตอบแค่นั้นก็ปิดประตูลง หันมาสนใจงานของตัวเองต่อ เหตุผลที่ต้องหอบงานกลับมาทำที่บ้านเพราะวันนี้เธอไม่ค่อยมีสมาธิกับการทำงานมากนักจึงทำงานไม่เสร็จ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะเธอเอาแต่หมกมุ่นกับคำนินทาบนโต๊ะอาหาร เฝ้าคิดซ้ำไปซ้ำมาว่าวันหนึ่งคนที่ถูกนินทาเรื่องนี้อาจเป็นตัวเธอเองก็ได้ ถ้าพวกเขารู้ว่าเธอเลี้ยงเด็กผู้ชายไว้ที่ห้อง กว่าจะรวบรวมสมาธิกลับมาได้เธอก็ทำงานเสร็จในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ครองขวัญถอดแว่นตาออกคลึงสันจมูกเบาๆ เพื่อคลายความเหนื่อยล้า เธอทำงานจนลืมกินข้าวเย็นพอทำงานเสร็จก็เริ่มรู้สึกหิว จึงวางมือจากกองเอกสารตรงหน้ายืนขึ้นบิดขี้เกียจ เดินไปเปิดประตูออกจากห้องนอนเพื่อหาอะไรง่ายๆ กิน พอเปิดประตูออกมาก็พบว่าร่างสูงของเพื่อนร่วมห้องนอนเหยียดตัวอยู่บนโซฟา เขาน่าจะนอนไม่สบายนัก เธอเห็นเขาพลิกตัวไปมาอยู่หลายครั้งอย่างลำบาก และตัวเขาก็สูงมากจนขาเลยโซฟาตัวยาวออกมาอีก “นาย...แจ็คทำไมไม่ไปนอนดีๆ” ครองขวัญเดินเข้ามาปลุกเขา ตีไปที่ไหล่เบาๆ ให้เขารู้สึกตัวตื่น ร่างสูงลุกขึ้นนั่งเมื่อถูกปลุก ขยี้ตาไปมาเพราะยังงัวเงียอยู่ ดูแบบนี้แล้วเขาเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาที่เพิ่งตื่นนอนจนครองขวัญนึกเอ็นดู “ทำงานเสร็จแล้วเหรอครับ หิวข้าวหรือเปล่า” เขาถามเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นดีเมื่อเห็นว่าคนที่มาปลุกคือใคร ครองขวัญรู้สึกอุ่นวาบที่ใจขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อได้รู้ว่ายังมีคนที่คอยห่วงใยเธอแบบนี้ ไม่ว่าเขาจะทำมันด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่เขาทำให้เธอรู้สึกดีมากทีเดียว “หิวแล้วจริงๆ แหละ นายกินอะไรหรือยัง” คนที่เพิ่งตื่นนอนส่ายหน้าไปมาอย่างน่าสงสาร นาทีต่อมาครองขวัญถึงได้รู้ว่าไม่ใช่เขารอเธอกินข้าวเพราะเป็นห่วง แต่เขารอเพราะทำอาหารไม่เป็นเลย ครองขวัญจึงจัดการทำบะหมี่ใส่ไข่สองฟองสำหรับกินกันสองคน หลังจากตักเส้นบะหมี่ในหม้อแบ่งเป็นสองชามก็ใส่ถุงมือกันความร้อนยกชามทั้งสองออกมาจากห้องครัว ตอนแรกแจ็คนั่งดูทีวีรอ แต่พอเห็นเธอถือชามบะหมี่เข้ามาก็กระวีกระวาดมาช่วยอย่างน่ารัก มือหนายื่นมาช่วยเพราะเห็นเธอถือคนเดียวคงจะหนัก สุภาพบุรุษอย่างเขาทนมองไม่ได้เลย ครองขวัญยังไม่ทันจะเอ่ยปากห้ามก็เกิดเรื่องขึ้น “โอ๊ย! ร้อน” แจ็คชักมือที่ยื่นไปจับชามร้อนกลับมาเป่าอยู่หลายครั้ง ความร้อนทำให้เขารู้สึกแสบที่มือไปหมด ครองขวัญวางชามบนโต๊ะ ถอดถุงมือกันความร้อนออกแล้วเดินมาดูเขา เริ่มจะชินจนถึงขั้นไม่แปลกใจที่เขาทำอะไรไม่เป็นเลยจนเป็นภาระเธอได้ขนาดนี้ หญิงสาวจับมือทั้งสองข้างของเขาลากพาไปเปิดน้ำที่อ่างล้างจานให้น้ำไหลผ่านสักพักแล้วดึงมือเขากลับมาซับด้วยผ้าเช็ดมือจนมือเขาแห้ง สำรวจมือเขาจนพบว่าไม่มีแผลถลอกหรือพุพองเธอจึงสบายใจ “ไม่เป็นอะไรมากหรอก มากินเถอะ” เธอบอกเขาอย่างเบาใจ “ไม่เป่าฟู่ๆ เหรอ” ความจริงเขาคลายความปวดลงแล้วตั้งแต่น้ำไหลผ่าน แต่เคยเห็นในซีรีส์นางเอกต้องเป่าลมอุ่นๆ ไปที่มือพระเอกแล้วบอกให้หายปวดเพี้ยงอะไรแบบนี้ด้วยหรือเปล่า แต่ครองขวัญไม่สนใจคำพูดไร้สาระของเขา เดินกลับมาที่โต๊ะแล้วเริ่มกินส่วนของตัวเองโดยไม่สนใจอีกว่าเขาจะเดินตามมาหรือเปล่า พอเห็นเธอไม่สนใจเขาก็แอบเบ้ปากเบาๆ คนอะไรไม่มีอารมณ์ขันเลย สงสัยกลัวว่ายิ้มเยอะเกินแล้วตีนกาจะขึ้นมั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD