(บนรถ)
ยูโรอาสามาขับรถให้ นอกจากจะรับหน้าที่พ่อครัวแล้วยังรับหน้าที่เป็นคนขับรถประจำให้อีก
รางวัลเพื่อนดีเด่นแห่งปีต้องยกให้แล้วป่ะงี้
ส่วนเรื่องตุ๊กตา ยูโรรับปากว่าจะจัดการให้…แน่นอนว่าเธอเชื่อใจเขาอยู่แล้ว แทบจะไม่คิดมากไม่กังวลหรือกลัวอะไรตราบใดที่มีเพื่อนอย่างเขาอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกปลอดภัยทุกครั้ง เป็นเช่นนั้นมาเสมอ…
“เฮ้อ~” เสียงถอนหายใจของคนข้างๆ ทำให้เธอหันขวับไปมอง
เมื่อคืนเขาแทบจะไม่ได้นอน กว่าจะออกมาจากห้องน้ำก็ปาเข้าไปหลายชั่วโมง ออกไปจัดการอะไรบางอย่างกลับมาก็เกือบจะเช้า
“ทำไม!”
“ตัวก็แค่นี้อย่าห้าวให้มากดิ”
“นายไม่เข้าใจหรอก”
“ยูไม่เข้าใจไอร์ แล้วใครจะเข้าใจอีก” เขาหยักคิ้วลิ่วตา
ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ไม่ได้พูดจาตลกด้วยซ้ำ แต่เวลาอยู่ด้วยกันก็…โคตรจะดี
“พูดมาก! ขับรถไปเลย” ไม่เคยชินเลยสักครั้ง…รู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งที่ยูโรเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองด้วยชื่อของเขาแค่พยางค์เดียว
วันนี้อากาศร้อนชะมัด!
ไอรีนหยิบขวดน้ำมากระดกดื่ม “เอาป่ะ” ถามไปตามมารยาทเฉยๆ
“กินให้พอก่อนเถอะ” เธอดื่มจวนจะหมดขวดอยู่แล้ว ยังกล้าจะมาแบ่งให้อีก
"งั้นเอาไว้มื้อเย็นพี่เลี้ยงข้าวตอบแทนที่มาส่งนะ" ดวงหน้าสวยเอียงคอมอง ทำหน้าทะเล้น แตะมือลงบนบ่าแกร่ง ทำทีเป็นผู้ใหญ่ใจป๋า
"กล้าพูด ตัวแค่นี้เอาไรมาเป็นพี่" รถติดไฟแดงพอดี เสี้ยวหน้าหล่อหันไปทิ้งสายตามองคนข้างๆ
“ไฟเขียวแล้ว!!!" ไอรีนมองเขม่น ตาเขียวปั้ด แก้มเริ่มขึ้นสีชมพู
“ขอเลือกร้านนะ อยากกินชาบูสายพานอ่ะ โอเคม้ะ” เธอหน้ามึนเปลี่ยนเรื่องอย่างกับสับสวิตซ์
“…”
“ไม่ตอบถือว่าตกลงนะ”
“มีทางอื่นให้เลือกด้วยรึไง” มัดมือชกกันขนาดนี้แล้ว ใครมันจะไปขัดใจได้
“แน่นอนว่าไม่มี”
ยูโรอ่ะโคตรจะสปอยแล้วก็ตามใจเพื่อนอย่างเธอมาก ถึงแม้บางครั้งปากจะร้าย แต่ก็มักจะใจดีกับไอรีนเสมอโดยที่เขาไม่รู้ตัว…ทีแรกดูเหมือนไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ยอมทุกครั้ง แค่ลีลาท่าเยอะเท่านั้นเอง
“อยากกินขนาดนั้น?” ได้ยินเธอบ่นอยากกินมาหลายครั้งแล้ว และเธอก็ชวนไปกินอยู่บ่อยๆ แต่ยังไม่เคยพาเธอไปกินสักครั้ง เพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครชอบกิน เลยไม่มีใครไปด้วยกับเธอ
“ก็ฉันอยากกินอ่า ไปเป็นเพื่อนหน่อยไม่ได้รึไง” กอดอกทำหน้าเหมือนแมวงอนเจ้าของ
“แล้วพูดตอนไหนว่าไม่ไป” เชื่อแล้วว่าอยากกินจริงๆ จะยอมตามใจหนึ่งวันก็แล้วกัน
พอโดนตามใจก็ยิ้มหวานตาหยี อารมณ์ดี…
ครืดๆ โทรศัพท์สั่น เป็นโทรศัพท์มือถือของยูโรที่วางอยู่
“กดรับให้หน่อย”
ไอรีนพยักหน้ารับรู้ หยิบโทรศัพท์จากที่วางขึ้นมาดูหน้าจอ “Mommy” พูดบอกตามชื่อของปลายสายที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
“เปิดสปีกเกอร์โฟน”
เธอทำตามที่เขาบอก กดรับสาย เปิดลำโพง แล้วยื่นมือเข้าไปใกล้ๆ
“ครับ”
……
“ผมทิ้งเมียไปหาหญิงอื่นไม่ได้หรอกครับ “
! ไอรีนเบิกตาขึ้นกว้างหันขวับไปมอง เมีย? ใคร?
……
“ยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ เอาไว้พร้อมเมื่อไหร่แม่ได้เจอเธอแน่”
ยูโรหันไปส่งสายตาให้ไอรีนช่วย เธอทำหน้าเหลอหลาทำตัวไม่ถูก จะให้ทำอะไร งงไปหมด
“เธอครับ มาหวัดดีแม่ยูหน่อย” ยูโรตะโกนเรียกเหมือนอยู่ไกล ทั้งที่เราอยู่บนรถ เธอนั่งถือโทรศัพท์อยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร
มาเธอคงเธอครับ..บ้าอะไร!
ด้วยสถานการณ์บังคับ ไอรีนรับไม้ต่ออย่างรู้งาน “สวัสดีค่ะคุณแม่~”
“แม่ครับ ผมต้องวางแล้ว” รีบชิงพูดแล้วกดตัดสายแม่ทันทีไม่รอให้ตอบอะไรกลับมา
“เด็กนิสัยไม่ดี!” เขาทำให้เธอต้องมาร่วมหัวโกหกผู้ใหญ่ไปด้วย “แม่นายคงจะเชื่ออยู่หรอก” โกหกว่ามีเมียเนี่ยนะ บอกว่าวันนี้ท้องฟ้าสีชมพูยังดูน่าเชื่อกว่า
"แม่นัดสาวให้" เพราะครั้งก่อนแม่ก็ใช้มุกนี้
“ไมอะ ไม่ตรงสเปคเหรอ”
“อืม” ยูโรขานรับในลำคอ
“พ่อคนหล่อเลือกได้~” แบะปาก ทำหน้าหมั่นไส้ใส่ไปหนึ่ง “สเปคที่ว่านี่ต้องแบบไหนล่ะ ต้องสวยปานนางฟ้าเลยหรือไงถึงจะตรงสเปคนาย” เป็นประโยคคำถามกึ่งประชด
ดวงหน้าหล่อเหลือบสายตามองเธอก่อนจะหันไปมองท้องถนนต่อ มุมปากกดลึกยกยิ้ม
“ก็น่าจะจริงที่ว่าชอบคนสวย” สวยแบบไหน นิยามไม่ได้หรอก มันก็แค่คำๆ นึง อยู่ที่ว่าในสายตาเราใครสวยสุดก็คนนั้นแหละที่เราจะพูดชมเขาว่าสวย
“ถึงว่าคบฉันเป็นเพื่อน” เธอกำลังบอกว่าตัวเองสวย
“ใครอยากเป็นเพื่อนเธอ”